threee
Shared by: HC111209065244
-
Stats
- views:
- 55
- posted:
- 12/8/2011
- language:
- Thai
- pages:
- 55
Document Sample


วัสดุในการก่อสร้าง: ส่วนที่ 2/3.3
เรียบเรียงโดย
รศ.ดร.สิทธิชัย แสงอาทิตย์
สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา
สานักวิชาวิศวกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุนารี 1
วัสดุในการก่อสร้าง: ส่วนที่ 2/3 (วัสดุที่ใช้ในงานก่อสร้าง)
- เหล็กโครงสร้าง (structural steel)
- คอนกรีต (Concrete)
- ไม้ (timber)
- อิฐดินเผา (brick)
- ผลิตภัณฑ์คอนกรีต
- คอนกรีตบล๊อค (concrete block)
- พื้นคอนกรีตสาเร็จรูป (precast concrete slab)
- เสาเข็มคอนกรีต (concrete pile)
- ท่อคอนกรีตเสริมเหล็ก
2
ผลิตภัณฑ์คอนกรีต
3
คอนกรีตบล๊อค (concrete block)
4
การใช้ประโยชน์คอนกรีตบล็อคก่อเป็นกาแพงรับแรงในการก่อสร้างอาคาร
5
คอนกรีตบล๊อค (Concrete block)
- ทาจากปูนซีเมนต์และหินขนาดเล็กผสมวัสดุละเอียด เช่น ทรายหรือหิน
ฝุ่น ในอัตราส่วนปูน: วัสดุผสม 1:4 ถึง 1:8 และน้า โดยใช้เครื่องอัดคอนกรีต
บล็อคให้มีลักษณะเป็นก้อนสี่เหลี่ยมกลวง
- มีความหนา 7 และ 14 cm และแบ่งประเภทตาม มอก. 56-2516 ออกเป็น 2
ประเภทคือ ไม่รับน้าหนักและรับน้าหนัก
6
ที่มา: National Concrete Masonry Association,
USA
7
คอนกรีตบล็อกประเภทไม่รับน้าหนัก
ั
- มีความกว้างxยาวxหนาประมาณ 190x390x70-100 mm โดยมีพิกด
หลังจากการก่อ 200x400 mm
- มอก. 58-2533 ได้แบ่งคอนกรีตบล็อกนีเ้ ป็น 2 ประเภท คือ
1. ไม่รับน้าหนักและควบคุมความชื้น
2. ไม่รับน้าหนักและไม่ควบคุมความชื้น
ขนาดและความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้
- ความหนาของเปลือกต้องไม่ต่ากว่า 12 mm
- ความกว้าง ยาว และหนา ต้องต่างไปจากขนาดระบุไม่เกิน 3 mm
8
กาลังรับแรงกดอัด
- กาลังรับแรงกดอัดเฉลี่ยของพื้นที่รวมของคอนกรีตบล็อกจะต้องไม่ต่า
กว่า 2.5 MPa (25 ksc) โดยต้องใช้คอนกรีตบล็อกในการทดสอบไม่น้อย
กว่า 5 ก้อน
- กาลังรับแรงกดอัดของคอนกรีตบล็อกแต่ละก้อนจะต้องไม่ต่ากว่า 2
MPa (20 ksc)
9
คอนกรีตบล็อกประเภทรับน้าหนัก
- คอนกรีตบล็อกที่สามารถรับน้าหนักนอกเหนือจากน้าหนักของตัวเองได้
โดยมักมีความกว้างxความยาวxหนาประมาณ 190x390x150-200 mm
- ใช้ในการก่อสร้างผนังรับน้าหนักหรือกาแพงกันดินได้ โดยมักถูกเสริม
เหล็กและกรอกคอนกรีตหรือปูนทรายลงในช่องกลวง
10
คอนกรีตบล็อกประเภทรับน้าหนัก
มอก. 57-2516 แบ่งคอนกรีตบล็อกนี้เป็น 2 ประเภท คือ
1. ประเภทรับน้าหนักและควบคุมความชื้น
ชั้นคุณภาพ ก - 1
ชั้นคุณภาพ ข - 1
ชั้นคุณภาพ ค - 1
2. ประเภทรับน้าหนักและไม่ควบคุมความชื้น
ชั้นคุณภาพ ก - 2
ชั้นคุณภาพ ข - 2
ชั้นคุณภาพ ค - 2
11
การใช้งานของคอนกรีตบล็อกประเภทรับน้าหนักของแต่ละชั้นคุณภาพมีดังนี้
- ชั้นคุณภาพ ก-1 และ ก-2 เหมาะสาหรับกาแพงภายนอกทั้งต่ากว่าและ
เหนือกว่าระดับดิน โดยไม่ต้องป้องกันผิวแต่อย่างใด
- ชั้นคุณภาพ ข-1 และ ข-2 เหมาะสาหรับกาแพงภายนอกทั้งต่ากว่าและ
เหนือกว่าระดับดิน แต่ต้องป้องกันผิว โดยการทาหรือฉาบด้วยวัสดุกันซึม
- ชั้นคุณภาพ ค-1 และ ค-2 ใช้สาหรับกาแพงภายในและภายนอกเหนือ
ระดับดินที่มีการป้องกันความเสียหายเนื่องจากดินฟ้าอากาศ
12
เกณฑ์กาหนดคุณสมบัติของคอนกรีตบล็อกรับน้าหนักของทั้ง 2 ประเภท มีดังนี้
ชั้นคุณภาพ ก่าลังต้านแรงกดอัดต่าสุด N/m2 (ksc) การดูดซึมน้่า (เฉลียจากคอนกรีตบล็อก 5 ก้อน) (kg/m3)
เฉลียจากพื้นทีรวม เฉลียจากพื้นทีสุทธิ น้่าหนักคอนกรีตบล็อกเมืออบแห้ง (Kg/m3)
เฉลียจาก แต่ละก้อน เฉลียจาก แต่ละก้อน ≥ 2001 1921 1841 1761 1681 ≤ 1680
5 ก้อน 5 ก้อน ถึง ถึง ถึง ถึง
2000 1920 1840 1760
ก-1 ก-2 6.9(70) 5.4 (55) 13.7(140) 10.8(110) 160 176 192 208 224 240
ข-1 ข-2 6.9(70) 5.4 (55) - - 208 224 240 256 272 288
ค-1 ค-2 4.9(50) 3.9(40) - - - - - - - -
13
ข้อดีและข้อเสียในการใช้คอนกรีตบล๊อกในการก่อสร้าง
ข้อดี
1. มีความแข็งแรงและคงทน
2. มีความทึบเสียงสูง
3. มีความต้านทานต่อไฟไหม้สูง
4. เก็บรักษาอุณหภูมิภายในตัวโครงสร้างได้ดี
5. มีความสวยงามเนื่องจากสามารถที่จะนามาก่อสร้างให้มีรูปแบบใดๆ ได้
6. มีราคาค่อนข้างถูกและค่าบารุงรักษาต่า
่
7. ไม่ทาลายสิ่งแวดล้อมมากเท่าวัสดุชนิดอืนๆ เช่น คอนกรีตและเหล็ก
ข้อเสีย
1. การวิเคราะห์และออกแบบที่ต้องการรายละเอียดที่สูงและถูกต้อง
2. การก่อสร้างโครงสร้างอิฐก่อต้องใช้ฝีมือแรงงานที่มีคุณภาพสูง 14
15
Stress - Strain Diagram
3.5
3
2.5
Stress(MPa)
2
1.5
1
0.5
0
0 0.02 0.04 0.06 0.08 0.1 0.12
Strain 16
อัตราส่วน 1:6 1:7 1:8 1:9 1:10 1:11
คุณสมบัติ
ก่าลังรับแรงกดอัด(ksc) 115.97 112.11 95.70 86.25 78.1 76.07
ความหนาแน่น(kg/m3) 2255.27 2273.09 2272.83 2221.38 2231.09 2181.16
การดูดซึมน้่า (%) 3.00 3.64 4.60 5.54 5.77 5.98
อัตรา %ก่าลังที %ราคาที %ก่าลังทีเปลียนแปลง / %ราคาที
ส่วนผสม เปลียนแปลง เปลียนแปลง เปลียนแปลง
1:6 34 15 2.27
1:7 30 8 3.75
1:8 11 4 2.75
1:9 0 0 -
1:10 -9 -3 3
1:11 -12 -6 2 17
พื้นคอนกรีตสาเร็จรูป
(precast concrete slab)
18
พื้นคอนกรีตสาเร็จรูป (precast concrete floor)
- เป็นแผ่นพื้นที่ผลิตขึ้นที่โรงงาน มีลักษณะคล้ายแผ่นกระดานขนาด
้
ใหญ่ อาจจะมีหน้าตัดตันหรือกลวง จากนัน จึงขนส่งและยกมาติดตั้งที่
สิ่งก่อสร้าง
พื้นคอนกรีตสาเร็จรูปแบ่งตามลักษณะการเสริมเหล็กได้เป็น 2 ชนิดคือ
- พื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก
- พื้นคอนกรีตอัดแรง
19
การก่อสร้างพื้นคอนกรีตสาเร็จรูป
- เป็นการก่อสร้างแผ่นพื้นของโครงสร้าง เช่น อาคารและสะพาน โดย
การนาแผ่นพื้นที่หล่อสาเร็จเป็นชิ้นๆ ที่จัดเรียงติดกัน แล้วทาการเสริมเหล็ก
กันร้าวทับบน แล้วเทคอนกรีตทับหน้า (Topping)
- เป็นพื้นแบบถ่ายแรงเป็นแบบทาง
เดียว (one-way slab) ดังนั้น การ
ออกแบบคานและเสาจะต้องกาหนด
ทิศทางในการปูแผ่นพื้น และจะเปลี่ยน
ทิศการวางในระหว่างก่อสร้างไม่ได้
เพราะการถ่ายน้าหนักจากแผ่นพื้นจะ
แตกต่างกัน
20
ที่มา: http://www.vconthai.com/vconrequest/vconthai/Eng/The%20Products%20He.htm
ประโยชน์ของแผ่นพื้นคอนกรีตสาเร็จรูป
1. ไม่ต้องใช้ไม้แบบในการก่อสร้างพื้น (ซึ่งทาให้ลดค่าใช้จ่าย)
2. ใช้เวลาในการก่อสร้างในหน้างานน้อยกว่า เพราะชิ้นส่วนผลิตใน
โรงงาน โดยสามารถก่อสร้างได้พร้อมกับโครงสร้างอื่นๆ
3. ให้ความปลอดภัยในขณะการก่อสร้างหน้างานมากกว่า เพราะมีพื้นที่
่
ก่อสร้างที่ เตรียมไว้ในจุดทีเ่ หมาะสมซึ่งไม่อยู่ในจุดที่กอสร้าง
4. ลดมลภาวะทางอากาศ ทางเสียง และอื่นๆ ในพื้นทีก่อสร้าง ่
21
้
ลักษณะของแผ่นพืนสาเร็จรูปแบบต่างๆ
1. แผ่นคอนกรีตอัดแรงชนิดท้องเรียบ
- มีรูปหน้าตัดเหมือนแผ่นกระดาน กว้าง 35 ซม. หนา 5 ซม. มีช่วงพาด
ยาว 1-5 m
- ทาจากคอนกรีตเสริมด้วยลวดเหล็กอัดแรงกาลังสูงเส้นผ่านศูนย์กลาง 4-
5 mm ฝังตามแนวยาวจานวน 4-7 เส้น ขึ้นอยู่กับความยาวของพื้นและการใช้
งานว่าต้องการให้รับน้าหนักได้มากน้อยเพียงใด
- เหมาะกับงานอาคารโดยทั่วไป เพราะก่อสร้างได้รวดเร็วและประหยัด
กว่าพื้นระบบหล่อในที่ 22
2. แผ่นพื้นสาเร็จรูปคอนกรีตอัดแรงแบบกลวง (hollow core slab)
- มีช่วงพาดถึง 12 m โดยไม่ต้องใช้ไม้ค้ายันชั่วคราวในการก่อสร้าง
- มีความหนาหลายขนาดตั้งแต่ 6-25 ซม. สามารถรับน้าหนักได้ดีกว่า
แผ่นพื้นท้องเรียบ มักใช้กับอาคารสานักงาน อาคารขนาดใหญ่ หรืออาคาร
จอดรถมากกว่าการใช้ตามอาคารบ้านเรือนทั่วไป
- การเทคอนกรีตทับหน้านั้น อาจทาหรือทาก็ได้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์
ของการใช้งาน
ที่มา: http://www.vconthai.com
23
3. พื้นคอนกรีตสาเร็จรูปแบบอื่น เช่น พื้นสาเร็จรูประบบคานตัวที ซึ่ง
ประกอบด้วยพื้นคอนกรีตบล็อกวางบนคานคอนกรีตรูปตัว " T " พื้น
สาเร็จรูปตัวยูคว่า เป็นต้น ซึ่งพื้นประเภทนี้มักใช้ในอาคารขนาดใหญ่
มากกว่าใช้ตามบ้านเรือนทั่วไป
24
ตัวอย่าง: ตารางความสามารถในการรับน้าหนักบรรทุกปลอดภัยของแผ่นพื้น
คอนกรีตสาเร็จรูปแบบท้องเรียบ S.J.C. (มอก. 828-2531)
หมายเหตุ: ที่มา: http://www.sjc.co.th/index/product3.htm
- ขนาดหน้าตัด ความหนา 5 ซม. ความกว้าง 35 ซม.
- การใช้งานต้องเทคอนกรีตทับหน้าและเสริมเหล็กตะแกรงอย่างต่าขนาด Ø 6 มม.@ 25 ซม.
- คอนกรีตที่ใช้ในการผลิตมีกาลังอัดประลัยไม่ต่ากว่า 350 กก. / ตร.ซม. ที่ 28 วัน
- การตัดลวดถ่ายกาลังกระทาที่คอนกรีตมีกาลังอัดไม่ต่ากว่า 245 กก. / ตร.ซม.
ิ
- ลวดเหล็กอัดแรงมีกาลังดึงประลัยไม่ต่ากว่า 17500 กก. / ตร.ซม. และมีคุณสมบัตอื่นๆ ตาม มอก.95-2534, มอก.95-2540
- แรงดึงที่ใช้ในการผลิตจะถูกดึง 70 - 75% ของกาลังดึงประลัย 25
ที่มา: http://www.vconthai.com
ข้อกาหนดทั่วไป
1. เกณฑ์การคานวณเป็นไปตามมาตรฐานสาหรับอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กของสถาบันคอนกรีตอเมริกัน (ACI 318-83)
2. กาลังอัดคอนกรีตรูปทรงกระบอก 15 ซม. x 30 ซม. ส่วนแผ่นพื้นสาเร็จรูปขณะตัดลวดเหล็กแรงดึงสูงไม่น้อยกว่า 250 kg/cm2
่
และ 400 kg/cm2 เมืออายุ 28 วัน ส่วนคอนกรีตทับหน้าไม่น้อยกว่า 210 kg/cm2 26
3. ลวดเหล็กตีเกลียวแรงดึงสูง (Strand) ใช้ตาม มอก.420-2540 และ ลวดเหล็กแรงดึงสูง (PC.wire) ใช้ตาม มอก.95-2540
ที่มา: http://www.vconthai.com 27
ที่มา: http://www.vconthai.com 28
การทดสอบ
- สถาบันคอนกรีตอเมริกันอนุโลมให้ใช้ ACI 318 Strength Evaluation
of Existing Structure เป็นวิธีการทดสอบกาลังของพื้นดังนี้
้
- ให้ทาการทดสอบบนพืนคอนกรีตสาเร็จรูปที่มีการก่อสร้างตามที่
ผู้ผลิตกาหนดโดยใช้น้าหนักกดรวมทั้งน้าหนักของตัวพื้นเอง =
0.85 (1.4 x น้าหนักพื้น + 1.7 x น้าหนักบรรทุกจรที่ออกแบบ)
= 0.85*(1.4*240+1.7*300)
= 720 kg/m2
= 720*0.35*3.5
= 881 kg
29
โดยน้าหนักกระทาต้องใส่อย่างช้าๆ ไม่ให้เกิดการกระแทก โดยใส่เป็น
ช่วงๆ อย่างน้อย 4 ช่วง แล้วทิ้งไว้ 24 ชม. แล้วจึงบันทึกค่าการโก่งตัว
ี
สูงสุด (Δ1) จากนั้น เอาน้าหนักกระทาออก แล้วทิ้งไว้อก 24 ชม. แล้วอ่าน
ค่าการโก่งตัวและหาค่าการโก่งตัวคืนหรือ deflection recovery (Δ2)
30
หากในระหว่างการทดสอบแผ่นพื้นมีรอยแตกร้าว ให้ถือว่าพื้นนั้นใช้
ไม่ได้ แต่หากไม่มีแล้ว ให้ถือว่าพื้นนั้นผ่านการทดสอบเมื่อ
L2
1) 1 (mm)
20,000 h
เมื่อ L = ความยาวช่วงพื้น (span) (mm)
h = ความลึกรวมของพื้น (mm)
2) 1 (mm)
L2 แต่
20,000 h
2 0.751 สาหรับคอนกรีตเสริมเหล็ก
2 0.80 1 สาหรับคอนกรีตอัดแรง
31
ลักษณะการกองสต๊อก
ก. ตาแหน่งหมอนต้องตรงกัน ข. จานวนชั้นที่กองขึ้นอยู่กับลักษณะ
พื้นดินและขนาดของหมอน
ที่มา: http://www.vconthai.com
32
ตัวอย่างรายละเอียดจุดต่อพื้นสาเร็จรูปกับองค์อาคารต่างๆ
ที่มา: http://www.vconthai.com
33
เสาเข็มคอนกรีต
(concrete pile)
34
เสาเข็มคอนกรีต (concrete pile) ได้รับความนิยมเนื่องจากรับน้าหนักได้
สูง มีความคงทน ใช้ได้ในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะที่มีระดับน้าใต้ดินลึกมากๆ
ได้ โดยมีหน้าตัดหลายรูปแบบ มีความยาว 3-21 m มีทั้งชนิดท่อนเดียวและ
หลายท่อนต่อกัน มีขนาดน้าหนักบรรทุกปลอดภัย 0.5-40 ตัน และทาด้วย
คอนกรีตเสริมเหล็กและคอนกรีตอัดแรง
35
ประเภทของเสาเข็ม
เสาเข็มที่ใช้กับอาคารทั่วไปในปัจจุบันแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ
ตามลักษณะของการผลิตและการใช้งาน ได้แก่
1. เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง (prestressed concrete pile)
2. เสาเข็มเจาะ (bored pile)
3. เสาเข็มกลมแรงเหวี่ยงอัดแรง (prestressed concrete spun pile)
36
1) เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง
- เป็นเสาคอนกรีตที่ทาจากคอนกรีตชนิดแข็งตัวเร็วและโครงเหล็ก
ภายในทาจากลวดเหล็กอัดแรงกาลังสูง
- การตอกเสาเข็มจะเป็นการตอกกระแทกลงไปในดินโดยใช้ปั้นจั่น
ซึ่งทาได้ง่ายและประหยัดค่าใช้จ่าย
- ชนิดเสาเข็มที่ใช้สาหรับรับน้าหนักของบ้านโดยทั่วไปเป็นเสาเข็มรูป
้
ตัวไอ ส่วนขนาดและความยาวนั้นขึ้นอยู่กับวิศวกรเป็นผูกาหนด
- เสาเข็มหกหรือแปดเหลี่ยม ชนิดกลวง หรือเสาเข็มรูปตัวทีมักใช้กับ
งานโครงสร้างรับน้าหนักน้อยกว่า เช่น งานฐานรากของรั้ว
37
เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง
ตารางรับน้าหนักปลอดภัยของเสาเข็มสี่เหลี่ยมตัน
ที่มา: http://www.rc-con.com/th/pile_th.html
ชนิดเสาเข็ม เส้นรอบรูป พื้นที่หน้าตัด น้าหนัก ความยาวสูงสุด น้าหนักปลอดภัย
TYPE OF PILE PERIMETE SECTIONAL UNIT MAX LENGT SAFELOAD
(M.xM.) (CM.) AREA (CM2) WAGHT H (M.) (TONS)
(KG./M.)
0.15x0.15 60 220 53 8 15
0.18x0.18 72 342 78 8 15-25
0.22x0.22 88 484 116 14 25-30
0.26x0.26 104 676 162 14 30-40
0.30x0.30 120 900 216 20 40-50
0.35x0.35 140 1225 294 25 50-60
0.40x0.40 160 1600 384 25 60-80
0.45x0.45 180 2025 486 25 80-100
0.525x0.525 210 2049 492 30 100-140
38
0.65x0.65 260 2968 712 35 150
2) เสาเข็มเจาะ
แตกต่างจากเสาเข็มคอนกรีตอัดแรงในลักษณะของการใช้งาน วิธีการทา
เสาเข็มเจาะค่อนข้างยุ่งยาก และจะต้องทาที่สถานที่ก่อสร้าง โดยใช้
เครื่องมือเจาะขุดดินลงไปให้ได้ขนาดของเส้นผ่านศูนย์กลางและความ
ลึกของเสาเข็มตามที่กาหนด จากนั้น จึงจะใส่เหล็กเสริมและเทคอนกรีต
ลงไปเพื่อหล่อเป็นเสาเข็ม
39
ที่มา: http://www.hyd.gov.hk/contractwebsites/lmc/HY200311_files/200405_files/IMG_0001.jpg
เสาเข็มเจาะแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ตามขนาดของเสาเข็มและ
กรรมวิธีที่ใช้ ได้แก่
1. เสาเข็มเจาะขนาดเล็ก ( small diameter bored pile )
เป็นเสาเข็มเจาะที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางอยู่ในช่วง 35-60 cm ( ส่วน
ใหญ่จะเป็นขนาด 35, 40, 50, 60 cm) มีความลึกอยู่ในช่วงประมาณ 18-23
m กรรมวิธีที่ใช้ในการเจาะมักจะเป็นแบบแห้ง (dry process) ซึ่งเป็นการขุด
เจาะโดยใช้เครื่องมือขุดเจาะลงไปตามธรรมดา
40
http://th.88dbmedia2.jobsdb.com/DB88UploadFiles/2008/07/11/2284D1D5-3669-40D6-AD79-800C27BE54F5.jpg
2. เสาเข็มเจาะขนาดใหญ่ (large diameter bored pile)
เป็นเสาเข็มเจาะที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 60 cm (ส่วนใหญ่มี
ขนาด 80, 100, 120, 150 cm) มีความลึกอยู่ในช่วงประมาณ 25-65 m วิธีที่ใช้
ในการเจาะมักจะเป็นระบบเปียก (wet process) ซึ่งแตกต่างจากระบบแห้ง คือ
จะต้องเพิ่มขั้นตอนในการฉีดสารเคมีเหลวที่เรียกว่า Bentonite slurry ลงไปใน
หลุมที่ทาการขุดเจาะ โดยเฉพาะหลุมที่มีความลึกมากๆ ถึงชั้นทรายหรือหลุม
้
ที่มีน้าใต้ดิน ทังนี้ เพื่อสร้างแรงดันในหลุมที่เจาะและยึดประสานผิวดินใน
หลุมเพื่อป้องกันมิให้ผนังหลุมที่เจาะพังทลายลงมา
41
http://www.hyd.gov.hk/contractwebsites/lmc/HY200311_files/200404_files/IMG_0004.jpg
เสาเข็มเจาะเหมาะอย่างยิ่งสาหรับอาคารสูงซึ่งต้องรับน้าหนักมากและ
มากกว่าเสาเข็มคอนกรีตอัดแรงเนื่องจาก
- เสาเข็มเจาะอาจมีขนาดของเส้นผ่านศูนย์กลางได้ถึง 200 cm เพราะไม่มี
ปัญหาเกี่ยวกับข้อจากัดของขนาดของปั้นจั่นและน้าหนักของตัวเสาเข็ม
ึ
- สามารถเจาะได้ลกกว่าความยาวของเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง
- ไม่ก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนอันอาจเป็นอันตรายต่ออาคารข้างเคียง
เพราะไม่มีการตอกกระแทกของปั้นจั่น
42
3) เสาเข็มกลมแรงเหวี่ยงอัดแรงหรือเสาเข็มสปัน
- เป็นเสาเข็มที่ผลิตที่ใช้กรรมวิธีการปั่นคอนกรีตในแบบหล่อซึ่งหมุนด้วย
ความเร็วสูงทาให้เนื้อคอนกรีตมีความหนาแน่นสูงกว่าคอนกรีตที่หล่อโดยวิธี
ธรรมดา จึงมีความแข็งแกร่งสูง รับน้าหนักได้มาก
- มีลักษณะเป็นเสากลม ตรงกลางกลวง มีโครงลวดเหล็กอัดแรงฝังอยู่ใน
เนื้อคอนกรีตโดยรอบ
ี
- การตอกเสาชนิดนี้สามารถทาได้หลายแบบ ทั้งวิธการตอกด้วยปั้นจั่น
แบบธรรมดา และวิธีการตอกด้วยระบบเจาะกด
43
- มีให้เลือกใช้หลายขนาดตั้งแต่ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 20-100 cm มี
ความหนาของเนื้อคอนกรีตอยู่ในช่วง 6-14 cm โดยมีความยาว 6 -18 m
- เนื่องจากเสาเข็มสปันมีลักษณะกลวงจึงช่วยลดการสั่นสะเทือนเวลา
ตอก และถ้าเสาเข็มที่ใช้ยาวมากก็สามารถลดแรงดันของดินในขณะตอก
ได้โดยการเจาะนาและลาเลียงดินขึ้นทางรูกลวงของเสา ซึ่งจะช่วยลดความ
กระทบกระเทือนที่มีต่ออาคารข้างเคียงได้มาก
- เสาชนิดนี้เหมาะสาหรับใช้เป็นฐานรากของอาคารสูงที่ต้องการความ
มั่นคงแข็งแรงสูง
44
ท่อคอนกรีตเสริมเหล็ก
45
ท่อคอนกรีตส่วนมากที่ผลิตออกมามักเป็นท่อขนาดใหญ่ มีขนาดเส้น
ผ่านศูนย์กลางภายใน 300, 400, 500, 600, 800, 1000, 1200 และ 1500 mm
ยาวท่อนละ 1 m ใช้เป็นท่อระบายน้า เช่น ท่อระบายน้าลอดถนนสาหรับ
งานทางหลวงทั่วไป งานระบายน้าโสโครก งานทางเกษตรกรรม และงาน
ชลประทาน
กรรมวิธีการผลิต
ใช้คอนกรีตที่มีค่าการยุบตัวน้อย ทาให้คอนกรีตแน่นตัวโดยวิธีการ
สั่นสะเทือน บรรจุอัดเข้าเป็นรูปท่อด้วยเครื่องเขย่าความถี่สูงและกดอัด
พร้อมกันด้วยเครื่องอัดไฮดรอลิก และใช้สารเคมีช่วยเร่งการแข็งตัวของ
คอนกรีตแทนการบ่มด้วยน้า
46
ชนิดของท่อคอนกรีต
1 ประเภทคอนกรีตไม่เสริมเหล็ก มี 2 ชนิดคือ ชนิดปากระฆัง และ
ชนิดปากลิ้นราง
2 ประเภทคอนกรีตเสริมเหล็ก มี 2 ชนิดคือ ชนิดปากลิ้นรางและชนิด
ปากระฆัง
ท่อคอนกรีตชนิดปากลิ้นราง ท่อคอนกรีตชนิดปากระฆัง
(tongue and groove) (bell and pigot) 47
ลักษณะทั่วไป
ท่อต้องเรียบ ปราศจากรอยร้าว มีผิวเรียบ แต่อาจมีตาหนิที่ปากได้
เล็กน้อย ถ้าไม่ทาให้เกิดความเสียหายในการต่อท่อ
มอก. 128-2528 แบ่งท่อคอนกรีตเสริมเหล็กตามความแข็งแรง
ออกเป็น 4 ชั้นคุณภาพ
48
การทดสอบกาลังของท่อ
เป็นการหาแรงที่ทาให้ท่อแยกและแรงกดสูงสุดต้องไม่น้อยกว่าค่าที่
กาหนดตามมอก. 409 โดยใช้วิธี three-edge bearing โดยการให้แรงกด
เพิ่มขึ้นในอัตรา 70-370 N/cm/นาที (7-37 kg/cm/นาที)
49
แรงกดที่ทาให้ท่อแยกและแรงกดสูงสุดตาม มอก. 128/2528
50
ตัวอย่าง: ตารางแสดงขนาดและประเภทท่อระบายน้า
คุณสมบัติของท่อระบายน้า S.J.C.
เป็นท่อระบายน้าแบบปากลิ้นราง ตาม มอก. 128-2528 สาหรับงานระบายน้าทั่วไป การ
เลือกประเภทของท่อขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในการใช้งาน หากเป็นงานที่ต้องรับน้าหนักสูง
จะต้องใช้ท่อ คสล. ตั้งแต่ชั้นคุณภาพ 4 เป็นต้นไป เช่น งานเทศบาล งานถนน งานท่อระบายน้า
สาธารณะ หน่วยงานราชการ ฯลฯ หมายเหตุ : ขนาดท่อคือขนาดที่ระบุเส้นผ่านศูนย์กลางภายใน และความยาวของท่อ
ขนาดท่อ(ม.) 0.2x1.0 0.3x1.0 0.4x1.0 0.5x1.0 0.6x1.0 0.8x1.0 1.0x1.0 1.2x1.0 1.5x1.0
ความหนาท่อ 4 5 6 7 7.5 9.5 11 12.5 15
ไม่เสริมเหล็ก / / / / / / /
คสล. / / / / / /
คสล.ชั้น / / / /
คุณภาพ 4
คสล.ชั้น / / / / / / / /
คุณภาพ 3
คสล.ชั้น / / / / / / / / 51
คุณภาพ 2
ลักษณะการทดลองท่อคอนกรีตและการวางท่อในร่องดิน
สภาพ Impermissible เป็นการวางท่อคอนกรีตอย่างธรรมดา แล้วถมบด
ทับด้วยดินรอบๆ บริเวณท่อ เช่นที่ปฏิบัติกันทั่วไปในวงงานก่อสร้าง
สภาพ Ordinary ก้นร่องดินที่จะรองรับท่อต้องแต่งให้เข้ารูปท่อคอนกรีต
โดยให้มีความกว้าง = ½ ของความกว้างของท่อคอนกรีตด้านนอก และ
รอบๆ ท่อต้องกลบทับแน่นด้วยทราย จนให้สูงกว่า 15 ซ.ม. จากหลังท่อ
แล้วเอาดินบริเวณนั้นถมทับอย่างแน่นจนถึงผิวทางจราจร 52
สภาพ First Class ผิวดินรับท้องท่อคอนกรีตต้องแต่งให้เข้ารูปท่อด้วยความกว้าง
60% ของความกว้างของท่อคอนกรีตด้านนอก และรอบๆ ท่อต้องกลบทับแน่นด้วย
ทรายจนสูงกว่า 30 ซ.ม. จากหลังท่อ แล้วเอาดินบริเวณนั้นถมทับแน่นทีละชั้น ๆ ละ
ไม่เกิน 15 ซ.ม. จนสูงถึงผิวทางจราจร การปฏิบัติงานทั้งหมดดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้การ
ควบคุมของผู้ควบคุมงานอย่างใกล้ชิด
สภาพ Concrete Cradle โดยการวางท่อโดยมีชั้นคอนกรีตธรรมดาหรือคอนกรีต
เสริมเหล็กเป็นฐานรับท่อคอนกรีตสูงขึ้นอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของความกว้างของท่อ และ
เทคอนกรีตเต็มเท่ากับความกว้างของร่องดิน ด้านบนบดทับแน่นด้วยทรายและดินอย่าง
อย่างเช่นสภาพ First Class 53
ี่
ความกว้างของร่องคูทควรขุดตามขนาดของท่อ
เส้นผ่าศูนย์กลาง ความกว้างของ เส้นผ่าศูนย์กลาง ความกว้างของ
ภายในของท่อ ร่องคู ภายในของท่อ ร่องคู
(ซม.) (ม.) (มม.) (ม.)
30 0.75 165 2.8
40 1. 195 3.13
50 1.2 210 3.33
60 1.35 225 3.41
80 1.55 270 3.81
100 2.05 300 4.14
120 2.3
ที่มา: บริษัท เจริญกิจ เออาร์ จากัด 54
จบการบรรยาย
ส่วนที่ 2/3.3
55
Get documents about "