????????????????????? ... - PowerPoint 10 by Ua4DeN1t

VIEWS: 23 PAGES: 39

									                                                    1

       ยุทธศาสตร์ การส่ งเสริมการพลศึกษาและกีฬา
 ในระบบการศึกษา : ข้ อมูลจากการประชุมระหว่ าง
                                    ่
 ประเทศสาหรับรัฐมนตรีและเจ้ าหน้ าทีระดับสู ง
 ทางพลศึกษาและกีฬา ครั้งที่ 4
วันที่ 6-8 ธันวาคม 2547 ณ กรุ งเอเธนส์ ประเทศกรีซ

         โดย ดร. จรวยพร ธรณินทร์
              รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
                                                         2

                               ้
                    ขอบข่ ายเนือหา
1. ลาดับเหตุการณ์ สาคัญของโลกด้ านการพลศึกษาและกีฬา
                       ่
2. ข้ อเสนอแนะจากทีประชุม MINEPS ครั้งที่ 1-3
                         ้
3. ข้ อค้ นพบ/ ข้ อมูลพืนฐานจากการประชุมที่จัดโดย
    ความร่ วมมือระหว่ างองค์ กรระดับโลก
4. ข้ อมูลประเทศไทยในการจัดการพลศึกษาและกีฬาในระบบการศึกษา
5. ข้ อเสนอแนะจากการประชุม MINEPS ครั้งที่ 4
6. การค้ นหาข้ อมูลจากแหล่ งเรียนรู้ ต่าง ๆ
                                                                    3
ลาดับเหตุการณ์ สาคัญของโลกด้ านพลศึกษาและกีฬา
ปี 1952 (พ.ศ.2495) การประชุมสมัยสามัญ - ผนวกเรื่องพลศึกษาและกีฬา
                   ของยูเนสโก ครั้งที่ 7   เป็ นภารกิจหนึ่งของยูเนสโก

ปี 1976 (เมษายน พ.ศ.2519)
 จัดประชุมระหว่ างประเทศระดับรัฐมนตรี       - ประกาศปฏิญญาสากล
 และเจ้ าหน้ าที่อาวุโสด้ านพลศึกษาและกีฬา    ว่ าด้ วยการพลศึกษาและ
 (International Conference of Ministers &               ่
                                               กีฬาเพือปวงชน 10
 Senior Officials Responsible for Physical     ประการ
 Education and Sport, MINEPS I ปารีส ฝรั่งเศส
                                                                      4
ปี 1977 (พ.ศ.2520)
 จัดตั้งคณะกรรมการระหว่ างรัฐบาล      - ภารกิจ : ประสานความร่ วมมือ
 ด้ านการพลศึกษาและกีฬา                 ในระดับสากลกับประเทศสมาชิก
 (Intergovernmental Committee for
 Physical Education and Sport CIGEPS)
ปี 1988 (พฤศจิกายน พ.ศ.2531)
 จัดประชุม MINEPS II - ประเมินและติดตามการปฏิบัติตามปฏิญญา
 ที่กรุงมอสโก รัสเซีย    สากล 10 ประการ
                                          ่
                      - ร่ วมกับโครงการเพือการพัฒนา
                        แห่ งสหประชาชาติ (UNDP)
                      - ลงนามแถลงการณ์ ร่วมกับคณะกรรมการ
                        โอลิมปิ คสากล (IOC) ช่ วยประเทศกาลังพัฒนา
                                                                   5


ปี 1992 (พ.ศ.2535)
 จัดประชุมระหว่ างประเทศ        - ข้ อเสนอแนะทั่วไปในการนาปฏิญญา
 ด้ านพลศึกษาและกีฬาที่ตูนีเซีย สู่ การปฏิบัติ


ปี 1995 (พ.ศ.2538)
 จัดประชุมระหว่ างประเทศ        - จัดร่ วมระหว่ าง IOC, WHO, และ
 ด้ านพลศึกษาและกีฬาที่แคนาดา     UNESCO
                                                                         6
ปี 1999 (พ.ศ.2542)
 จัดประชุม MINEPS III - ประกาศปฏิญญาปุนตา เดลเลเต
 ที่เมือง Punta del Este                      ี ้
                          - ส่ งเสริมการใช้ กฬาพืนบ้ านสร้ างความ
 ประเทศอุรุกวัย (Uruguay) เข้ มแข็งของชุมชน
                          - กาหนดจริยธรรมในการเล่ น/ แข่ งขันกีฬา
                          - รับรอง Berlin Agenda for Action
                                   ให้ บรรจุพลศึกษาในหลักสู ตรโรงเรียน
                                                        ี
                                   ให้ เด็กหญิง/ สตรีมส่วนร่ วมในกีฬา
                                   จัดกีฬาให้ ผู้สูงอายุและคนพิการ
                                   ต่ อต้ านการใช้ สารกระตุ้น
                                             ี ้
                                   อนุรักษ์ กฬาพืนเมือง
                                                                              7
ปี 2003 (มกราคม พ.ศ.2546)
 จัดประชุ มโต๊ ะกลมรัฐมนตรี 1. ส่ งเสริมพลศึกษาและกีฬาให้
 พลศึกษาและกีฬา (Round            บรรจุในหลักสู ตรและให้ เป็ น
 Table of Ministers of Physical การศึกษาตลอดชีวต       ิ
 Education and Sport)
                               2. คุ้มครองเยาวชนที่เป็ นนักกีฬา
 ที่ยูเนสโก ปารีส ฝรั่งเศส
                                  - ไม่ ฝึกหนักจนสุ ขภาพโทรม เครียด
                                                         ่
                                     ไม่ มีเวลาเล่นกับเพือน
                                  - ไม่ มีการซื้อตัวนักกีฬาที่เป็ นนักเรียน
                                   นักศึกษา (ฝ่ าฝื นจรรยาบรรณ
                                   ทางการกีฬา)
                                           8

                      ่
  - โกงด้ วยวิธีเล่นทีไม่ เป็ นมาตรฐาน
        ่
     เพือหวังชนะ
  - คุ้มครองสิ ทธิเด็กทางสุ ขภาพร่ างกาย
     จิตใจ
   - ให้ จัดการศึกษาที่เหมาะกับนักกีฬา
3. ยกร่ างกฎหมายระหว่างประเทศ
       ่
    เพือขจัดการใช้ สารกระตุ้น ร่ วมกับ
    World Anti-doping Agency
    (WADA)
                                                                       9
ปี 2003 (ตุลาคม พ.ศ.2546)
   ่
 ทีประชุ มสมัยสามัญของยูเนสโก                          ่
                                   - เสนอร่ างกฎหมายเพือขจัดการใช้
                                     สารกระตุ้น
 การประชุ มยูเนสโก ในระดับภูมิภาค - เรื่องการพัฒนาครู พลศึกษาและ
 ที่เมือง Bamako, Mali              กีฬา
 ที่สานักใหญ่ ยูเนสโก ปารีส ฝรั่งเศส - มอบรางวัล World Awards
                                       For Humanism in Sport ให้ แก่
                                       ผู้อานวยการยูเนสโก, Prince
                                       Albert of Monaco, และนักร้ อง
                                       Ray Charles
                                                               10

ปี 2004 (19 มกราคม พ.ศ.2547)
   ที่ยูเนสโก ปารีส   - การลงนามร่ วมกันระหว่างคณะกรรมการ
                        โอลิมปิ กสากลกับยูเนสโก ในการทางาน
                        ร่ วมกัน

ปี 2004 (กรกฎาคม พ.ศ.2547)
   ที่ยูเนสโก ปารีส                                       ่
                      - รับมอบคฑาคบไฟโอลิมปิ ก 2004 ซึ่งวิงผ่ าน
                        ประเทศฝรั่งเศส โดยเจ้ าภาพจากประเทศกรีซ
                                                                    11
ปี 2004 (2547)
 ร่ วมกับ Council of Europe’s Convention - จัดร่ างอนุสัญญาต่ อต้ าน
 Against Doping, และ WADA                  การใช้ สารกระตุ้น
ปี 2004 (6-8 ธันวาคม 2547)
 จัดประชุ ม MINEPS IV          - พิจารณาร่ างอนุสัญญาต่ อต้ าน
 ที่กรุ งเอเธนส์ ประเทศกรีซ       การใช้ สารกระตุ้น
                               - การติดตามการจัดการเรียนการสอน
                                  พลศึกษาและกีฬาในระบบการศึกษา
                                        ั
                               - สตรีกบการมีส่วนร่ วมในการกีฬา
                               - ให้ เตรียมเสนอการจัดปี สากลด้ าน
                                  พลศึกษาและกีฬาในปี 2005
                                                                       12
ปี 2005 (10-15 มกราคม 2548)
 การประชุ มผู้เชี่ยวชาญ ครั้งที่ 3        - พิจารณาร่ างอนุสัญญาต่ อต้ าน
 (Meeting of Experts ซึ่งครั้งแรก           การใช้ สารกระตุ้น
      ั
 ได้ จดเมื่อ 19-23 มกราคม 2547 ครั้งที่ 2
 วันที่ 10-14 พฤษภาคม 2547)
ปี 2005 (3 ตลาคม 2548)
            ุ                - จะรับรองร่ างอนุสัญญาต่ อต้ าน
 การประชุ มสมัยสามัญ           การใช้ สารกระตุ้น
 ครั้งที่ 33 ของยูเนสโก      - จะเสนอให้ ปี 2005 (พ.ศ.2548) เป็ นปี
                               สากลด้ านพลศึกษาและกีฬา) โดย
                               ให้ สหประชาชาติเป็ นผู้ประกาศปี 2005
                               (พ.ศ.2548 ปี สากลแห่ งพลศึกษาและกีฬา)
                                                                13
รายงาน/ เอกสาร/ ร่ างอนุสัญญา/ ปฏิญญา เป็ นความร่ วมมือระดับโลก
  1. ปี 2000 (2543) UNESCO และ International Council for
     Health, Physical Education, Recreation, Sport Dance
     (ICHPER-SD) จัดทารายงานเรื่อง “For a Commitment
     Towards the delivery of quality of physical education to
     School Children/Youth worldwide” ความพยายามยก
                                                ่
     ระดับคุณภาพการจัดกิจกรรมพลศึกษาในโรงเรียนทัวโลก
                                                            14
2. มิถุนายน 2002 (2545) ร่ วมกับ International Council of
   Sport Seince and Physical Education (ICSSPE)
   จัดทารายงานเรื่องจริยธรรมและคุณค่ าของกีฬาสาหรับ
                   ้
   นักเรียน ในการปองกันการใช้ สารกระตุ้น
3. พฤศจิกายน 2002 (2542) ร่ วมกับ CIGEPS, Council of
   Europe) ยกร่ าง “Global convention against doping”
4. ปี 2002-2003 ยกร่ าง International Charter for the
   Promotion and preservation of traditional games and
   Sports.
                                                         15
             ข้ อเสนอแนะจาก MINEPS
                           ่                        ่
2.1 ข้ อเสนอแนะของคณะทีประชุมรัฐมนตรีและเจ้ าหน้ าทีอาวุโส
    ด้ านพลศึกษาและกีฬา ครั้งที่ 1 (1976/2519)
MINEPS I : การพลศึกษาและกีฬามีความสาคัญต่ อการพัฒนา
                        ั่
            เศรษฐกิจที่ยงยืน
        ิ                   ั
1. ใช้ กจกรรมกีฬาเป็ นดัชนีวดความเจริญทางสั งคมของประเทศ
   และถือเป็ นการลงทุนทางสั งคม (Human Investment)
2. รัฐบาลต้ องผลักดันนโยบายให้ ประชาชนเล่ นกีฬาและ
   สนับสนุนงบประมาณ
                                                          16

                                         ่ ี
3. รัฐบาลสนับสนุนการจัดกิจกรรมพลศึกษาทีมคุณภาพ
      ่                                         ิ ั
   เพือเสริมการลงทุนด้ านสาธารณสุ ขและการลดอุบัตภย
                                         ี ่
4. ให้ ออกมาตรการลด/ ยกเว้ นภาษีอุปกรณ์ กฬาทีนาเข้ าจาก
   ต่ างประเทศ
5. ประกาศให้ ประเทศสมาชิกปฏิบัติตามปฏิญญาสากล
   ว่ าด้ วยการพลศึกษาและกีฬา
                                                           17
  1976 (2519) MINEPS I กฎบัตร/ ปฏิญญาสากลว่ าด้ วย
  การพลศึกษาและกีฬา (International Charter of Physical
  Education and Sport)
                              ั ้
1. พลศึกษา/ กีฬา เป็ นสิ ทธิข้นพืนฐานสาหรับทุกคน
2. พลศึกษา/ กีฬา เป็ นส่ วนหนึ่งของระบบการศึกษาและจัดให้
   ตลอดชีวต   ิ
3. ต้ องจัดให้ สนองความต้ องการของบุคคลและสั งคม
                                          ่ ี
4. การสอน/ ฝึ ก/ บริหาร ต้ องใช้ บุคลากรทีมคุณสมบัตเิ หมาะสม
5. จาเป็ นต้ องจัดสนามอุปกรณ์ ให้ เพียงพอ
                                                               18

6. การวิจัย ติดตาม ประเมินผล ช่ วยพัฒนาการพลศึกษา/ กีฬา
7. ต้ องปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมไปด้ วย
8. ต้ องจัดทาระบบฐานข้ อมูล
9. ขอการสนับสนุนจากสื่ อมวลชนร่ วมส่ งเสริมเชิงสร้ างสรรค์
10. ต้ องมีสถาบัน/ องค์ กรพลศึกษา/ กีฬา ระดับชาติมีส่วนร่ วม
    พัฒนา
                                                                 19
                        ่                           ่
2.2 ข้ อเสนอแนะของคณะทีประชุมรัฐมนตรีและเจ้ าหน้ าทีอาวุโส
    ด้ านพลศึกษาและกีฬา ครั้งที่ 2 (1988/2531)
                                                        ั ้
MINEPS II : พลศึกษาและกีฬาคือส่ วนสาคัญทีเ่ ป็ นสิ ทธิข้นพืนฐาน
                                                                  ิ
            ด้ านการพลศึกษาและเป็ นกระบวนการศึกษาต่ อเนื่องตลอดชีวต
                                 ้           ั
1. พลศึกษา/ กีฬาเป็ นสิ ทธิข้ันพืนฐานที่ใช้ พฒนาคน
                                                 ิ
2. พลศึกษาเป็ นส่ วนสาคัญของการศึกษาตลอดชีวตช่ วยให้ สุขภาพดี
                ิ
   มีคุณภาพชีวตที่ดี
                                   ้
3. ส่ งเสริมการจัดมหกรรมกีฬาพืนบ้ านทั้งในระดับประเทศและ
   ระหว่ างประเทศ
4. การจัดกิจกรรมกีฬาให้ สอดแทรกการสอนคุณธรรมจริยธรรม
                                                                20
                       ่                           ่
2.3 ข้ อเสนแนะของคณะทีประชุมรัฐมนตรีและเจ้ าหน้ าทีอาวุโส
    ด้ านพลศึกษาและกีฬา ครั้งที่ 3 (1999/2542)
MINEPS III : ความร่ วมมือในกิจกรรมใหม่ ทางพลศึกษาและกีฬา
             รวมการสร้ างจริยธรรมความประพฤติเมื่อเล่นกีฬา
                    ่
1. ให้ มีการแลกเปลียนข้ อมูล การประชุ มสั มมนา การฝึ กอบรม
   ระหว่ างประเทศ
                             ้
2. ให้ โรงเรียนได้ สอนถึงการปองกันการใช้ สารกระตุ้นในการเล่ น
   และแข่ งขันกีฬา
                                                ้
3. ขอให้ ประเทศสมาชิกสนับสนุนโครงสร้ างขั้นพืนฐานทาง
   วิชาพลศึกษาและกีฬา และพัฒนาหลักสู ตรให้ ทันสมัย
                                                                    21
4. จัดให้ มีหน่ วยสั นติภาพทางพลศึกษาและกีฬา (PE Peace Corps)
5. กาหนดพฤติกรรมจริยธรรมทางการกีฬา
  (1) กีฬาต้ องปราศจากการใช้ สารกระตุ้น
  (2) ผู้ฝึกสอน/เจ้ าหน้ าที่/องค์ กรกีฬาต้ องไม่ สนับสนุนใช้ สาร
      กระตุ้นในนักกีฬา
                                      ิ
  (3) ต้ องจัดกีฬาด้ วยความบริสุทธิยุตธรรม
  (4) ส่ งเสริมสุ ขภาพและความปลอดภัยของนักกีฬา
                                                               22

  (5) ส่ งเสริมทุกคนเข้ าถึงกีฬาได้ อย่ างเสมอภาค
  (6) ต้ องส่ งเสริมการมีส่วนร่ วมของทุกฝ่ าย
                     ่
  (7) ต้ องจัดกีฬาเพือการพัฒนาความเข้ มแข็งของชุ มชน/องค์ กร
6. ขอให้ สนับสนุนในการเตรียมประกาศให้ ปี 2005 เป็ นกีสากล
   ทางการพลศึกษาและกีฬา
                                                                 23
                         ้
   3. ข้ อเสนอ/ ข้ อมูลพืนฐานจากองค์ กรวิชาชีพระดับโลก
3.1 ข้ อเสนอของ International Council of Sport Science and
                                   ่
    Physical Education (ICSSPE) เกียวกับการจัดการพลศึกษา
    ที่มีคุณภาพในปี 1999
1. จัดให้ เด็กทุกคนมีโอกาสฝึ กทักษะและสร้ างเจตคติในการเล่ น
   กีฬาต่ อเนื่องไปตลอดชีวติ
                     ่
2. ต้ องจัดกิจกรรมทีบูรณาการทั้งร่ างกาย จิตใจ และคุณธรรม
                             ิ
3. ต้ องให้ นักเรียนได้ ใช้ วชาพลศึกษาซึ่งเป็ นวิชาเดียวในโรงเรียน
     ่                          ี     ่
   ทีให้ โอกาสฝึ กร่ างกายให้ มการเคลือนไหวและมีบุคลิกดี
                                                                 24
                                            ่
4. ฝึ กนักเรียนให้ ค้นพบความถนัดในชนิดกีฬาทีจะนาไปเล่ น
       ่
   เมืออายุมากขึน้
                                                            ื่
5. ฝึ กให้ เด็กรู้ จักควบคุมร่ างกายตนเองและเคารพสิ ทธิผ้ ูอน
                        ิ           ่
6. ฝึ กให้ นักเรียนใช้ กจกรรมกีฬาเพือสร้ างสุ ขภาพ
7. ให้ โอกาสนักเรียนได้ แข่ งขันต่ อสู้ อย่ างสร้ างสรรค์
                           ่
8. ค้ นพบตนเองชอบกีฬาใดเพือใช้ เป็ นกิจกรรมนันทนาการ
       ่
   เมือออกไปสู่ โลกของการทางาน
                                                                  25
9. ต้ องจัดกิจกรรมพลศึกษาเป็ นส่ วนหนึ่งของการจัดการศึกษา
      ่ ี
   ทีมคุณภาพทั้งโรงเรียนและมหาวิทยาลัย
                                                   ี
10. ต้ องให้ สถานศึกษาจัดหาสนามและอุปกรณ์ กฬาและให้ ใช้
    บริการได้ ประโยชน์ สูงสุ ด
             ่                                              ่
11. มีทุนเพือการพัฒนาครู ผ้ ูสอน/ ผู้ฝึก เช่ นเดียวกับวิชาอืน ๆ
12. ต้ องจัดกิจกรรมพลศึกษาให้ สมดุลกับพุทธิศึกษา
    จริยศึกษา และหัตถศึกษา
                                          ่ ้
13. ต้ องจัดกิจกรรมพลศึกษาและกีฬาเพือปองกันพฤติกรรม
    สร้ างความรุนแรงของนักเรียนนักศึกษา
                                                                  26
3.2 ข้ อค้ นพบในบทบาทวิชาพลศึกษาจากการประชุ มสั มมนาระดับโลก
 1. สถานศึกษาจัดกิจกรรมกีฬาไว้ 2 ลักษณะ คือ การจัดไว้ เป็ นวิชา
    พลศึกษาในหลักสู ตร และในกิจกรรมเสริมหลักสู ตร
                                               ่
 2. กิจกรรมพลศึกษาในระบบการศึกษาทีมีคุณภาพจะถูกใช้ ประโยชน์
                     ิ
    - ฝึ กทักษะชีวตประจาวัน
    - ให้ รู้ จักการมีระเบียบวินัยความรับผิดชอบ
    - รู้ จักปรับตนเองให้ เข้ ากับกลุ่ม/ สิ่ งแวดล้ อม
    - ฝึ กการเป็ นพลเมืองดี
                                                                      27
            ่
3. โลกเปลียนไปโดยมีการใช้ เทคโนโลยีช้ันสู ง เมืองกระจายตัว และ
                                   ้
   มีความเป็ นประชาธิปไตยมากขึน ส่ งผลให้ เด็กรุ่ นใหม่ ไม่ เข้ าใจ
                                     ้
   มีความเป็ นประชาธิปไตยมากขึน ส่ งผลให้ เด็กรุ่ นใหม่ ไม่ เข้ าใจ
                                              ั
   วัฒนธรรมดั้งเดิมที่คนต้ องแข็งแรงต่ อสู้ กบความอยู่รอด
                                  ่ ้
4. นักเรียนที่เรียนวิชาพลศึกษาเพิมขึน ไม่ มีผลกระทบต่ อผล
   การเรียน ในทางกลับกันโปรแกรมการสอนพลศึกษาที่ดีช่วย
   พัฒนานักเรียน มีการเรียนรู้ ด้วยตนเอง
5. กิจกรรมพลศึกษาเป็ นวิชาที่เน้ นผู้เรียนเป็ นศูนย์ กลางเคารพ
   ต่ อสิ ทธิเสรีภาพส่ วนบุคคล ความเสมอภาคทางเพศและสร้ าง
   สั นติภาพ
                                                                 29
3.3 ข้ อค้ นพบในการจัดการพลศึกษา/ กีฬาในระบบการศึกษาทีมีการ      ่
    รายงานในหลายประเทศ
 1. จานวนชั่วโมงสอนวิชาพลศึกษาน้ อย/ ลดลงไป 30% เพือนาไปใช้ ่
    สอนวิชาการอืน่
                       ั                       ่               ้
 2. วิชาพลศึกษาจัดให้ กบนักเรียนอายุ 9-14 ปี ยิงเรียนชั้นสู งขึน
                         ่
    จานวนชั่วโมงเรียนยิงลดลงหรือกลายเป็ นเพียงวิชาเลือก
                                 ่
 3. ผลงานวิจัยพบว่าเงิน 40 บาท ทีลงทุนในกิจกรรมพลศึกษา
    จะประหยัดค่ ารักษาพยาบาล 120 บาท
 4. ร้ อยละ 31 ของประเทศสมาชิกรายงานว่ ามีสนามและอุปกรณ์
    กีฬาที่พอเพียง
                                                                 29

5. ลดจานวนกิจกรรมพลศึกษาแต่ ปัญหาความรุนแรงของ
                            ่ ้
   นักเรียน นักศึกษา กลับเพิมขึน

      ่
6. เมือมีการวิจัยเปรียบเทียบนักเรียนอายุ 6-12 ปี เรียนกิจกรรม
                                    ั
   พลศึกษา 5 ชั่วโมงต่ อสั ปดาห์ กบนักเรียนที่เรียนเพียง 1 คาบ
   (40 นาที) ต่ อสั ปดาห์ พบว่ าเด็กทีเ่ รียนกีฬามากกว่ ามีผล
   การเรียนและความสาเร็จในทุกด้ านดีกว่ า
                                                              30
                 ่                    ี ื
7. โรงเรียนทีจัดกิจกรรมกีฬาได้ ดคอโรงเรียนที่เข้ มแข็งและ
                            ่
   ส่ งผลให้ เป็ นโรงเรียนทีน่าอยู่น่าทางาน
8. การละเลยกิจกรรมพลศึกษาทาให้ ต้องจ่ ายค่ ารักษาพยาบาล
           ้
   สู งขึน ข้ อมูลของยุโรปพบว่ ากิจกรรมพลศึกษาช่ วยลดค่ า
   ค่ ารักษาพยาบาลได้ 77.8 ล้ านเหรียญ ในปี 1995 และช่ วย
         ี         ึ้              ่
   ให้ มผลผลิตดีขน 1-3% หรือเพิมมูลค่ าจาก 2 เหรียญ เป็ น
                      ่                       ่
   5 เหรียญ ในเงินทีลงทุนไป 1 เหรียญ ทั้งทีค่าใช้ จ่ายในการ
   จัดกิจกรรมพลศึกษา/ กีฬา ใช้ เพียง 191 ล้ านเหรียญ
                                                              31
4. ข้ อมูลประเทศไทยในการจัดพลศึกษาและกีฬาในระบบการศึกษา
   4.1 สถานภาพปัจจุบน   ั
      1. ปฏิรูปการศึกษา
                 ่
           - เปลียนหลักสู ตรพลศึกษา
           - ปรับวิธีสอน + มีการประเมินคุณภาพสถานศึกษา
      2. ปฏิรูประบบราชการ
           - มีกระทรวงการท่ องเที่ยวและกีฬา
           - วิทยาลัยพลศึกษาได้ ยกระดับเป็ นสถาบันอุดมศึกษา
           - บทบาทของการกีฬาแห่ งประเทศไทย
           - การทางานข้ ามกระทรวง/ บูรณาการ
                                                                 32
                         3 มติ ครม.
                                     ่
1) มติ ครม. 23 ก.ค. 2545 - ใช้ สถานทีราชการ/ รัฐวิสาหกิจเล่ นกีฬา
                                                    ่
2) มติ ครม. 12 พ.ย. 2545 - ส่ งเสริมเด็กเล่ นกีฬาเพือแก้ ปัญหา
                           ยาเสพติด
3) มติ ครม. 19 พ.ย. 2545 - ให้ ศธ+สธ รณรงค์ เล่ นกีฬาและให้ บุคคล
                            ภายนอกไปใช้ สนามในสถานศึกษา
                                                               ่
4) มติ ครม. 2 ม.ค. 2546 - ให้ จัดระบบคัดเลือกและส่ งเสริมเด็กทีมี
                           แววพัฒนาเป็ นนักกีฬา
                                                                 33


5) มติ ครม. 14 ม.ค. 2546 - ให้ ทุกส่ วนราชการใช้ ประโยชน์ สนาม
                            กีฬาที่มีอยู่
6) มติ ครม. 4 มี.ค. 2546 - ให้ ส่วนราชการแก้ ปัญหายาเสพติด
                            ในสถานศึกษาโดยให้ เล่ นกีฬา
7) มติ ครม. 23 มี.ค. 2546 - ส่ งเสริมให้ เยาวชนเล่ นฟุตบอล
8) มติ ครม. 20 เม.ย. 2546 - ให้ สร้ างสนามกีฬาในทุกตาบล
                                                       34

4.2 การจัดทา RoadMap พัฒนากีฬา
- มอบกระทรวงการท่ องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงต่ าง ๆ
  จัดทาแผนพัฒนากีฬา
- การประกาศเจตนารมณ์ ที่ประเทศไทยจะขอสมัครเป็ น
  ประเทศเจ้ าภาพจัดการแข่ งขันโอลิมปิ ก ปี ค.ศ. 2016
                                                            35
4.3 ปัญหา/ อุปสรรค์ การพัฒนาพลศึกษา/ กีฬาของประเทศไทย
                    ิ
1. ใช้ ครู ไม่ มีวุฒพลศึกษาสอนวิชาพลศึกษา เพราะอัตรากาลัง
   ข้ าราชการครู ขาดแคลน
2. การวัดประเมินผลที่เน้ นทักษะ ทาให้ เด็กบางคนไม่ ชอบ
   วิชาพลศึกษา
3. การสอบคัดเลือกเข้ ามหาวิทยาลัยประเมินด้ วยวิชาการ
   วิชาพลศึกษามีเพียง 1 คาบ/ สั ปดาห์ เด็กไม่ สนใจ
4. สนาม/ อุปกรณ์ ในหลายโรงเรียนใช้ สอนได้ บางชนิดกีฬา
   โอกาสไม่ เปิ ดสาหรับการสอนอีกหลายชนิด
5. ครู พลศึกษาขาดขวัญกาลังใจความก้ าวหน้ าทางวิชาชีพ
                                                       36
4.3 ยุทธศาสตร์ การพัฒนาพลศึกษา/ กีฬา
                              ่
1. ใช้ การเมืองเป็ นตัวขับเคลือน
2. ส่ งเสริมการทางานบูรณาการข้ ามกระทรวง
    - บทบาท ศธ. ใช้ สนามกีฬาโรงเรียน
    - บทบาท สธ. :รวมพลคนเสื้อเหลือง/ เมืองไทยแข็งแรง
           ่
        เพือลดค่ าใช้ จ่ายในหลักประกันสุ ขภาพ
    - บทบาท มท. ให้ อปท. บริหารจัดการกีฬาท้ องถิ่น
3. พัฒนาครู ไม่ มีวุฒิ ให้ มีเทคนิคการสอน
                                                             37
            ่
4. ปรับเพิมวิชาพลศึกษาให้ เป็ น 2 คาบ/ สั ปดาห์ ในการศึกษา
         ้
   ขั้นพืนฐาน รวม ปวช.
   - ให้ เป็ นวิชาเลือกบังคับในสถาบันอาชีวศึกษา
   - เป็ นวิชาเลือกเสรีในทุกมหาวิทยาลัย
5. จัดทุนการศึกษาสาหรับนักกีฬาช้ างเผือก แต่ ต้องมี
   การสอนเสริม + ระบบดูแลนักเรียน
                                          ่
6. ส่ งเสริมสถานศึกษาจัดกิจกรรมพลศึกษาทีมีคุณภาพ
   ให้ เป็ นดัชนีหนึ่งในการประเมินคุณภาพการศึกษา
                                                       ิ
7. จัดกิจกรรมกีฬาไว้ ในการศึกษานอกระบบ/ การศึกษาตลอดชีวต
                                                38
5. ข้ อเสนอแนะจากการประชุ ม MINEPS ครั้งที่ 4
   6-8 ธันวาคม 2547 ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ
                                         39
6. การค้ นหาข้ อมูลจากแหล่ งข้ อมูล
 ยูเนสโก              www.unesco.org
 โอลิมปิ คสากล        www.ioc.org
 WADA                 www.aahperd.org
 องค์ การอนามัยโลก    www.who.org
 ICHPER-SD            www.ichpersd.org
 ICSSPE               www.icsspe.org
 AAHPER               www.aahperd.org

								
To top