??????????????????????

Document Sample
?????????????????????? Powered By Docstoc
					                ้
มีแนวข้อสอบผูคุมนํ้ามาให้ดูครับ
1.การเก็บนํ้าวิเคราะห์โลหะต้องเติม...HNO3...
2.วิเคราะไซยาไนด์เติม...NaOH...
3.โรงงานหมายถึง....
4.ก๊าชใดติดไฟได้...NH4..
5.ขั้นตอนโคแอกคูเลชัน...กวนเร็ ว-กวนช้า
                          ่
6.ก๊าชชนิดไดกําจัดเชื้อโรคได้ดีที่สุดระหว่าง..โอโซน กับ คลอรี น ข้อนี้ เป็ นที่ถกกันมากที่สุดนะครับ และออก 5
ครั้งติดแล้วครับ
7.นํ้าเสี ยตาม พรบ.35 คือ....
8.การใหลของนํ้าในถังดักทรายที่เหมาะสมคือ..0.3 เมตร/วินาที
                                                                     ั
ปล.มีอีกเยอะครับนี่เป็ นเพียงตัวอย่างบางข้อใครมีเพิ่มเติมก็มาแชร์กนได้นะครับ จะได้สอบผ่านกันทุกคน
โอกาศหน้าจะเอามาให้อีกนะครับ
-Cr มาจากนํ้าทิ้งอุตสาหกรรมฟอกหนัง
- ก๊าซติดไฟได้ CH4 (มีเทน)
- การเก็บตัวอย่างนํ้า เพื่อดูค่า F/M เก็บนํ้าเข้าดูค่า BOD, นํ้าบ่อเติมอากาศดูค่า MLVSS
- เดี๋ยวคิดออกแล้วมาบอกใหม่
              ้
ก่อนอื่นแก้ขอ4.ครับ ก๊าซติดไฟคือ CH4 ครับ ไม่ใช่NH4 ผมพิมพ์ผิดครับ ขอโทษด้วย
9.โรงงานบางประเภทมีการอนุโลมให้ค่าบางค่าเกินมาตรฐานได้ มีค่าอะไรบ้าง..และอนุโลมให้ไม่เกินเท่าไหร่
10.วัชพืชที่นิยมเติมบ่ Facultative คือ....
11.การทําแห้งสลัจด์ดวยวิธิอดกรองลดความชื้นได้กี่ %
                        ้        ั
12.การกําจัดกลิ่นเหม็นในเส้นท่อใช้สารไรครับ..Cl2 หรื อเปล่า.
13ท่อทนแรงดันคือ...
14.กระดาษกรองที่เล็กที่สุดคือขนาดได..
15.การไทรเทรต BOD ใช้สารไร..
19.เราจะแก้ไขปั ญหากลิ่นเหม็นในบ่อเหม็นได้อย่างไรครับ
20.โรงงานย้อมสี ควรมีการบําบัดแบบไดจึงจะเหมาะสมครับ
21.คํานวณ Solids 1 ข้อ..
22.คํานวณ F/M 1ข้อ..
23.คํานวณ MLSS 1 ข้อ.
24.การเติมเหล็ก ควรเติมในรู ปใด
25.ปรอททําให้เกิดโรค..มินามาตะ.
26.แคดเมี่ยมทําให้เกิดโรค..อิไต อิไต..
                                     ์
27.ค่าใดบอกถึงปริ มาณสารอินทรี ยในนํ้าเสี ย..VS...
28.เช็ควาล์วทําหน้าที่..
29.การออกแบบ Sump (สถานีสูบ) ควรคํานึงถึงอะไรมากที่สุด.
30.ค่า DO ในถังตกตะกอนควนเป็ นเท่าใด.
31.ประสิ ทธิภาพของ Granular Activated Carbon ดูจากอะไร..
32.กระบวนการที่ใช้ Granular activated Carbon เรี ยกว่าอะไร...
                       ํ
33.พารามิเตอร์ใดไม่ได้กาหนดไว้ในมาตรฐนํ้าทิ้ง..
34.การกําจัดสาหร่ ายใช้สารเคมีใด..ใช่คลอรี นหรื อเปล่าครับ
16.หาแรงม้า 1 ข้ต่อมอเตอร์ 3เฟส สลับกันปั๊ มทํางานครับ แต่จะหมุนกลับด้าน ต้องสลับขั้วใหม่




ไม่แน่ใจนะคะว่าจะได้หรื อยังแนวข้อสอบนี้
-หา svi
-ให้ อายุตะกอน ให้ BOD ให้หาอัตราการไหล
-หา Flow rate ของระบบ Tricking
-หา Qจากสูตรwire 90 H=15cm
-แบคทีเรี ยที่ช้ ีบ่งว่า เอเอสมีประสิ ทธิภาพคือ..โรติเฟอร์
ถ้าหาเจออีกเดี๋ยวมาบอกใหม่นะคะ


ส่วนอันนี้เป็ นสรุ ปย่อ
                        ้
สรุ ปข้อสอบที่เคยสอบผูควบคุมระบบบําบัดมลพิษนํ้า
                   ํ
รายวิชาที่สอบมีจานวน 4 วิชา จํานวน 100 ข้อ ดังนี้
1. กฎหมายด้านสิ่ งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง และหน้าที่ของผูควบคุมดูแลและผูปฏิบติงานประจําฯ จํานวน 15 ข้อ
                                                      ้              ้ ั
2. ทฤษฎีการบําบัดมลพิษ – มีเนื้อหาเกี่ยวกับหลักการพื้นฐานการบําบัดมลพิษชนิดต่างๆ จํานวน 35 ข้อ
3. เทคนิคการควบคุมระบบบําบัดมลพิษ มีเนื้ อหาเกี่ยวกับการแก้ไขปั ญหาและอุปสรรคต่างๆ
ที่จะพบในระหว่างการเดินระบบบําบัดมลพิษ จํานวน 35 ข้อ
4. เทคนิคการวิเคราะห์มลพิษ – มีเนื้อหาเกี่ยวกับหลักการวิเคราะห์มลพิษประเภทต่างๆ จํานวน 15 ข้อ
(หมายเหตุ ข้อมูลรายวิชาที่สอบนี้ มาจากการชี้แจงของกรอ. ใน web board ของ website
http://www.diw.go.th)
1.ข้อสอบเกี่ยวกับกฎหมายสิ่ งแวดล้อม-
                   ้             ้ ั
นํ้าและหน้าที่ของผูควบคุมและผูปฏิบติงานประจําระบบบําบัดมลพิษฯ(15 ข้อ)
1) ประกาศคณะกรรมการสิ่ งแวดล้อมแห่ งชาติ ฉบับ 8 พ.ศ. 2537
กําหนดมาตรฐานคุณภาพนํ้าในแหล่งนํ้าผิวดินออกเป็ น 5 ประเภท
2) ตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 “โรงงาน”หมายถึง อาคาร สถานที่
                                  ํ
หรื อยานพาหนะที่ใช้เครื่ องจักรมีกาลังรวมตั้งแต่ 5 แรงม้าหรื อเทียบเท่าขึ้นไป หรื อมีคนงานตั้งแต่ 7 คนขึ้นไป
3) การแบ่งขนาดโรงงานตามประเภท ชนิ ด หรื อขนาด แบ่งออกเป็ น 3 จําพวก ได้แก่
ก.โรงงานจําพวกที่ 1 ได้แก่ โรงงานประเภท ชนิด
                                            ั          ้
ขนาดที่สามารถประกอบกิจการโรงงานได้ทนทีโดยไม่ตองขออนุญาต(โดยมากเป็ นโรงงานขนาดเล็กที่มีเครื่ องจัก
รไม่เกิน 20 แรงม้า และคนงานไม่เกิน 20 คน
ยกเว้นโรงงานที่ไม่มีผลกระทบสิ่ งแวดล้อมจะถูกจัดให้เป็ นโรงงานจําพวกที่1 ทุกขนาด)
ข.โรงงานจําพวกที่ 2 ได้แก่ โรงงานประเภท ชนิด
ขนาดที่เมื่อจะประกอบกิจการต้องแจ้งให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมทราบก่อน(โดยมากเป็ นโรงงานขนาดกลางที่มี
เครื่ องจักรไม่เกิน 50 แรงม้า และคนงานไม่เกิน 50 คน )
ค.โรงงานจําพวกที่ 3 ได้แก่ โรงงานประเภท ชนิด
ขนาดที่เมื่อจะประกอบกิจการต้องได้รับใบอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมก่อน(โดยมากเป็ นโรงงานขนาด
ใหญ่ที่มีเครื่ องจักรไม่เกิน 50 แรงม้า และคนงานเกิน 50
                                                             ่
คนยกเว้นโรงงานที่มีผลกระทบสิ่ งแวดล้อมสูงจะถูกจัดให้อยูในจําพวกที่3 ทุกขนาด )
4) ค่ามาตรฐานกําหนดลักษณะนํ้าทิ้งที่ระบายออกจากโรงงาน ตามประกาศหระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 2
                                  ้
พ.ศ. 2539 กําหนดค่าอุณหภูมิตองไม่มากกว่า 40 องศาเซลเซียส ,
โรงงานบางประเภทได้รับการอนุโลมให้มีค่ามาตรฐานนํ้าทิ้งได้สูงกว่าปกติ เช่น
- นํ้าเสี ยจากโรงฆ่าสัตว์ โรงงานทําแป้ ง โรงงานทํากิจการเกี่ยวกับอาหารจากแป้ งเช่น ขนมปั ง ก๋ วยเตี๋ยว,
                                                                     ่                         ั
โรงงานสิ่ งทอหรื อเส้นใย,โรงงานหมัก ฟอกหนังสัตว์, โรงงานทําเยือหรื อกระดาษ โรงงานเคมีภณฑ์,โรงงานยา,
ห้องเย็น อนุโลมให้ใช้ค่า BOD 60 มก./ล.
- โรงงานทําเครื่ องปรุ ง,ผลิตอาหารสัตว์, สิ่ งทอหรื อเส้นใย, หมัก ฟอกหนังสัตว์, เยือ กระดาษ อนุโลมให้ใช้ค่า
                                                                                   ่
COD 400 มก./ล.
5) ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่ อง “การกําหนดประเภท ชนิ ด และขนาด ของโรงงาน
กําหนดวิธีการควบคุมการปล่อยของเสี ย มลพิษหรื อสิ่ งใดๆที่มีผลกระทบต่อสิ่ งแวดล้อม
                                                    ้
กําหนดคุณสมบัติและหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนผูควบคุมดูแลสําหรับระบบป้ องกันสิ่ งแวดล้อมเป็ นพิษ พ.ศ.
2545” กําหนดประเภทของบุคคลากรด้านสิ่ งแวดล้อมประจําโรงงาน ไว้เป็ น 3 ประเภท คือ
       ้                                                          ้ั
1. ผูควบคุมดูแลระบบป้ องกันสิ่ งแวดล้อมเป็ นพิษ ประกอบด้วยผูจดการสิ่ งแวดล้อม
          ้
และผูควบคุมระบบบําบัดมลพิษนํ้า,อากาศ,กาก
         ้ ั
2. ผูปฏิบติงานประจําระบบป้ องกันสิ่ งแวดล้อมเป็ นพิษ
3.
     ั              ํ                   ้                                                     ้
บริ ษทที่ปรึ กษาที่ทาสัญญารับจ้างเป็ นผูควบคุมระบบบําบัดมลพิษ(มีหน้าที่รับผิดชอบเช่นเดียวกับผูควบคุมระบบ
บําบัดมลพิษ)
                        ้
6) ชนิดและโรงงานที่ตองมีบุคลากรด้านสิ่ งแวดล้อมประจําโรงงาน ได้แก่
-โรงงานที่มีปริ มาณนํ้าเสี ยตั้งแต่ 500
ลบ.ม./วัน(ยกเว้นนํ้าหล่อเย็น)หรื อมีความสกปรกก่อนเข้าระบบบําบัดตั้งแต่ 100 กก./วัน ขึ้นไป
-โรงงานที่ใช้สารโลหะหนักหรื อสารพิษในกระบวนการผลิตที่มีปริ มาณนํ้าเสี ยตั้งแต่ 50 ลบ.ม./วันขึ้นไป
-โรงงานที่ก่อมลพิษสูง ได้แก่
1) โรงไฟฟ้ าพลังงานความร้อนขนาดตั้งแต่ 10 เมกกะวัตต์ข้ ึนไป
2)
                           ั
อุตสาหกรรมปิ โตรเคมีที่ใช้วตถุดิบซึ่งได้จากการกลันนํ้ามันปิ โตรเลียมหรื อจากการแยกก๊าซธรรมชาติขนาดตั้งแต่
                                                 ่
100 ตัน/วันขึ้นไป
3) อุตสาหกรรมกลันนํ้ามันปิ โตรเลียมทุกขนาด
                  ่
4) อุตสาหกรรมแยกหรื อแปรสภาพก๊าซธรรมชาติทุกขนาด
5) อุตสาหกรรมผลิตสารออกฤทธิ์หรื อยากําจัดศัตรู พืชหรื อสัตว์โดยกระบวนการทางเคมีทุกขนาด
6) อุตสาหกรรมผลิตปุ๋ ยเคมีโดยกระบวนการทางเคมีทุกขนาด
7) โรงงานปรับคุณภาพของเสี ยรวมทุกขนาด(โรงงานลําดับที่ 101)
8) อุตสาหกรรมนํ้าตาล – นํ้าตาลทรายดิบ นํ้าตาลทรายขาว นํ้าตาลทรายขาวบริ สุทธิ์ ทุกขนาด
– กลูโคส เดกซ์โทรส ฟรักโทส ตั้งแต่ 20 ตัน/วันขึ้นไป
                                   ั
9) โรงงานจัดการกากของเสี ยและวัตถุอนตรายทุกขนาด(โรงงานลําดับที่ 105 และ 106)
10) โรงงานเหล็กและเหล็กกล้า – มีเตาอบกําลังการผลิตตั้งแต่ 100 ตัน/วัน ขึ้นไป
– มีเตาหลอมเหล็กปริ มาตรรวมตั้งแต่ 5 ตัน/ครั้ง ขึ้นไป
11) โรงงานคลอ-แอลคาไลน์ที่ใช้ NaCl เป็ นวัตถุดิบที่มีการผลิตตั้งแต่ 100 ตัน/วันขึ้นไป
12) โรงงานปูนซีเมนต์ทุกขนาด
                                                                            ํ
13) โรงงานถลุงแร่ หรื อหลอมโลหะซึ่ งมิใช่อุตสาหกรรมเหล็กหรื อเหล็กกล้าที่มีกาลังการผลิตตั้งแต่ 50
ตัน/วันขึ้นไป
               ่               ํ
14) โรงงานเยือกระดาษที่มีกาลังการผลิตตั้งแต่ 50 ตัน/วันขึ้นไป
            ู้                                                  ้
7)กรณี ที่ผควบคุมระบบบําบัดมลพิษนํ้าถูกเพิกถอนใบทะเบียนผูประกอบกิจการโรงงานต้องดําเนินการจัดหาผูค                 ้
วบคุมใหม่มาแทนภายใน 90 วัน, ในกรณี ที่ผควบคุมระบบบําบัดมลพิษ ไม่สามารถปฏิบติหน้าที่ตามที่กาหนด
                                             ู้                                           ั              ํ
                                           ั
ต้องระบุปัญหาและเหตุผลเป็ นลายลักษณ์อกษรรายงานให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมทราบภายใน 15 วันทําการ,
ในกรณี ที่ไม่ประสงค์จะควบคุมระบบบําบัดมลพิษประจําโรงงานอีกต่อไปต้องแจ้งให้กรมโรงงานทราบเป็ นลายลั
        ั        ้                      ํ
กษณ์อกษรไม่นอยกว่า 7 วัน ที่จะไม่ดาเนินการดังกล่าว
8) ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่ อง
                      ้
กําหนดให้โรงงานที่ตองมีระบบบําบัดนํ้าเสี ยต้องติดตั้งเครื่ องมือหรื อเครื่ องอุปกรณ์พิเศษและเครื่ องมือหรื อเครื่ อง
อุปกรณ์เพิ่มเติม พ.ศ. 2547 โดยกําหนดให้
1.1 โรงงานที่มีปริ มาณนํ้าทิ้งเกิน 10,000 ลบ.ม./วัน ขึ้นไป
1.2 โรงงานที่มีปริ มาณนํ้าทิ้งเกิน 3,000 ลบ.ม./วัน ขึ้นไป ถึง10,000 ลบ.ม./วัน หรื อมีปริ มาณ Influent
BOD Load ตั้งแต่ 4,000 กก./วัน ขึ้นไป
ประกาศเพิ่มเติม(ฉบับที่2) ในปี 2548 เพิ่มข้อ 1.3 และ1.4 (อาจจะออกข้อสอบ
เก็งว่าน่าจะออกข้อสอบเรื่ องนี้)
1.3 โรงงานที่มีปริ มาณนํ้าทิ้งตั้งแต่ 1,000 ลบ.ม./วัน ขึ้นไป แต่ไม่ถึง 3,000 ลบ.ม./วัน (มีผลบังคับใช้ 14 ม.ค.
2549)
1.4 โรงงานที่มีปริ มาณนํ้าทิ้งตั้งแต่ 500 ลบ.ม./วัน ขึ้นไป แต่ไม่ถึง 1,000 ลบ.ม./วัน (มีผลบังคับใช้ 14 ก.ค.
2549)
             ํ
ให้โรงงานที่กาหนดในข้อ 1.1-1.4 ต้องติดเครื่ องมือหรื ออุปกรณ์พิเศษเพิ่มเติมคือ
2.1
ติดตั้งเครื่ องวัดอัตราการไหลของนํ้าทิ้งออกจากโรงงานและติดตั้งมาตรวัดปริ มาณการใช้ไฟฟ้ าสําหรับระบบบําบั
ดนํ้าเสี ยโดยสามารถให้สญญาณไฟฟ้ าอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของโรงงานเพื่อบันทึกข้อมูลแ
                            ั
ละแสดงข้อมูลย้อนหลังได้อย่างต่อเนื่อง
ประกาศเพิ่มเติม(ฉบับที่2) ในปี 2548 แก้ไขข้อ2.2 เป็ นดังนี้
2.2 ติดตั้งเครื่ องตรวจวัดค่าบีโอดี
หรื อค่าซีโอดีของนํ้าทิ้งที่สามารถให้สญญาณไฟฟ้ าได้อย่างต่อเนื่องและส่งเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของโรงงานเพื่
                                       ั
อบันทึกข้อมูลและแสดงข้อมูลย้อนหลังได้อย่างต่อเนื่องโรงงานใดจะติดตั้งเครื่ องดังกล่าวต้องได้รับความเห็นชอ
บจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม
เพื่อรายงานการระบายนํ้าทิ้งออกจากโรงงานเข้ากับระบบเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม
                                                                  ํ
เว้นแต่โรงงานที่ไม่มีการระบายนํ้าทิ้งออกจากโรงงานและโรงงานที่นานํ้าทิ้งไปบําบัดที่โรงงานปรับสภาพของเสี
            ้
ยรวมไม่ตองติดตั้งเครื่ องมือดังกล่าว
9) ประกาศกรมโรงงานอุตสาหกรรม
                                                     ้
เรื่ องหลักเกณฑ์การให้ความเห็นชอบให้โรงงานที่ตองมีระบบบําบัดนํ้าเสี ยต้องติดตั้งเครื่ องมือหรื อเครื่ องอุปกรณ์
พิเศษและเครื่ องมือหรื อเครื่ องอุปกรณ์เพิ่มเติม พ.ศ. 2547 (ประกาศราชกิจจานุเบกษา วันที่ 16 กุมภาพันธ์
2548)
             ้
โรงงานที่ตองติดตั้งเครื่ องวัดบีโอดีได้แก่ โรงงานลําดับที่ 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11 ,13, 15, 16, 17, 19,
20,และ 52 ซึ่ งประกอบกิจการเกี่ยวกับ สัตว์ซ่ ึ งมิใช่สตว์น้ า, นํ้านม, สัตว์น้ า, นํ้ามันจากพืชหรื อสัตว์
                                                          ั ํ                  ํ
หรื อไขมันจากสัตว์, ผัก พืช ผลไม้, เมล็ดพืชหรื อหัวพืช, อาหารจากแป้ ง, นํ้าตาลซึ่งทําจากอ้อย บีช หญ้าหวาน
หรื อพืชอื่นที่ให้ความหวาน, เครื่ องปรุ งเครื่ องประกอบอาหาร, อาหารสัตว์, ต้มกลันหรื อผสมสุรา,
                                                                                       ่
ผลิตเอทิลแอลกอฮอล์, มอลต์หรื อเบียร์,นํ้าดื่ม เครื่ องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ นํ้าอัดลม นํ้าแร่ , ยาง ตามลําดับ
               ้
โรงงานที่ตองติดตั้งเครื่ องวัดซีโอดีได้แก่ โรงงานลําดับที่ 22, 24, 29, 38, 40, 42, 44, และ49
ซึ่งประกอบกิจการเกี่ยวกับ สิ่ งทอ,ถักผ้า หรื อเครื่ องนุ่งห่ม หรื อฟอกย้อมสี หรื อแต่งสําเร็ จผ้า ,หมัก ชําแหละ อบ
ป่ น บด ขัด แต่ง เคลือบ สี หนังสัตว์, ผลิตเยือหรื อ กระดาษ, กิจการเกี่ยวกับ เยือ กระดาษ หรื อกระดาษแข็ง,
                                                ่                                ่
      ั
เคมีภณฑ์ สารเคมี วัสดุเคมีซ่ ึงมิใช่ปุ๋ย, ยางเรซินสังเคราะห์ เส้นใยสังเคราะห์ ซึ่งมิใช่ใยแก้ว
และกลันนํ้ามันปิ โตรเลียมตามลําดับ
        ่
                 ้
โรงงานที่ตองติดตั้งเครื่ องวัดบีโอดีและซีโอดี ได้แก่ โรงงานลําดับที่ 101 ปรับคุณภาพของเสี ยรวม
10) มติคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับการอนุรักษ์แหล่งนํ้าดิบเพื่อการประปา
กําหนดพื้นที่ซ่ ึงไม่อนุญาตให้มีการตั้งหรื อขยายกิจการโรงงานบางประเภท สรุ ปได้ดงนี้ คือ    ั
                   ํ
โรงงานที่มีน้ าทิ้งประกอบด้วยสารพิษประเภทโลหะหนักรวมทั้งวัตถุมีพิษที่ใช้ในการเกษตรและสารเคมีอื่นๆที่เป็
นพิษ,โรงงานที่มีความสกปรกในนํ้าทิ้งมากกว่า 1 กก.บีโอดี/วัน เขตควบคุมคือ อ.บางไทร อ.บางปะอิน จ.
อยุธยา, อ.สามโคก อ.เมือง อ.คลองหลวง จ. ปทุมธานี
2.ข้อสอบเกี่ยวกับทฤษฎีการบําบัดมลพิษนํ้า(35 ข้อ)
1) การเจริ ญเติบโตและเพิมปริ มาณอย่างรวดเร็ วของสาหร่ ายเนื่ องจากมีสารไนโตรเจนและฟอสเฟตสู งเรี ยกว่า
                           ่
ปรากฎการณ์ Eutrophication
2) ไนโตรเจนที่พบในนํ้าเสี ยมี 4 ชนิด คือ1. แอมโมเนียไนโตรเจน 2. สารอินทรี ยไนโตรเจน 3.   ์
ไนไตรต์(NO2-) และ 4.ไนเตรต(NO3-)
การกําจัดไนโตรเจน โดยวิธี ไนทริ ฟิเคชัน-ดีไนทริ ฟิเคชัน ขั้นตอนแรกคือ ปฏิกิริยา ไนทริ ฟิเคชัน
                                           ่               ่                                        ่
(เป็ นปฏิกิริยาทางชีวภาพที่ทาให้แอมโมเนี ยไนโตรเจนและสารอินทรี ยไนโตรเจน
                               ํ                                         ์
ถูกออกซิไดซ์เป็ นไนไตรต์และไนเตรต โดยออโทโทรฟิ กแบคทีเรี ย Nitrosomonas และ Nitrobacter
ตามลําดับ ;ใช้ออกซิเจน 4.6 กก./NH4+ 1 กก.) ปฏิกิริยา ดีไนทริ ฟิเคชัน       ่
เป็ นปฏิกิริยาทางชีวภาพที่ทาให้ไนไตรต์และไนเตรต ถูกเปลี่ยนเป็ นก๊าซไนโตรเจน
                             ํ
โดยแฟคัลเททีฟแบคทีเรี ย(ในสภาพที่มีอากาศหายใจโดยใช้ออกซิเจน ในสภาพที่ไม่มีอากาศหายใจโดยใช้
ไนไตรต์หรื อไนเตรต)
3) วิธีการกําจัดฟอสฟอรัสมีการพัฒนาเพื่อใช้ในการกําจัดพร้อมกับไนโตรเจนและบีโอดีคือกระบวนการ
Modified Bardenpho Process, UTC Process, Modified UTC Process
4) วิธีการบําบัดนํ้าเสี ยที่มีแคดเมียม คือ ตกตะกอนด้วยไฮดรอกไซด์ ที่pH 10.5 หรื อสู งกว่า
5) วิธีการบําบัดนํ้าเสี ยที่มีตะกัว คือ ตกตะกอนด้วยไฮดรอกไซด์ ที่pH 9.5-10
                                  ่
ด้วยการเติมปูนขาวหรื อโซดาไฟเพื่อให้เกิดการตกตะกอนผลึกในรู ปตะกัว(Precipitation)
                                                                          ่
จากนั้นจึงกําจัดตะกัวออกโดยกระบวนการโคแอกกูเลชันด้วยสารส้ม
                      ่                                    ่
6) วิธีการบําบัดนํ้าเสี ยที่มีอาร์ เซนิก(สารหนู) คือ ดูดซับร่ วมกับการตกตะกอนโดยใช้ปูนขาว
สารส้มและเฟอร์ริกคลอไรด์
        ํ
7) วิธีบาบัดนํ้าเสี ยที่มีโครเมียมเฮกซาวาเลนซ์ คือ รี ดิวส์ให้เป็ น Cr 3+โดยการเติมสารเคมีเช่น
ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ เฟอรัสซัลเฟต หรื อ
เกลือซัลไฟต์แล้วทําให้ตกตะกอนผลึกด้วยไฮดรอกไซด์(โดยเติมปูนขาวหรื อโซดาไฟ )
8) วิธีการบําบัดนํ้าเสี ยที่มีไซยาไนด์ โดย ออกซิ เดชันสองชั้นด้วยไฮโปรคลอไรด์เรี ยกว่า Alkali
                                                       ่
chlorination ใช้สารเคมี 2 ชนิดคือโซดาไฟและคลอรี น มี 2 ขั้นตอน คือ 1. ในสภาวะที่เป็ นด่าง
คลอรี นจะออกซิไดซ์ไซยาไนด์ให้เป็ นไซยาเนต 2. ที่ค่าพีเอชประมาณ 7-8
ไซยาเนตจะถูกเปลี่ยนเป็ นไนโตรเจนโดยการเติมคลอรี นหรื อไฮโปคลอไรด์
                                                 ์
9) การบําบัดนํ้าเสี ยซึ่งมีสารประกอบอินทรี ยของปรอท(Organic
                 ิ                             ์              ่
Mercury)ใช้วธีออกซิ เดชันให้สารอินทรี ยของปรอทอยูในรู ปคลอไรด์โดยใช้คลอรี น
                                ่
                              ่
จากนั้นจึงตกตะกอนให้อยูในรู ปสารประกอบซัลไฟด์

3.ข้อสอบเกี่ยวกับเทคนิคการควบคุมระบบบําบัดมลพิษนํ้า(35 ข้อ)
1) การวัดอัตราการไหลของนํ้าด้วยเวียร์
1. เวียร์ (Weir) ชนิดสี่ เหลี่ยม
Q = 1.84 LH 1..5
Q = อัตราไหลของนํ้าเสี ย, ลบ.ม./วินาที
L = ความยาวของสันเวียร์ , เมตร
H = ความสูงของระดับนํ้าเหนือสันเวียร์ , เมตร
ตัวอย่างข้อสอบ เวียร์สี่เหลี่ยมที่มีความยาวสันเวียร์ 0.5 เมตร ความสูงนํ้าเหนือสันเวียร์ 0.18 เมตร
มีอตราไหลของนํ้ากี่ลบ.ม./ชม.
   ั
แทนค่าตามสูตร
Q = 1.84 (0.5)(0.18) 1..5
= 0.070258 ลบ.ม./วินาที
= 0.070258 x 60 x 60 = 252.93 ลบ.ม./ชัวโมง
                                      ่
                                    ั
2. เวียร์ (Weir) ชนิ ดสามเหลี่ยมใช้วดอัตราไหลของนํ้าเสี ยที่มีปริ มาณน้อยมีแบบ 60o และ 90o
แบบ 60o Q = 0.85 H 2..5
แบบ 90o Q = 1.47 H 2..5
Q = อัตราไหลของนํ้าเสี ย, ลบ.ม./วินาที
H = ความสูงของระดับนํ้าจากจุดยอดของสามเหลี่ยม, เมตร
2) ระบบโปรยกรอง(Tricking Filter) มีองค์ประกอบคือ 1.ระบบกระจายนํ้าเข้า(Distribution system)
2. ตัวกรอง(Filter media) 3. ระบบระบายนํ้าทิ้ง(Underdrain system) หลักการทํางาน
                                                                                 ํ
คือนํ้าเสี ยจะถูกปล่อยให้ไหลผ่านชั้นตัวกรองโดยระบบกระจายนํ้าเข้ามีหน้าที่ทาให้พ้ืนที่ภาคตัดขวางของตัวกรอง
                                            ์            ่                                     ์
ได้รับนํ้าเสี ยเท่ากันทุกส่วน ซึ่งจุลินทรี ยที่เกาะติดอยูบนตัวกรองจะทําการย่อยสลายสารอินทรี ยในนํ้าเสี ย
        ํ
นํ้าที่บาบัดแล้วจะถูกส่งไปยังถังตกตะกอนเพื่อแยกสลัดจ์ออกแล้วจึงระบายนํ้าส่วนใสทิ้ง
3) ระบบแผ่นหมุนชีวภาพ( Rotating Biological Contactor, RBC)มีส่วนประกอบ ดังนี้ 1.
แผ่นหมุนชีวภาพ(Biodisk) 2. Reactor คือ จุลินทรี ยที่เกาะอยูบนผิวแผ่นหมุน
                                                             ์             ่
                            ์ ั                                   ์
การหมุนทําให้จุลินทรี ยสมผัสนํ้าเสี ยและเกิดการกําจัดอินทรี ยสารในนํ้าเสี ย 3. Sedimentation tank
คือถังตกตะกอน หลักการทํางานคล้ายระบบโปรยกรอง ต่างตรงที่มีการหมุนแผ่นชีวภาพที่มีจุลินทรี ยเ์ กาะ
อัตราการหมุนมีผลต่อการบําบัดคือ เป็ นการเพิ่มจํานวนครั้งของการสัมผัสระหว่างนํ้าเสี ยกับจุลินทรี ย ์
ช่วยเพิ่มอัตราการเติมอากาศ
4) ระบบบําบัดนํ้าเสี ยแบบเอเอส(Activated Sludge) ประกอบด้วยส่ วนสําคัญอย่างน้อย 2 ส่ วนคือ
ถังเติมอากาศ และถังตกตะกอน หลักการทํางานของระบบเอเอสเป็ นวิธีที่เลียนแบบธรรมชาติ
โดยใช้ปฏิกิริยาชีวเคมี ขั้นตอนการทํางานของระบบเริ่ มตั้งแต่น้ าเสี ยถูกส่งเข้าสู่ถงเติมอากาศ
                                                                    ํ                ั
ซึ่งมีสลัดจ์อยูเ่ ป็ นจํานวนมาก ภายในถังมีภาวะแวดล้อมที่เหมาะต่อการเจริ ญเติบโตของจุลินทรี ยแบบใช้ออกซิเจน
                                                                                                 ์
               ่                                       ์                       ่
มลสารที่อยูในนํ้าเสี ยถูกใช้เป็ นอาหารของจุลินทรี ยและถูกย่อยสลายให้อยูในรู ป CO2และ H2O
เมื่อจุลินทรี ยเ์ จริ ญเติบโตและขยายพันธุ์ต่อไป จะรวมตัวเป็ นก้อนใหญ่เรี ยกว่าฟล็อกหรื อสลัดจ์
จากนั้นจึงแยกสลัดจ์ออกจากนํ้าโดยการตกตะกอน
                       ่ ้
สลัดจ์ที่แยกตัวอยูกนถังตกตะกอนส่วนหนึ่งถูกสูบกลับไปยังถังเติมอากาศ
อีกส่วนหนึ่งเป็ นสลัดจ์ส่วนเกิน(Excess sludge) ซึ่งต้องทิ้งเพือรักษาปริ มาณ
                                                                         ่
จุลินทรี ยในระบบให้มีค่าเหมาะสม
            ์
วิธีควบคุมการทํางานของระบบเอเอส
                                                  ์
1) การควบคุมอัตราส่ วนอาหารต่อจุลินทรี ยในระบบ (Food to Microorganism Ratio, F/M ratio)
ควบคุมโดยรักษาอัตราส่วนของนํ้าหนักบีโอดีที่ส่งเข้ามาบําบัดต่อนํ้าหนักจุลินทรี ยซ่ ึงวัดในรู ปของแข็งแขวนลอย
                                                                                       ์
                                 ่                              ์
(MLSS) เรี ยกค่าควบคุมนี้วา อัตราส่ วนอาหารต่อจุลินทรี ย(Food to Microorganism Ratio, F/M
ratio) สามารเขียนเป็ นสมการได้ดงนี้    ั
F/M ratio = อัตราการไหลของนํ้าเสี ย(ลบ.ม./วัน) x บีโอดี (มก./ล.)
ปริ มาตรของถังเติมอากาศ(ลบ.ม.) x MLSS(มก./ล.)
                                                                                   ์
แบ่งรู ปแบบการทํางานของกระบวนการเอเอสตามอัตราส่วนอาหารต่อจุลินทรี ยได้เป็ น 3 ประเภท คือ
อัตราการบําบัดสูง
(High Rate), อัตราการบําบัดธรรมดา(Conventional Rate), และอัตราการบําบัดตํ่า (Low Rate or
Extended Aeration) โดยมีช่วงการทํางานตามค่า F/M ratio คือ 0.5-2.0, 0.2-0.5, และ 0.05-0.15
ต่อวัน ตามลําดับ
อัตราส่วนอาหารต่อจุลินทรี ย(์ F/M) คืออัตราส่วนนํ้าหนักสารอินทรี ยต่อนํ้าหนักจุลินทรี ย ์ โดยปกติค่า F/M
                                                                             ์
ของระบบเอเอส ควรควบคุมเป็ น 0.20-0.40 กก.บีโอดี ต่อ กก.MLVSS ต่อวัน
                                                                      ์่
หรื อเรี ยกอีกอย่างหนึ่งงว่าการควบคุมค่าอัตราส่วนภาระอินทรี ยตอปริ มาตรถังเติมอากาศ (Organic Loading
, OL)
OL = BOD (มก./ล) x Flow rate(ลบ.ม./วัน) กก.บีโอดี ต่อ ลบ.ม ต่อวัน
V (ลบ.ม.) x 1,000

2) การควบคุมอายุสลัดจ์( Sludge Retention Time, SRT)
                                  ์           ่
หมายถึงระยะเวลาเฉลี่ยที่จุลินทรี ยหมุนเวียนอยูในระบบ
มีความสัมพันธ์โดยตรงกับค่าอัตราส่วนอาหารต่อจุลินทรี ย ์
ในการควบคุมระบบจะต้องทดลองหาค่าอายุสลัดจ์ที่เหมาะสม
                                          ั                                  ั
โดยหาความสัมพันธ์ระหว่างค่าอายุสลัดจ์กบคุณภาพนํ้าทิ้ง สามารถเขียนสมการได้ดงนี้
                              ์
SRT = นํ้าหนักของจุลินทรี ยในถังเติมอากาศ
                     ์
นํ้าหนักของจุลินทรี ยที่ออกจากระบบต่อวัน
รู ปแบบการทํางานของกระบวนการเอเอสแบบอัตราการบําบัดสูง (High Rate),
อัตราการบําบัดธรรมดา(Conventional Rate), และอัตราการบําบัดตํ่า (Low Rate or Extended
Aeration) มีค่าอายุสลัดจ์ คือ น้อยกว่า 3 วัน, 5-15 วัน และ มากกว่า 20 วัน ตามลําดับ

3)การควบคุมอายุสลัดจ์ในถังเติมอากาศ (Mean Cell Residence Time)
                                        ์ ่
อายุสลัดจ์ หมายถึง ระยะเวลาที่จุลินทรี ยอยูในถังเติมอากาศ คํานวณได้จาก
นํ้าหนักของแข็งแขวนลอย(MLSS)ในถังเติมอากาศต่อนํ้าหนักของแข็งแขวนลอย(SS)ที่ออกจากระบบในแต่ล
ะวัน
อายุสลัดจ์ (วัน) = MLSS (มก./ล) x ปริ มาตรถังเติมอากาศ(ลบ.ม)

4) เวลากักพักนํ้า(Hydraulic Retention Time, HRT)
ระบบเอเอสธรรมดาเวลากักพักนํ้าที่เหมาะสม คือ 6-12 ชัวโมง
                                                      ่
                            ํ
การคํานวณหาระยะเวลาที่น้ าถูกกักพักในถังที่มีการไหลต่อเนื่อง
มีค่าเท่ากับปริ มาตรของถังเติมอากาศหารด้วยอัตราการไหลของนํ้า เขียนเป็ นสมการได้ดงนี้
                                                                                ั
เวลากักพักนํ้า (ชม) = ปริ มาตรถังเติมอากาศ(ลบ.ม)
อัตราการไหลของนํ้า(ลบ.ม./ชม)
5)การควบคุมอัตราการทิ้งสลัดจ์ส่วนเกิน(Excess Sludge)
สามารถคํานวณได้หลายวิธี เช่น คํานวณจากอัตราส่วนอาหารต่อจุลินทรี ย(์ F/M), จากค่าอายุสลัดจ์,
จากดุลมวลสาร
                                            ์
(1) คํานวณจากอัตราส่วนอาหารต่อจุลินทรี ย(F/M) ถ้าทราบค่า F/M ก็สามารถคํานวณค่า M เป็ น MLSSได้
                      ํ          ั
และเปรี ยบเทียบค่าที่คานวณได้กบค่าที่ได้จากการตรวจวัด MLSS นํ้าในถังเติมอากาศ
ถ้า M ที่คานวณได้ น้อยกว่าค่า MLSS จาการตรวจนํ้าแสดงว่ามีสลัดจ์ส่วนเกิน
            ํ
ซึ่งสามารถหานํ้าหนักสลัดจ์ส่วนเกินได้จาก ผลต่าง MLSS x ปริ มาตรถังเติมอากาศ
และหาปริ มาตรสลัดจ์ส่วนเกินได้จากนํ้าหนักสลัดจ์ส่วนเกินหารด้วยความเข้มข้นของสลัดจ์สูบกลับ
(2) คํานวณจากค่าอายุสลัดจ์
นํ้าหนักของ SS ที่ออกจากระบบต่อวัน = นํ้าหนัก MLSS ในถังเติมอากาศ/อายุสลัดจ์
นํ้าหนักของ SS ที่ออกจากระบบ = นํ้าหนักสลัดจ์ส่วนเกิน + นํ้าหนัก SS ในนํ้าทิ้ง
ปริ มาณสลัดจ์ส่วนเกิน = นํ้าหนักสลัดจ์ส่วนเกิน/ความเข้มข้นสลัดจ์ส่วนเกิน
(3) ดุลมวลสารมี 2 แบบคือ ดุลมวลสารในถังเติมอากาศ และ ดุลมวลสารในถังตกตะกอน
ดุลมวลสารในถังเติมอากาศ โดย
มวลสารเข้าถังเติมอากาศ = มวลสารออกจากถังเติมอากาศ
(SSนํ้าเข้าถังเติมอากาศx อัตราการไหลเข้าของนํ้าเสี ย) +
(ความเข้มข้นของสลัดจ์สูบกลับxอัตราการสูบสลัดจ์กลับ)
= MLSS ในถังเติมอากาศ x อัตรานํ้าล้นจากถังเติมอากาศ
โดยอัตรานํ้าล้นจากถังเติมอากาศ = อัตราการไหลเข้าของนํ้าเสี ย + อัตราการสูบสลัดจ์กลับ
ดุลมวลสารในถังตกตะกอน โดย
มวลสารเข้าถังตกตะกอน = มวลสารออกจากถังตกตะกอน
MLSS ในถังเติมอากาศ x อัตรานํ้าล้นจากถังเติมอากาศ =
(SSนํ้าทิ้งx อัตราการไหลทิ้งของนํ้าเสี ย) + (ความเข้มข้นของสลัดจ์สูบกลับxอัตราการสูบสลัดจ์กลับ) +
(ความเข้มข้นของสลัดจ์ส่วนเกินxอัตราการสูบสลัดจ์ส่วนเกินทิ้ง)
โดยอัตรานํ้าล้นจากถังเติมอากาศ = อัตราการไหลเข้าของนํ้าเสี ย + อัตราการสูบสลัดจ์กลับ

6) ดัชนีปริ มาตรสลัดจ์(Sludge Volume Index, SVI)
= ปริ มาตรสลัดจ์ที่ตกตะกอนใน 30 นาที (มล./ล)
ความเข้มข้นของตะกอน (มก./ล)
                                                              ่
โดยปกติระบบบําบัดนํ้าเสี ยเอเอส ค่าดัชนีปริ มาตรสลัดจ์มีค่าอยูระหว่าง 80-120 มล./ก. ถ้าเกิน 200 มล./ก.
จะตกตะกอนไม่ดี ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากแบคทีเรี ยเส้นใยเกิดขึ้นในถังเติมอากาศ

7) การควบคุมดูแลถังตกตะกอน
ทําได้โดยกําหนดระดับความลึกของชั้นสลัดจ์สะสมในถังตกตะกอน เช่น ไม่เกิน 1 ใน 3
ของขนาดความจุของถังตกตะกอนเป็ นต้น
ปริ มาตรสลัดจ์สะสม(ลบ.ม.) = นํ้าหนักสลัดจ์ที่เข้าสู่ถงตกตะกอน(กก./วัน)
                                                     ั
ความเข้มข้นของสลัดจ์สะสมในถังตกตะกอน(มก./ล.)
8) การเติมธาตุอาหาร
ในถังเติมอากาศ BOD:N:P:Fe ในนํ้าเสี ยควรมีค่า 100:5:1:0.5
นํ้าเสี ยจากโรงงานอุตสาหกรรมมักจะขาดธาตุอาหาร ซึ่งเป็ นสาเหตุให้เกิดการไม่จมตัวของสลัดจ์(Bulking
Sludge) จึงต้องตรวจสอบปริ มาณธาตุอาหาร ถ้ามีค่าตัวใดตัวหนึ่ งขาดไปก็จะต้องมีการเติมสารเคมีให้เพียงพอ
วิธีการคํานวณหาธาตุอาหารที่จาเป็ น ํ
(1) คํานวณปริ มาณบีโอดี (BOD Loading)
                                            ้
(2) เปรี ยบเทียบลักษณะนํ้าเสี ยกับลักษณะที่ตองการ
                                     ้
(3) คํานวณปริ มาณธาตุอาหารที่ตองการเพิ่ม
                                 ้
(4) คํานวณปริ มาณสารเคมีที่ตองเติม
ตัวอย่าง อัตรานํ้าเสี ยเข้าระบบเอเอส 2,000 ลบ.ม./วัน นํ้าเสี ยมีค่า
BOD 400 มก./ล. สารเคมีทีใช้เติม Urea 45% N
N 4 มก./ล. Trisodium Phosphate 18% P
P 2 มก./ล. Ferric Chloride 30% Fe
Fe 0.4 มก./ล.
      ํ
วิธีทา 1. คํานวณปริ มาณบีโอดี BOD x อัตราการไหลของนํ้าเสี ย = 800 กก./วัน
                                           ้
2. เปรี ยบเทียบลักษณะนํ้าเสี ยกับลักษณะที่ตองการ
นํ้าเสี ย BOD:N:P:Fe = 400 : 4 : 2 : 0.4 = 800 : 8 : 4 : 0.8
ต้องการ BOD:N:P:Fe = 100 : 5 : 1 : 0.5 = 800 : 40 : 8 : 4
                        ้
3. ปริ มาณธาตุอาหารที่ตองการเพิ่ม
N = 40 - 8 = 32 กก./วัน
P = 8 - 4 = 4 กก./วัน
Fe = 4 - 0.8 = 3.2 กก./วัน
               ้
4. สารเคมีที่ตองเติม
เติม Urea 45% N = 32/0.45 = 71.1 กก./วัน
เติม Trisodium Phosphate18% P = 4/0.18 = 22.2 กก./วัน
เติม Ferric Chloride 30% Fe = 3.2/0.30 = 10.7 กก./วัน

4.ข้อสอบเกี่ยวกับเทคนิคการวิเคราะห์มลพิษนํ้า(15 ข้อ)
1) การเก็บตัวอย่างนํ้าเพื่อวิเคราะห์โลหะหนักต้องเติม HNO3 ถึง pH < 2 (เพื่อละลายโลหะ
ป้ องกันการตกผลึก)
อุปกรณ์เก็บตัวอย่างนํ้า ประกอบด้วย ขวดเก็บตัวอย่าง มักเป็ นขวดโพลีเอทิลีน ขนาด 500-1000 มล.
                      ํ
ยกเว้นการวิเคราะห์น้ ามันและไขมันต้องใช้ขวดแก้ว
สําหรับขวดเก็บแบคทีเรี ยต้องเป็ นขวดแก้วหรื อขวดโพลิโพรพิลีน
    ่
ที่ผานการนึ่งฆ่าเชื้อแล้วปิ ดด้วยกระดาษอะลูมิเนียมฟอยล์ ห้ามเปิ ดขวดก่อนเก็บตัวอย่าง
การเก็บตัวอย่างพวกโลหะหนัก,นํ้ามันและไขมันต้องล้างขวดเก็บตัวอย่างด้วย กรดไนตริ ก(HNO3) ก่อนใช้งาน
และถ้าเป็ นพวกยาฆ่าแมลงต้องล้างขวดด้วยตัวทําละลายอินทรี ยก่อนใช้งาน
                                                             ์
                             ้        ั
ปริ มาตรของตัวอย่างนํ้าที่ตองการ มีต้ งแต่ 100-1000 มล.
        ่ ั                              ้
ขึ้นอยูกบจํานวนและชนิดพารามิเตอร์ที่ตองการวิเคราะห์ เช่น ต้องการวิเคราะห์ คลอรี นตกค้าง, ไซยาไนด์,
ทีดีเอส, นํ้ามันและไขมัน, ไนโตรเจน, ยาฆ่าแมลง ต้องเก็บตัวอย่างนํ้าเสี ยอย่างน้อย 1000 มล. เป็ นต้น
2) การรักษาตัวอย่างนํ้า เพื่อป้ องกันการเปลี่ยนแปลงลักษณะของตัวอย่างในช่วงเวลาหลังการเก็บ
ก่อนการตรวจวิเคราะห์ ทําได้โดยการเติมสารเคมี การแช่เย็นที่ 4 oC
            ่ ั                   ้
ซึ่งขึ้นอยูกบชนิดพารามิเตอร์ที่ตองการตรวจ เช่น แคลเซียม คลอไรด์ ฟลูออไรด์ สามารถเก็บที่อุณหภูมิหองได้  ้
                                                       ้
ส่วนพารามิเตอร์อื่นๆต้องแช่เย็นที่ 4 oC พารามิเตอร์ที่ตองมีการเติมสารเคมีเพื่อรักษาตัวอย่าง ได้แก่ - ซีโอดี,
แอมโมเนีย, ทีเคเอ็น, ไนเตรต-ไนไตรต์, นํ้ามันและไขมัน, ฟี นอล, ทีโอซี ต้องเติม กรดซัลฟูริก(H2SO4) ถึง
pH<2
- ไซยาไนด์ เติม NaOH ถึง พีเอช > 12 และเก็บในที่มืดพร้อมแช่เย็นที่ 4 oC
- ความกระด้าง, โลหะ,โลหะละลาย เติม กรดไนตริ ก(HNO3) ถึง pH<2 วิเคราะห์ภายใน 6 เดือน
บีโอดีตองวิเคราะห์ภายใน 6 ชม. พีเอช , ความขุ่น,ไซยาไนด์ ภายใน 24 ชม. อื่นๆ วิเคราะห์ภายใน 7 วัน
       ้
3)วิธีการเก็บตัวอย่างนํ้า มี 2 แบบ คือ แบบจ้วง(grab)กับแบบผสมรวม(composite)
หลักการเก็บตัวอย่างนํ้าเสี ยแบบผสมรวม คือ
                     ั
4) SVI คือ ดัชนีวดปริ มาตรสลัดจ์ หน่วย มล./ก. หาได้จาก SV30 x 1000/ SS
SV30 คือ ปริ มาตรสลัดจ์ที่ตกตะกอนในเวลา 30 นาที หน่วย มล./ล. SS คือค่าที่วเิ คราะห์ได้จากตัวอย่างใน
Lab หน่วย มก./ ล.
5) การวิเคราะห์ค่าดีโอ และ บีโอดีสาหรับนํ้าเสี ย ควรทําการเจือจาง(Dilution) ให้เหมาะสม
                                     ํ
การทําการเจือจางควรทําเป็ น Percent Mixture (เช่นนํ้าเสี ยสกปรกมาก ทําการเจือจาง 5% Mix
                   ั
หมายความว่า ใช้ตวอย่างนํ้าเสี ย 5 ml ละลายในนํ้าเจือจาง(Dilutor) 100 ml) แต่ละ Dilution
ควรมีการใช้ออกซิเจนในนํ้า คือ DO0-DO5 มากกว่า 2 มก./ล. และมี DO5 อย่างน้อย 0.5 มก./ล
                                                                ั
ถ้าเจือจางตัวอย่างนํ้าเสี ยมาก(%Mix ตํ่า เช่น 0.5%Mix คือใช้ตวอย่างนํ้าเสี ย 5 ml
ละลายในนํ้าเจือจาง(Dilutor) 1000 ml) อาจจะทําให้ค่าปริ มาณออกซิเจนหมดไปตั้งแต่วนที่2-3 แล้ว ค่า
                                                                                        ั
DO5 จึงเป็ น 0 มก./ล จะทําให้ไม่สามารถคํานวณค่าที่แท้จริ งได้
                                                                  ั
ถ้าเจือจางตัวอย่างนํ้าเสี ยน้อย( %Mix สูง เช่น 50% Mix คือใช้ตวอย่างนํ้าเสี ย 500 ml
ละลายในนํ้าเจือจาง(Dilutor) 1000 ml) อาจจะทําให้ค่าปริ มาณออกซิเจนมีเหลือมาก แล้ว ค่า DO5 มีค่าสูง
มก./ล อาจจะทําให้ค่า BOD ตํ่ากว่าค่าที่แท้จริ งได้
ถ้ามีสารที่ถูกออกซิไดซ์โดยออกซิเจนโมเลกุลได้ เช่น Fe2+, SO32-,S2-, Aldehyde
อาจทําให้ค่าดีโอในแหล่งนํ้าลดลงด้วย
6) ในการวิเคราะห์หาโลหะหนัก จําเป็ นต้องมีการเตรี ยมตัวอย่างก่อนการวิเคราะห์
                          ้
โดยการแยกเอาโหะที่ตองการวิเคราะห์ออกจากนํ้าเสี ยเพื่อลดการรบกวนจากสารอินทรี ย ์
                                                                    ํ
และกําจัดปัจจัยอื่นที่มีผลรบกวนต่อการวิเคราะห์ เทคนิคการแยกที่นามาใช้ได้แก่
ก. การชะละลายส่วนที่เป็ นโลหะ มี 2 แบบ
1. เติมกรด HNO3 หรื อ HCl 5 มล. ลงในตัวอย่าง 100 มล. ต้มให้เดือดประมาณ 10 นาที
     ั
ใช้กบตัวอย่างที่แทบจะไม่มีความขุ่น
2. การย่อยด้วยกรดโดยเติม HNO3 หรื อ HCl 5 มล.ลงในตัวอย่าง 100 มล.ให้ความร้อนจนปริ มาตรเหลือ
                        ั
ประมาณ 15 มล. ใช้กบตัวอย่างที่มีสารแขวนลอยอนินทรี ย ์ เช่น ไฮดรอกไซด์, ซัลไฟด์, ฟอสเฟต ฯลฯ
ข. การย่อยสลายสารอินทรี ย ์ จําเป็ นต้องทําให้หมดไป หรื อให้ลดลงในระดับที่ไม่เป็ นอุปสรรคต่อการวิเคราะห์ มี
2 วิธี
1. ย่อยด้วยกรดโดยเติม HNO3 5-10 มล. ลงในนํ้าตัวอย่าง 100 มล. แล้วให้ความร้อนบนเตาไฟฟ้ า
จนปริ มาตรของเหลวเหลือประมาณ 10 มล. จึงเติม HNO3 5 มล. และ H2SO4 5 มล.
ให้ความร้อนจนเกิดควันสีขาว ของ H2SO4 ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วกรองส่วนที่ไม่ละลายออก
         ั
ใช้ได้กบตัวอย่างหลายชนิด แต่ไม่เหมาะกับการวิเคราะห์โดย Flame Atomic Absorption และ ICP
เนื่องจากมีกรด H2SO4 เหลือตกค้างอยู่
3. ย่อยด้วยกรดโดยเติม HNO3 และ HClO4 ขั้นตอนเหมือน 1. แต่ เปลี่ยนจากการเติม H2SO4 5 มล.เป็ น
                                  ั                           ์
HClO4 10 มล. ใช้ในกรณี ที่ตวอย่างประกอบด้วยสารอินทรี ยที่ถูกออกซิไดซ์ได้ยาก
       ้
แต่ตองระวังมากเพราะอาจเกิดระเบิดได้
ค. การสกัดด้วยตัวทําละลาย (sovent Extraction) อ่านเพิ่มเติม หน้า 7-66
                  ในตําราระบบบําบัดมลพิษนํ้าของกรมโรงงานอุตสาหกรรม
                  7) ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม บับที่ 2 พ.ศ. 2539 เรื่ อง
                                                                             ิ
                  กําหนดคุณลักษณะของนํ้าทิ้งที่ระบายออกจากโรงงานกําหนดให้ใช้วธีการตรวจสอบโลหะหนักดังนี้
                                                               ิ
                  1. Zn, Cr, Cu, Cd, Ba, Pb, Ni, Mn ให้ใช้วธี AAS ชนิด Direct Aspiration หรื อ Plasma
                  Emission Spectroscopy ชนิด Inductively Coupled Plasma:ICP)
                                    ิ
                  2. As, Se, ให้ใช้วธี AAS ชนิด Hydride Generation หรื อ Plasma Emission Spectroscopy
                  ชนิด Inductively Coupled Plasma:ICP
                               ิ
                  3. Hg ให้ใช้วธี AAS Cold Vapor Technique

                  แล้วพรุ่ งนี้เจอกันคร้าบบบบบบบบ




                                                         ้           ้
                                             แนวข้อสอบ ผูควบคุมมลพิษนำ

อ                         ถำม                                                                 ตอบ
                            ่
             Chlorine เติมทีไหน ทาหน ้าทีอะไร
                                         ่                                                                        ้
                                                                         ขันตอนสุดท ้ายของระบบบาบัด ใช ้เพือฆ่าเชือโรค
                                                                           ้                               ่
                   ระบบ RBC มีอะไรบ ้าง                                   แผ่นหมุนชีวภาพ , Reactor และ ถังตกตะกอน
                   Check Valve คืออะไร                                         อุปกรณ์ป้องกันไม่ให ้น้ าไหลย ้อนกลับ
              ี
           วิธการหา Settable Solid ทาได ้อย่างไร                    ้                   ้
                                                                  ตังกรวย Imhove Cone ทิงให ้ตกตะกอน 60 นาที หน่วยเป็ น ml/l
               ่
    แบคทีเรียทีแสดงถึงประสิทธิภาพของระบบ AS คืออะไร                                          Rotifer
            กาจัด CN- โดยใช ้กระบวนการอะไร                                                Chlorination
      ไฮโปคลอไรด์ อิออนกับ(Ocl) กับ กรดไฮโปคลอรัส
                                                                                HOCl มีปสภ.การกาจัดดีกว่า OCl
              (HOCl) อย่างไหนดีกว่ากัน
        คลอรีนทาปฏิกริยากับแอมโมเนีย แล ้วได ้อะไร             คลอรีนรวมตกค ้าง (Monochloramine, Dichloramine, Trichloramine)
                                                                                      ่
                                                            คลอรีน - อาจทาให ้เกิดกลิน และสารก่อมะเร็ง แต่จะเหลือตกค ้างในน้ า หาง่าย
                                                                              ราคาถูก กาจัดสาหร่ายและตะใคร่น้ าได ้
              คลอรีนกับโอโซนต่างกันอย่างไร
                                                                                                   ่
                                                              โอโซน - เป็ นก๊าซไม่เสถียรทาลายสี กลินได ้ ราคาแพง ละลายน้ าได ้น ้อย
                                                                                                      ้
                                                                 ไม่เหลือตกค ้างในน้ า ทาให ้จลท.ปนปั อนลงน้ าได ้อีก ปสภ.สูงกว่า
                       SVI คืออะไร                                                      SV30 *1000 / SS
                                                                                     ่
                                                         ปริมาณความสกปรกของน้ าเสียทีไหลออกจากแหล่งกาเนิดต่อการไหลเข ้าระบบบ
                   Shock Load คืออะไร
                                                                        มากกว่าปกติอย่างกระทันหันในบางช่วงเวลา
                                                                       น้ าจากกระบวนการผลิต จากการล ้าง จากน้ าหล่อเย็น
             น้ าเสียอุตสาหกรรม หมายถึงอะไร
                                                                               จากการใช ้ของพนั กงานและน้ าอืนๆ
                                                                                                             ่
                                           ้
              Activate Carbon ประสิทธิภาพขึนกับอะไร                                                         ้ ่
                                                                           Surface Area และ Iodine number ทังคูต ้องสูง ประสิทธิภาพจะดี
                    ่            ่
          การแลกเปลียนไอออนหากเสือมสภาพจะทาอย่างไร                                             ฟื้ นฟู (Regeneration)
                      ระบบใดเป็ นระบบไร ้อากาศ                                                         UASB
            CH4, H2O, H2S ก๊าซใด ทาให ้เกิดการกัดกร่อน                   ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ เพราะทาปฏิกริยากับออกซิเจนได ้ กรดซัลฟิ วริก
                                          ี่
                การคานวณอัตราการไหลเวียร์สเหลียม
                                              ่                                                    Q = 1.84LH1.5
               น้ าเสีย SS มากใช ้ อะไรวัดอัตราการไหล                                             Parshall Flume
                        TKN บอกอะไรได ้บ ้าง                                                    Organic-N , NH3-N
                     ่
                pH ทีควบคุมตามกฎหมายเท่ากับเท่าไร                                                     5.5 - 9
                     ่
              Temp ทีควบคุมตามกฎหมายเท่ากับเท่าไร                                                      <40 C
                           ี่
               พารามิเตอร์ทต ้องวัดทันทีหลังเก็บตัวอย่าง                                       pH, Temp , DO , Cl2
                                       ่
                         Jar Test ทาเพืออะไร                           ่                ี่                     ่                 ี่
                                                                    เพือหาปริมาณสารเคมีทเหมาะสม, สภาพแวดล ้อมทีเหมาะสมและสารเคมีทเหมา
                                       ่
                           EQ มีหน ้าทีอะไร                                           ปรับคุณภาพน้ าเสียและปรับอัตราการไหล
                     Coaugulant Aid มีอะไรบ ้าง                                              Bentonite Clay, polymer
      ถ ้ามีการเก็บตัวอย่างน้ าทีใช ้ขวดพลาสติกคุณภาพตา ราคาถูก
                                 ่                    ่
                                                                                                       ฟี นอล
                           จะมีสารใดปนเปื้ อน
              ปรากฎการณ์ Eutrophication เกิดจากอะไร                                                สารอาหารมาก
                               ่
                ถ ้าต ้องการเพิมไนโตรเจนต ้องเติมอะไร                                                  ยูเรีย
             การลดกลินเหม็นในเส ้นท่อต ้องเติมสารอะไร
                     ่                                                                          ปูนขาว และโซดาไฟ

           ก๊าซใดทีเกิดจากระบบการไม่ใช ้อากาศ แล ้วติดไฟ
                   ่                                                                                   CH4

                   อุปกรณ์อะไรใช ้กวาดตะกอนผิวน้ า                                                    Skimer
           ่                        ่ ุ
       เครืองมือชนิดใดมีความแม่นยาทีสดในการวัดอัตราการไหล                                     Electromagnatic meter
    กระบวนการบาบัดน้ าเสียโครเมียมใช ้อะไรเติมเพือลด โครเมียมหก
                                                 ่
                                                                                                       FeSO4
                          เป็ นโครเมียมสาม
      ถ ้าขวดเก็บตัวอย่างมีผงซักฟอกไม่ควรนาไปเก็บตัวอย่างอะไร                                        ฟอสเฟต
.                   ข ้อใดคือ Tertiary Treatment                                                  กาจัดฟอสฟอรัส
          กาจัด คลอรีน ในการวิเคราะห์ COD ต ้องเติมสารใด                                              HgSO4
                ถ ้าหากผู ้ควบคุมไม่สามารถดาเนินการได ้
                                                                                                          ่
                                                                                  ภายใน 15 วัน นับจากวันทีไม่สามารถดาเนินการได ้
                                                ่
                     ต ้องแจ ้งกรมโรงงานภายในกีวัน
               ถ ้าหากผู ้ควบคุมไม่ประสงค์จะดาเนิน การ
                                                                                                                   ่
                                                                                           ไม่น ้อยกว่า 7วัน ก่อนทีจะไม่ทา
                                               ่
                    ต ้องแจ ้งกรมโรงงานภายในกีวัน
             ถ ้าหากผู ้ควบคุมมลพิษถูกเพิกถอนใบอนุญาต
                                                                                                            ั ่ ู
                                                                                        ภายใน 90 วัน นับแต่วนทีถกเพิกถอน
                                               ่ ั
                  บริษัทต ้องจัดหามาแทนภายในกีวน
                                                               ่
      ถ ้าหากผู ้ควบคุมถูกยึดใบอนุญาตจะถูกจากัดสิทธิเป็ นเวลากีปี                             3 ปี หลังจากถูกเพิกถอน
                                         ี่
                          ใบอนุญาตมีอายุกปี                                                    ่                     ่
                                                                                      หลังจากทีออกให ้ 3 ปี หลังจากทีอนุญาต
         ข ้อจากัดของการใช ้เวียร์ในการวัดอัตราการไหลคืออะไร                                 ห ้ามมีของแข็งแขวนลอยสูง
                       ้
         จุดสาหรับติดตัง Buffle guage ต ้องห่างจากเวียร์เท่าไร                       ไม่น ้อยกว่า 4 เท่าของความสูงเหนือสันเวียร์
                                                                                              ่                           ่ ิ
                                                                                    ความเร็วทีรางคิดเป็ น 80%ของความเร็วทีผวน้ า
                                                      ั
     ความเร็วของการไหลในรางกับความเร็วผิวน้ าสัมพันธ์กนอย่างไร
                                                                                                 v = 0.8 v surface
                             ่
    ความเร็วของการไหลในท่อเพือป้ องกันการตกตะกอนเท่ากับเท่าไร                                         0.6 m/s
                                                                    ใช ้กับน้ าแปรปรวนการเก็บไหลต่อเนือง คุณภาพสม่าเสมอ โดยน้ าทีแปรปรวนมาก
                                                                                                      ่                          ่
             Composit ใช ้วัดตัวอย่างทีมลักษณะอย่างไร
                                       ่ ี
                                                                                                                            ้
                                                                                       BOD 4 Hr/time, แปรปรวนน ้อย 12 Hr/ครัง
                  ขวดใหม่ มักมีสารอะไร                                                     ปรอทซัลเฟต
         การล ้างขวดเก็บตัวอย่างควรล ้างด ้วยสารใด                                          กรดโครมิก
                                                             เติม MnSO4 Alkali Iodine Azide โดยไม่ให ้สัมผัสกับอากาศ และใช ้ฝาขวดแบ
                         ่          ่
          เก็บตัวอย่างเพือวิเคราะห์คา DO อย่างไร
                                                                                           Ground joint
                    ่        ี้
                  ทีห ้วยคลิตพบปั ญหาใด                                                        ตะกั่ว
          ตัว Titrant ในการวิเคราะห์ BOD คืออะไร                                       โซเดียมไทโอซัลเฟต
    ความเร็วไหลผ่านกรวดทรายของระบบ Grit Removal
                                                                                             0.3 m/s
                     เป็ นเท่าไหร่
                                      ่
                scrapper arm มีหน ้าทีอะไร                                                         ่
                                                                                        กวาดตะกอนทีก ้นถัง
                                    ่
                    Baffle มีหน ้าทีอะไร                                          ้
                                                                                กันตะกอนลอยไม่ให ้หลุดออกจากน้ า
           Primary Sludge มีความเข ้มข ้นเท่าไร                                          2.5-5.5% solids
          Secondary Sludge มีความเข ้มข ้นเท่าไร                                         0.5-1.2% solids
MonoChloramine, DiChloramine TriChloramine รวมเรียกว่า                                        ้
                                                             Combined Residual Chlorine ฆ่าเชือโรคน ้อยกว่า Free residual Chlorine แ
                       อย่างไร                                                             ่
                                                                                        อยูในน้ านานกว่า
 Microfilter (MF), Ultrafilter (UF), Reverse Osmosis (RO)
                                                                                           MF>UF>RO
                  จงเรียงลาดับ ขนาดรูพรุน
                                                                                      ้                  ้
                                                                     Acetongenesis ขันตอนการย่อยสลายทังหมด Acidogenesisp
            Acetongenesis คือกระบวนการอะไร
                                                                         ย่อยเป็ นกรดอินทรีย ์ Methanogenesis ได ้ก๊าซมีเทน
                       PAO คืออะไร                                            Phosphorus Accumulation Organisms
                                                                                                                                  ้
                                                            แสดงองค์ประกอบของระบบโดยแสดงค่าระดับต่าง ๆ เช่นค่าระดับน้ า ค่าระดับพืน
                Hydraulic Profile บอกอะไร
                                                                                      ค่าระดับท่อ
             ข ้อใดถือว่าเป็ นโรงงานตาม พรบ.                                  ่       ้                          ้
                                                                          เครืองจักรตังแต่ 5 แรงม ้า หรือ คนงานตังแต่ 7 คน
         ่                        ้ ่ ี ่
โรงงานเยือกระดาษ สามารถปล่อยน้ าทิงทีมคา COD เท่าไหร่                                    ไม่เกิน 400 mg/l
                                              ้ ่ ี
โรงงานฟอกย ้อม และโรงฟอกหนัง สามารถปล่อยน้ าทิงทีมค่า
                                                                                          ไม่เกิน 60 mg/l
                    BOD เท่าไหร่
                               ้ ่ ี ่
 โรงงานฟอกหนังสามารถปล่อยน้ าทิงทีมคา TKN เท่าไหร่                                       ไม่เกิน 100 mg/l
               มาตรฐาน TDS เท่ากับเท่าใด                                                 ไม่เกิน 3000 mg/l
             รายงาน EIA มีหน่วยงานใดควบคุม                                                            ่
                                                                               สานั กงานนโยบายและแผนสิงแวดล ้อม
                                        ่
              แหล่งน้ าผิวดินแบ่งเป็ นกีประเภท                                               5 ประเภท
         สูตรโมเลกุลของ microorganism คือข ้อใด                                              C5H7NO2
       O3 เป็ น N2 Bact. ใช ้สารอาหารมาจากแหล่งใด                                                ิ
                                                                                 เมทานอล กรดอะซิตก สารอินทรีย ์
                         ่ ี
            ปั จจัยอะไรทีมผลต่อ Tricking Filter                                         Hydrualic Loading
             สารใดใช ้ในการ fix น้ าเสียทีมโลหะ
                                          ่ ี                                               เติม HNO3
       อัตราส่วน Contact- Stabilization เท่ากับเท่าไร                                          1:4
                   ้
                 ขันตอนการกาจัด Sludge                          Preminary-Thickening-Stabilization-Condition-Dewatering-Dispose
              เราใช ้อะไร preserve ในการ DO                                           MnSO4 + Modify Azide
                      ่ ี                   ่ ุ
       เมมเบรนชนิดใดทีมขนาด Pore Size เล็กทีสด                                          Reverse Osmosis

				
DOCUMENT INFO
Shared By:
Categories:
Tags:
Stats:
views:166
posted:12/3/2011
language:Thai
pages:14