สาระสาคัญของ Living Will
ตามกฎกระทรวง* พ.ร.บ.สุ ขภาพแห่ งชาติ มาตรา 12
ศาสตราจารย์ แสวง บุญเฉลิมวิภาส
่
ทีปรึกษาศูนย์ กฎหมายสุ ขภาพและจริยศาสตร์
2554
(2)
* เล่ม 127 ตอนที่ 65ก ลงวันที่ 22 ตุลาคม 2553
(มีผลใช้ บังคับ 20 พฤษภาคม 2554) 1
ิ
พระราชบัญญัตสุขภาพแห่ งชาติ พ.ศ. 2550
มาตรา 12 บุคคลมีสิทธิ ทาหนังสื อแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะ
รับบริ การสาธารณสุ ขที่เป็ นไปเพียงเพื่อยืดการตายในวาระสุ ดท้าย
ของชีวิตตน หรื อเพื่อยุติการทรมานจากการเจ็บป่ วยได้
การดาเนินการตามหนังสื อแสดงเจตนาตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็ นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กาหนดในกฎกระทรวง
้ ั
เมื่อผูประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุ ขได้ปฏิบติตามเจตนาของ
บุคคลตามวรรคหนึ่งแล้วมิให้ถือว่าการกระทานั้นเป็ นความผิดและ
้
ให้พนจากความรับผิดทั้งปวง 2
Death
การวินิจฉัยสมองตาย (Brain Stem Death)
ตามประการแพทยสภา เรื่ อง “เกณฑ์การวินิจฉัยสมองตาย”
ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2532 และฉบับที่ 2 พ.ศ.2539 และ
ข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วย การรักษาจริ ยธรรมแห่ งวิชาชีพ (ฉบับ
ที่ 3) พ.ศ. 2551
3
PVS
ู้ ่
กรณี ผป่วยอยูในสภาพเป็ นผักถาวร (persistent
vegetative state –PVS) ถือว่าบุคคลนั้นยังคงมีชีวตอยู่
ิ
4
Euthanasia
รากศัพท์มาจากภาษากรี ก ευθανασία
eu + thanatos = good death
ตายดี
(mercy killing การุณยฆาต, เมตตามรณะ?)
5
ประเภทของ Euthanasia
Active Euthanasia
Passive Euthanasia
6
The World Medical Association Declaration
on Euthanasia(1987,2005)
Euthanasia, that is the act of deliberately
ending the life of a patient, even at the patient's
own request or at the request of close relatives,
is unethical. This does not prevent the physician
from respecting the desire of a patient to allow
the natural process of death to follow its course
in the terminal phase of sickness
7
คาประกาศของแพทยสมาคมโลกเกียวกับ “ยูธานาเซีย”
่
้
ยูธานาเซีย หรื อการกระทาโดยตั้งใจที่จะทาลายชีวิตของผูป่วย
่ ้
แม้วาจะเป็ นการทาตามคาร้องขอของผูป่วยหรื อญาติสนิทก็ตามถือ
ว่าผิดหลักจริ ยธรรม แต่ไม่รวมถึงการดูแลของแพทย์ที่เคารพต่อ
้
ความปรารถนาของผูป่วยในวาระสุ ดท้ายของชีวิตซึ่ งประสงค์ที่จะ
เสี ยชีวิตตามธรรมชาติ
8
Living will or Advance Directives
การเขียน living will เป็ นการแสดงเจตนาขอจาก
ไปตามธรรมชาติเท่ านั้น
แต่ การดูแลแบบประคับประคอง (palliative care)
ยังมีอยู่
9
ศาสตราจารย์ แพทย์ หญิงสุ มาลี นิมมานนิตย์ กล่ าวไว้ ว่า
“Concept ของ palliative care คือ relief suffering และ improve
้
quality of life ซึ่ งไม่มีคนไข้คนไหนไม่ตองการเลย แม้กระทังคนไข้
่
ปวดหัว เพราะฉะนั้น palliative care เป็ นสิ่ งที่คนไข้ทุกคนต้องการ
.....ต้องการให้ทีมรักษาช่วยในทุกๆ ด้าน....physical,
psychological,social และ spiritual ที่เป็ น holistic care”
10
ศาสตราจารย์ แพทย์ หญิงสุ มาลี นิมมานนิตย์ กล่ าวไว้ ว่า
“Palliative care เป็ นหน้ าของทุกๆ คนในทีมรักษา โดยเฉพาะแพทย์
้
ทุกแขนงสาขาวิชาจะละเลยสิ่ งนีไม่ ได้ และ ถ้ าเราทา palliative care แล้ว นี่
คือ การดูแลรักษาอย่ างมีมนุษยธรรม มันคือ humanized medicine นั่นเอง
ไม่ ต้องไปหารูปแบบใหม่ ไม่ ต้องไปหาวิธีการใหม่ .......เสี ยเวลา”
“ การดูแลรักษาแบบนี้ palliative care นั้นมี spectrum กว้ างมาก ตั้งแต่ การ
support ด้ านจิตใจทั่วไปจนถึง end of life care ซึ่งหมอทุกๆ คนต้ องทา
ั
เป็ น และฝึ กตัวเองให้ ทาเป็ น เราจะทาได้ ท้ง holistic, humanized….ต่ างๆ
ทุกอย่ าง มันจะเบ็ดเสร็จอยู่ในตัวของpalliative care”
11
การดูแลแบบประคับประคอง
1. Symptom control
2. Relief pain
3. Spiritual healing
4. Support ญาติไม่ ให้ เกิด guilt after death
12
่
ความเข้ าใจเกียวกับภาวะใกล้ ตาย
ศาสตราจารย์ แพทย์ หญิงสุมาลี นิมมานนิตย์
เมื่อใกล้ตาย ความอ่อนเพลียเป็ นสิ่ งที่ควรยอมรับ ไม่จาเป็ นต้องให้
การรักษาใดๆ สาหรับความอ่อนเพลียที่เกิดขึ้น เพราะจะเกิด
ู้ ั
ผลเสี ยมากกว่าผลดี ควรให้ผป่วยในระยะนี้ได้พกผ่อนให้เต็มที่
คนใกล้ตายจะเบื่ออาหาร และกินอาหารน้อยลง จากการศึกษา
พบว่าความเบื่ออาหารที่เกิดขึ้นเป็ นผลดีมากกว่าผลเสี ย เพราะทา
ู้
ให้มีสารคีโตนในร่ างกายเพิ่มขึ้น สารคีโตนจะทาให้ผป่วยรู ้สึก
สบายขึ้น และบรรเทาอาการเจ็บปวดได้
13
่
ความเข้ าใจเกียวกับภาวะใกล้ ตาย
ศาสตราจารย์ แพทย์ หญิงสุมาลี นิมมานนิตย์
คนใกล้ตายจะดื่มน้ าน้อยลงหรื องดดื่มเลย ภาวะขาดน้ าที่เกิดขึ้นเมื่อใกล้
ู้ ้
ตายไม่ทาให้ผป่วยทรมานมากขึ้น ตรงกันข้ามกลับกระตุนให้มีการหลัง ่
สารเอ็นดอร์ฟิน ทาให้คนป่ วยรู ้สึกสบายขึ้น
หากปาก ริ มฝี ปาก จมูกแห้ง และตาแห้ง ให้หมันทาความสะอาด และ
่
รักษาความชื้นไว้ โดยอาจใช้สาลีหรื อผ้าสะอาดชุบน้ าแตะที่ปาก
ึ
ริ มฝี ปาก หรื อใช้สีผ้ งทาริ มฝี ปาก สาหรับตาก็ให้หยอดน้ าตาเทียม
การร้องครวญคราง หรื อมีหน้าตาบิดเบี้ยวอาจไม่ได้เกิดความเจ็บปวด
เสมอไป แต่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงทางสมอง ซึ่งแพทย์สามารถ
ให้ยาระงับอาการเหล่านี้ได้
14
้
เนือหาของกฎกระทรวง
คานิยาม
“หนังสือแสดงเจตนา” หมายความว่า หนังสื อซึ่ งบุคคล
แสดงเจตนาไว้ล่วงหน้าว่าไม่ประสงค์จะรับบริ การสาธารณสุ ขที่
เป็ นไปเพียงเพื่อยืดการตายในวาระสุ ดท้ายของชีวิตตนหรื อเพื่อ
ยุติการทรมานจากการเจ็บป่ วย
15
คานิยาม
่
“บริการสาธารณสุ ขทีเ่ ป็ นไปเพียงเพือยืดการตายในวาระ
ิ ่ ิ
สุ ดท้ ายของชีวตหรือเพือยุตการทรมานจากการเจ็บป่ วย”
หมายความว่า วิธีการที่ผประกอบวิชาชีพเวชกรรมนามาใช้กบผูทา
ู้ ั ้
หนังสื อแสดงเจตนาเพื่อประสงค์จะยืดการตายในวาระสุ ดท้ายของ
ิ ู้
ชีวตออกไป โดยไม่ทาให้ผทาหนังสื อแสดงเจตนาพ้นจากความ
้
ตายหรื อยุติการทรมานจากการเจ็บป่ วย ทั้งนี้ ผูทาหนังสื อแสดง
เจตนายังคงได้รับการดูแลรักษาแบบประคับประคอง
16
คานิยาม
ิ
“วาระสุ ดท้ ายของชีวต” หมายความว่าภาวะของผูทาหนังสื อแสดง
้
เจตนาอันเกิดจากการบาดเจ็บหรื อโรคที่ไม่อาจรักษาให้หายได้และจากการ
พยากรณ์โรคตามมาตรฐานทางการแพทย์เห็นว่า ภาวะนั้นนาไปสู่การตาย
อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในระยะเวลาอันใกล้จะถึง และให้ รวมถึงภาวะของ
ผู้ทาหนังสื อแสดงเจตนาที่ได้ รับการวินิจฉัยตามมาตรฐานทางการแพทย์ ว่า
มีการสูญเสี ยหน้ าที่อย่ างถาวรของเปลือกสมองใหญ่ ที่ทาให้ ขาด
ความสามารถในการรั บรู้ และติดต่ อสื่ อสารอย่ างถาวร โดยปราศจาก
พฤติกรรมการตอบสนองใดๆ ที่แสดงถึงการรั บรู้ ได้
จะมีเพียงปฏิกิริยาสนองตอบอัตโนมัติเท่ านั้น (PVS)
17
คานิยาม
“การทรมานจากการเจ็บป่ วย” หมายความว่า
้
ความทุกข์ทรมานทางกายหรื อทางจิตใจของผูทาหนังสื อ
แสดงเจตนาอันเกิดจากการบาดเจ็บหรื อจากโรคที่ไม่อาจ
รักษาให้หายได้
18
่
ผู้ใกล้ชิดทีทาหน้ าที่ proxy
ข้อ 3 วรรคสาม
้
ผูทาหนังสื อแสดงเจตนาอาจระบุชื่อบุคคลเพื่อทาหน้าที่
้
อธิบายความประสงค์ที่แท้จริ งของผูทาหนังสื อแสดงเจตนาที่ระบุ
ั
ไว้ไม่ชดเจน . . .
19
่
หนังสื อแสดงเจตนาอาจระบุรายละเอียดอืนๆ
หนังสื อแสดงเจตนาอาจระบุรายละเอียดอื่น ๆ เช่น ความ
ประสงค์ในการเสี ยชีวิต ณ สถานที่ใด ความประสงค์ที่จะได้รับ
ั
การเยียวยาทางจิตใจ และการปฏิบติตามประเพณี และความเชื่อ
ทางศาสนา และให้สถานบริ การสาธารณสุ ขให้ความร่ วมมือ
ตามสมควร
20
แนวทางปฏิบัติตามกฎกระทรวง มาตรา 12
สานักงานคณะกรรมการสุ ขภาพแห่ งชาติ (สช.) ร่ วมกับ
ศูนย์ กฎหมายสุ ขภาพและจริยศาสตร์ พัฒนา “แนว
ั ้
ทางการปฏิบติงานของสถานบริ การสาธารณสุ ข ผูประกอบ
วิชาชีพด้านสาธารณสุ ขและเจ้าหน้าที่ของสถานบริ การ
สาธารณสุ ขตามกฎกระทรวง ฯ”
21
สาระสาคัญของแนวทางปฏิบัติ
ิ
คุณสมบัตของผู้ทาหนังสื อแสดงเจตนา
ู้
ใช้เกณฑ์อายุ 18 ปี ตามประกาศสิ ทธิผป่วย กล่าวคือ ผูที่มี ้
สติสัมปชัญญะดี มีอายุครบ 18 ปี บริ บูรณ์ สามารถสิ ทธิทาหนังสื อนี้ แต่
หากเป็ นผูเ้ ยาว์ที่มีอายุต่ากว่า 18 ปี บริ บูรณ์ ให้ขอความยินยอมจากบิดา
้ ้
มารดา ผูปกครองหรื อผูอุปการะเลี้ยงดูในการตัดสิ นใจแทน ทั้งนี้ควร
เปิ ดโอกาสให้ผเู ้ ยาว์มีส่วนร่ วมในการตัดสิ นใจเท่าที่สามารถทาได้ดวย้
22
สาระสาคัญของแนวทางปฏิบัติ
การประเมินสติสัมปชัญญะของผู้ทาหนังสื อ
้
ผูประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุ ขหรื อเจ้าหน้าที่ของสถานบริ การ
้
สาธารณสุ ขสามารถประเมินสติสัมปชัญญะของผูทาหนังสื อแสดงเจตนาที่
้ ้ ั
สถานบริ การสาธารณสุ ขได้ดวยตนเอง โดยพิจารณาว่าผูน้ นมี
ความสามารถสื่ อสารกับคนทัวไปได้ตามปกติหรื อไม่ เข้าใจกาลเวลาและ
่
สภาพแวดล้อมต่างๆรอบตัวได้หรื อไม่ จดจาเรื่ องราวในอดีตของตนเองได้
หรื อไม่ มีความเข้าใจเนื้อหาในหนังสื อแสดงเจตนาและสามารถวางแผน
ล่วงหน้าเกี่ยวกับชีวิตของตนเองได้หรื อไม่
23
สาระสาคัญของแนวทางปฏิบัติ
ี่
แนวทางการให้ ข้อมูลแก่ผู้ทต้องการทาหนังสื อแสดงเจตนา
้
ผูประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุ ขหรื อเจ้าหน้าที่ของสถานบริ การ
้ ้
สาธารณสุ ขควรอธิบายกับผูที่ตองการทาหนังสื อแสดงเจตนาเพื่อให้
ทราบถึงวัตถุประสงค์ในการทาหนังสื อนี้ ผลดีหรื อผลเสี ยที่จะเกิดขึ้น
้ ้
ในกรณี ที่เป็ นผูป่วย ผูประกอบวิชาชีพเวชกรรมควรอธิบายแนว
่
ทางการรักษาในอนาคตเมื่ออยูในวาระสุ ดท้ายของชีวิต และควรบอก
ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะและความเป็ นไปของโรคที่เป็ นจริ งในขณะนั้นให้
้
ผูป่วยทราบก่อนการทาหนังสื อ ไม่ควรปกปิ ดข้อมูล เพราะการปกปิ ด
มักจะเป็ นผลเสี ยมากกว่าผลดี
24
สาระสาคัญของแนวทางปฏิบัติ
้
เนือหาของหนังสื อแสดงเจตนา
้
หนังสื อแสดงเจตนาจึงควรมีขอมูลตามที่ระบุไว้ตามกฎกระทรวง ข้อ
3 การทาหนังสื อแสดงเจตนาควรมีพยานรู ้เห็นด้วย เพื่อประโยชน์ในการ
้
พิสูจน์หรื อยืนยันเนื้อหาในหนังสื อดังกล่าวในกรณี ที่มีขอสงสัยเรื่ องความ
ถูกต้อง โดยพยานอาจเป็ นสมาชิกในครอบครัว ญาติ คนใกล้ชิด หรื ออาจ
ขอให้แพทย์ พยาบาล เป็ นพยานก็ได้ แต่หากไม่มีพยานก็มิได้ทาให้หนังสื อ
นี้ขาดความสมบูรณ์แต่อย่างใด
25
สาระสาคัญของแนวทางปฏิบัติ
่ ้
แก้ ไขเปลียนแปลงเนือหาในหนังสื อแสดงเจตนา
้
ผูทาหนังสื อแสดงเจตนาสามารถแก้ไขปรับปรุ งเนื้ อหาของ
หนังสื อเมื่อใดก็ได้ เช่น หนังสื อนั้นเคยจัดทาเมื่อหลายปี มาแล้ว
ทาให้มีเนื้อหาไม่สอดคล้องกับเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่
เปลี่ยนไปหรื อมีเนื้อหาบางส่ วนไม่ชดเจนั
26
สาระสาคัญของแนวทางปฏิบัติ
ี่ ่
กรณีทมีปัญหาเกียวกับการดาเนินการตามหนังสือแสดงเจตนา
ู้ ้
ให้ผประกอบวิชาชีพเวชกรรมผูรับผิดชอบการรักษาปรึ กษา
้
กับบุคคลตามข้อ 3 วรรคสาม หรื อญาติของผูทาหนังสื อแสดง
้
เจตนานั้น โดยคานึงถึงเจตนาของผูทาหนังสื อแสดงเจตนา
27
28
29
30
31
32
แนวปฏิบัติของสถานพยาบาล
คณะกรรมการสุ ขภาพแห่งชาติ (คสช.) ได้ออกประกาศ
ั
คสช. เรื่ องแนวทางปฏิบติสาหรับสถานบริ การสาธารณสุ ข
ู้
เพื่อให้ผประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุ ขและเจ้าหน้าที่ของ
ั
สถานพยาบาล สามารถปฏิบติงานได้สะดวกตามกฎกระทรวง
ั
นี้ โดยมีเนื้อหาไม่ขดหรื อแย้งกับกฎกระทรวงนี้
33
Advance directives are NOT
a substitute for good
Communication between
Patient / family and doctor
34
“So I actually think it’s a good
idea to have a living will.
I’d encourage everybody to get
one. I have one; Michelle has one.
And we hope we don’t have to
use if for a long time, but I think
It’s something that is sensible.”
Barack Obama
(July 28, 2009)
35
ตัวอย่ างแนวปฏิบัติของต่ างประเทศ
3636
ประเทศอังกฤษ
General Medical Council (GMC)
Withholding and withdrawing life-
prolonging treatments:
Good practice in decision-making
This guidance develops the advice in Good
Medical Practice (2006). It sets out the standards
of practice expected of doctors when they
consider whether to withhold or withdraw life-
prolonging treatments.
37
ประเทศอังกฤษ
British Medical Association (BMA)
End-of-life decisions: BMA views
Advance decisions and proxy decision-making
in medical treatment and research (2007)
Withholding and withdrawing life-prolonging
medical treatment: guidance for decision
making (3rd edition 2007)
End of life - withdrawing and withholding
artificial nutrition and hydration (2007)
38
ประเทศออสเตรเลีย
Australian Medical Association
AMA Position Statement on the Role of the
Medical Practitioner in End of Life Care - 2007
1. Preamble
1.1 The AMA believes that the primary role of the
medical practitioner in end of life care is to facilitate
the provision of good quality patient-centred care that
emphasises continuous, open, informed
communication and collaboration between the patient,
the health care team, and, where appropriate, the
patient's carers, family members, and/or surrogate
decision-maker.
39
AMA Position Statement on the Role of the
Medical Practitioner in End of Life Care
8. Competent patients and decision-making
8.2 The AMA strongly promotes advance care
planning as a process of supporting patient self-
determination, including the development of
advance directives and the identification of
surrogate decision-makers such as Enduring
Powers of Attorney (EPA) ...
40
AMA Position Statement on the Role of the
Medical Practitioner in End of Life Care
17. Palliative care
17.1 Palliative care provides not only physical support
but also psychological, social, emotional and spiritual
support for patients, their families and friends.
This includes grief and bereavement support.
17.2 Quality palliative care services should be available
to everyone in need of such services.
17.3 Adequate funding for quality palliative care
services should be provided.
17.4 Adequate funding for appropriate palliative care
research and projects should be provided
41
ประเทศแอฟริกาใต้
THE SOUTH AFRICAN MEDICAL
ASSOCIATION
GUIDELINES FOR MEDICAL
PRACTITIONERS ON LIVING WILLS
PREPARED
่
ฮองกง
Hong Kong Hospital Authority
HA Guidelines on Life-sustaining
Treatment in the Terminally Ill
42
ข้ อพิจารณาทางด้ านศาสนา : ศาสนาอิสลาม
้ ่
“ความตายเป็ นสิ่ งที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้ ผูป่วยที่อยูในวาระสุ ดท้ายของ
ชีวิตย่อมมีสิทธิที่จะตายโดยปราศจากขั้นตอนการรักษาที่ไม่มีความจาเป็ น
ื
เพราะเครื่ องมือที่ใช้ยดชีวิตออกไป (procedures of mechanical life
support) เป็ นเพียงมาตรการชัวคราวเท่านั้น ไม่ควรมีการให้อาหารหรื อ
่
ู้ ้
สารน้ าแก่ผป่วยดังกล่าวต่อไป ผูป่วยควรได้รับอนุญาตให้ตายอย่างสงบ
และมีความสบาย (Quran17:33)”
สมัชชาอิสลามิกชนแห่ งทวีปอเมริกาเหนือ (Islamic Society of North
America – IMANA)
43
ข้ อพิจารณาทางด้ านศาสนา : ศาสนาคริสต์
“ ... สิ่ งสาคัญมากในทุกวันนี้คือ การรักษาศักดิ์ศรี ความ
ิ
เป็ นมนุษย์และความหมายแห่งชีวตของชาวคริ สเตียน แม้
ในขณะที่กาลังจะตาย เพื่อมิให้ใช้เทคโนโลยีในทางที่มิชอบซึ่ง
คุกคามสิ่ งเหล่านี้ คาว่า “สิ ทธิที่จะตาย” (right to die) จึงมิได้
่
หมายถึงสิ ทธิที่จะยืนความตายด้วยน้ ามือใครคนใดคนหนึ่ง
หรื อด้วยวิธีการใดๆ แต่หมายถึงสิ ทธิที่ตายอย่างสงบ (die
peacefully) อย่างมีศกดิ์ศรี ความเป็ นมนุษย์และของชาวคริ ส
ั
เตียน …
44
ข้ อพิจารณาทางด้ านศาสนา : ศาสนาคริสต์
่ ิ
“เมื่อความตายไม่อาจหลีกหนีได้แม้วาจะใช้วธีการรักษา
ต่างๆ แล้ว การตัดสิ นใจปฏิเสธการรักษาเป็ นสิ่ งที่พึงอนุญาตและ
ั ้
ชอบด้วยจริ ยธรรม ตราบเท่าที่ยงมีการดูแลผูป่วยตามปกติ หาก
้
การรักษานั้นเป็ นไปตามความประสงค์ของผูอื่นและสร้างภาระ
ิ ้
ในการยืดชีวตผูป่วยออกไปเท่านั้น ในสถานการณ์เช่นนี้ไม่มี
เหตุผลใดที่แพทย์จะตาหนิตนเองที่มิได้ช่วยเหลือบุคคลที่ตกอยู่
ในอันตรายนั้น ...”
่
ทีประชุ มของสมณกระทรวงแห่ งพระศาสนจักรคาทอลิก (วาติกน) ั
่
เกียวกับหลักแห่ งศรัทธา : คาประกาศเรื่องยูธานาเซีย, ตอนที่ 4 (ค.ศ.
1980) (Sacred Congregation for the Doctrine of the Faith: Declaration
on Euthanasia, part IV (1980)) 45
ข้ อพิจารณาทางด้ านศาสนา : ศาสนาพุทธ
ิ
“การเรี ยนรู ้ชีวตใกล้ตาย ทาให้มีปัญญาที่สมบูรณ์ข้ ึน เราจะ
ั
ศึกษาความเจ็บ ความตาย ความทุกข์ให้มนชัดเจน ไม่สบายทุกที
ก็ฉลาดขึ้นทุกทีเหมือนกัน”
“การตายเป็ นหน้าที่ของสังขารอย่างไม่มีทางเปลี่ยนแปลง
แก้ไข นอกจากการต้อนรับให้ถูกวิธี”
พุทธทาสภิกขุ “หนังสื อ ปัจฉิ มอาพาธ พุทธทาสมหาเถระ”
46
ข้ อพิจารณาทางด้ านศาสนา : ศาสนาพุทธ
ุ
“ในคัมภีร์พทธศาสนา พูดถึงเสมอว่า อย่างไรเป็ นการตายที่ดี
่
คือมีสติไม่หลงตาย และที่วาตายดีน้ นไม่ใช่เฉพาะตายแล้วไปสู่
ั
่
สุ คติเท่านั้น แต่ขณะที่ตายก็เป็ นจุดสาคัญที่วาต้องมีจิตใจที่ดี คือมี
สติ ... มีจิตใจไม่ฟั่นเฟื อน ไม่เศร้าหมองไม่ข่นมัว จิตใจดีงาม”
ุ
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) “หนังสื อการแพทย์ยคใหม่ใน ุ
พุทธทัศน์”
47
ข้ อพิจารณาทางด้ านศาสนา : ศาสนาพุทธ
ในคาอธิ บายทางอรรถกถาและมีฎีกาอธิบายว่า เวลาคนจะตายจะมี
กรรมนิมิต อันได้แก่ ภาพของกรรมคือประสบการณ์ต่างๆ ที่ตนได้
กระทาไว้ในอดีตของชีวิตมาฉายให้เห็น จากนั้นจะปรากฏ
คตินิมิต คือ ภาพของภพที่ตนจะไปเกิดปรากฏให้เห็น คตินิมิตที่
ปรากฏขึ้นนี้กเ็ ป็ นไปตามกรรมเป็ นตัวนาไปเกิด วิญญาณเก่าดับไป
วิญญาณใหม่เกิดขึ้นสื บต่อกรรมที่สะสมไว้ และวิญญาณนั้นเชื่อว่า
เป็ นคันธัพพะ
(ม.อ.๒/ ๔๐๘ วนย. ฎีกา ๒/๑๐/๒๐)
48
สรุปประเด็นทางกฎหมาย
ั
1. การมี Living will แพทย์ ยงต้ องคุยกับญาติหรือไม่
การมี Living will จะช่วยให้การพูดคุยกับญาติสะดวกขึ้น
่ ั
เป็ นการแก้ปัญหาที่มีอยูในปัจจุบน
49
สรุปประเด็นทางกฎหมาย
2. Living will เป็ นสิ ทธิที่จะฆ่ าตัวตายใช่ หรือไม่ จะเสี ยสิ ทธิกบ ั
ั
บริษทประกันชีวตหรือไม่ิ
Living will ไม่ใช่เรื่ องสิ ทธิ ที่จะฆ่าตัวตาย แต่เป็ นเรื่ องขอ
่
ตายตามธรรมชาติ เมื่ออยูในวาระสุ ดท้ายของชีวตเท่านั้น ไม่ิ
ั ั
เสี ยสิ ทธิกบบริ ษทประกันชีวต ิ
50
สรุปประเด็นทางกฎหมาย
3. Living will เป็ นการุ ณยฆาตหรือไม่
Living will ไม่ใช่เรื่ องการทาการุ ณยฆาต (mercy killing)
ที่เป็ นการเร่ งการตาย (active euthanasia) ซึ่งตามกฎหมายทา
ู้
ไม่ได้ แต่ living will เป็ นเรื่ องที่ผป่วยขอตายตามธรรมชาติ เป็ น
กรณี ของ passive euthanasia
51
สรุปประเด็นทางกฎหมาย
4. กรณีถอดเครื่องช่ วยหายใจ (withdraw) กระทาได้ หรือไม่
โดยทัวไปการถอดเครื่ องช่วยหายใจไม่สามารถกระทาได้ และใน
่
ู้
กฎกระทรวงก็ไม่ได้เขียนให้อานาจไว้ แต่ในกรณี ที่ผป่วยได้เขียนไว้ใน
่
living will ว่า ถ้าอยูในวาระสุ ดท้ายของชีวิต ไม่ประสงค์จะให้ใส่
้ ้
เครื่ องช่วยหายใจ ถ้าหากใส่ ไปแล้วมาทราบภายหลังว่า ผูป่วยไม่ตองการ ก็
ั
ขอให้ถอดเครื่ องช่วยหายใจนั้น แพทย์จะปฏิบติอย่างไร เรื่ องนี้เป็ นเพียง
ั ่
คาแนะนาในแนวปฏิบติวา แพทย์ควรพิจารณา ยุติการรักษาที่ได้ดาเนินการ
้
ไปแล้ว ทั้งนี้ ควรพูดคุยกับญาติหรื อบุคคลใกล้ชิดของผูทาหนังสื อแสดง
เจตนาก่อนดาเนินการในเรื่ องนี้ เพื่อป้ องกันความเข้าใจผิด 52
สรุปประเด็นทางกฎหมาย
5. การทาตาม Living will บุคลากรทางการแพทย์ จะมีความผิด
ตามกฎหมายหรือไม่
การทาตามความประสงค์ใน Living will มิใช่การทอดทิ้ง
้ ั
ผูป่วย หรื องดเว้นการปฏิบติหน้าที่ของแพทย์ เพราะการให้การ
รักษาแบบประคับประคอง (Palliative Care) ยังคงกระทาอยู่
53
สรุปประเด็นทางกฎหมาย
ิ
6. วาระสุ ดท้ ายของชีวตใครเป็ นผู้บอกกล่ าว
้ ่ ิ
เมื่อไหร่ จะถือว่า ผูป่วยอยูในวาระสุ ดท้ายของชีวต กฎหมาย
นิยามได้เพียงกรอบโดยทัวไป แต่วาระสุ ดท้ายของชีวตในแต่ละ
่ ิ
กรณี แพทย์จะพยากรณ์โรคตามหลักวิชาเป็ นกรณี ไป เมื่อผูป่วย้
่
อยูในวาระสุ ดท้ายของชีวิต แพทย์จะต้องพูดคุยกับญาติ หาก
็
ญาติเห็นด้วย แพทย์กสามารถทาตาม Living will ได้เลย
54
สรุปประเด็นทางกฎหมาย
่
7. บุคลากรทางการแพทย์ มีหน้ าทีจะต้ องตรวจสอบความจริงแท้
ของ Living will หรือไม่
การตรวจสอบความจริ งแท้ของ Living will ไม่ใช่หน้าที่
ู้
ของแพทย์ หากญาติผป่วยยืนยันว่า Living will นั้น เป็ น
เอกสารที่ผป่วยทาขึ้นจริ ง และแพทย์ก็เชื่อโดยสุ จริ ตว่าเป็ น
ู้
เช่นนั้น ย่อมไม่มีความผิดใด ๆ ในทางกฎหมาย
55