บทนา
1. ความเป็ นมาและความสาคัญ
ไขมั น ในเลื อ ดสู งหรื อโคเลสเตอรอลในเลื อ ดสู ง มี ค วามหมายเหมื อ นกั น
คื อ ภ า ว ะ ที่ ร่ า ง ก า ย มี ร ะ ดั บ ไ ข มั น ใ น เ ลื อ ด สู ง ก ว่ า เ ก ณ ฑ์ ที่ เ ห ม า ะ ส ม
ั ั
โรคนี้ มกจะไม่มีอาการหรื ออาการแสดงให้เห็ น ปั จจุบนโรคไขมันในเลือดสู ง (hyperlipidemia)
เป็ นโรคที่พบบ่อยขึ้นในเมืองไทย ที่มีการดาเนิ นชี วิตแบบเมือง คล้ายประเทศตะวันตกมากขึ้นเรื่ อย
ๆ เ นื่ อ ง จ า ก ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง อุ ป นิ สั ย ก า ร บ ริ โ ภ ค ใ น ท า ง ที่ ส่ ง เ ส ริ ม ใ ห้ อ้ ว น
รับประทานอาหารจานด่วนกันมากขึ้น ขาดการออกกาลังกาย และคร่ าเคร่ งกับการทามาหาเลี้ยงชีพ
ก า ร มี ร ะ ดั บ ไ ข มั น ใ น เ ลื อ ด สู ง
โ ด ย โ ร ค ไ ข มั น ใ น เ ลื อ ด สู ง เ ป็ น โ ร ค เ รื้ อ รั ง แ ล ะ ไ ม่ มี วิ ธี ก า ร รั ก ษ า ที่ ห า ย ข า ด
นับ ว่ า เป็ นปั ญ หาสุ ข ภาพที่ ส าคัญ ในปั จ จุ บ ัน เพราะจะน าไปสู่ ปั ญ หาสุ ข ภาพที่ ส าคัญ ยิ่ ง
เป็ นสาเหตุ ท าให้ ห ลอดเลื อ ดแดงแข็ ง และตี บ มี ผ ลท าให้ เ ลื อ ดไหลไปเลี้ ยงส่ ว นต่ า ง ๆ
ของร่ างกายได้ไม่เพียงพอ ซึ่ งจะนาไปสู่ การเกิดโรคหัวใจขาดเลือดหรื อเกิดโรคสมองขาดเลือดได้
ห รื อ จ น ถึ ง แ ก่ ชี วิ ต ใ น ที่ สุ ด โ ร ค นี้ ส า ม า ร ถ เ กิ ด ไ ด้ ใ น ทุ ก เ พ ศ ทุ ก วั ย
โดยเฉพาะวัยสู งอายุที่มีปัจจัยเสี่ ยงเพิ่มขึ้นอันเนื่องมาจากขาดการออกกาลังกายหรื อการรับประทาน
สัดส่ วนอาหารไม่เหมาะสม ทาให้มีโอกาสเกิดภาวะไขมันในเลือดสู งมีมากยิงขึ้น ่
จ า ก ข้ อ มู ล ที่ ก ล่ า ว ม า แ ล้ ว ข้ า ง ต้ น พ บ ว่ า ก า ร รั บ รู ้ เ ท่ า ทั น ข อ ง ปั ญ ห า
หลี ก เลี่ ย งปั จ จัย เสี่ ย งที่ ท าให้เ กิ ด โรคและหาแนวทางป้ องกันตัวเองจากสาเหตุ ที่ ท าให้ เ กิ ด โรค
คื อ แนวทางที่ ดี ที่ สุ ด ที่ เช่ น การงดสู บ บุ ห รี่ ควบคุ ม อาหาร ออกก าลัง กายสม่ า เสมอ เป็ นต้น
เ ร า ทุ ก ค น ค ว ร ค า นึ ง ถึ ง เ ป็ น ล า ดั บ แ ร ก จึ ง เ ป็ น ก า ร แ ก้ ไ ข ปั ญ ห า ที่ ต้ น เ ห ตุ
แต่ เ มื่ อ ผู ้ ค นเป็ นโรคนี้ แล้ ว วิ ธี การรั ก ษา คื อ พยายามควบคุ ม ระดั บ ไขมั น ในเลื อ ด
ป้ อ ง กั น ก า ร เ กิ ด ภ า ว ะ แ ท ร ก ซ้ อ น
้
ผูป่วยควรมาพบแพทย์เพื่อติดตามอาการอย่างสม่าเสมอและให้ความร่ วมมือกับแพทย์ในการดูแลรัก
่
ษาสุ ขภาพตนเอง ไม่ให้โรคที่เป็ นอยูมีการดาเนินโรคที่แย่ลง
ร า ย ง า น ฉ บั บ นี้ เ ป็ น ร า ย ง า น ก า ร ดู แ ล ผู ้ ป่ ว ย เ ป็ น ค ร อ บ ค รั ว อ ย่ า ง ต่ อ เ นื่ อ ง
เ พื่ อ ร่ ว ม มื อ กั น ร ะ ห ว่ า ง ผู ้ ป่ ว ย ค ร อ บ ค รั ว
และทีมงานการรักษาเพื่อวางแผนในการรักษาและป้ องกันการดาเนินของโรคในแนวทางที่ดีข้ ึน
2. วัตถุประสงค์ ของการดูแลผู้ป่วยเป็ นครอบครัวอย่ างต่ อเนื่อง
2.1 เ พื่ อ ป ร ะ เ มิ น อ า ก า ร ท า ง ก า ย ต่ า ง ๆ ผู ้ ป่ ว ย
รวมทั้ งสภาวะ ทางด้ า นจิ ตใ จหลั ง จากมี ก ารเปลี่ ยนแปล งร่ างก าย จาก โรคที่ เป็ นอยู่
พร้ อ มทั้ง ให้ ค าปรึ ก ษาในเรื่ อ งต่ า งๆของผูป่ วย ทั้ง เรื่ อ งเกี่ ย วกับ โรค สภาพจิ ต ใจ ความกัง วล
้
ค ร อ บ ค รั ว ต ล อ ด จ น ค ว า ม อั ด อั้ น ตั น ใ จ ใ น ชี วิ ต
้ ้
รวมไปถึงวิธีการดูแลตนเองของผูป่วยที่บานและให้การรักษาแบบประคับประคอง
2.2 เ พื่ อ ป ร ะ เ มิ น ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ส ภ า ว ะ จิ ต ใ จ
ความรู ้ สึกและความนึ กคิ ดของสมาชิ กในครอบครั ว ญาติ และผูดูแลผูป่วย รวมทั้งให้คาแนะนา้ ้
คาปรึ กษาในการปฏิบติตวของสมาชิกในครอบครัว ญาติและผูดูแลและการปฏิบติต่อผูป่วย
ั ั ้ ั ้
2.3 เ พื่ อ ส ร้ า ง ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ที่ ดี กั บ ผู ้ ป่ ว ย แ ล ะ ส ม า ชิ ก ใ น ค ร อ บ ค รั ว
้ ิ ่
ให้กาลังใจผูป่วยในการดาเนินชีวตร่ วมกับโรคที่เป็ นอยูและการเปลี่ยนแปลงต่างๆที่สามารถเกิดขึ้น
ได้จากโรคที่เป็ นอยู่
2.4 เ พื่ อ ล ด ภ า ว ะ แ ท ร ก ซ้ อ น ที่ ส า ม า ร ถ เ กิ ด ขึ้ น ไ ด้ จ า ก ก า ร ดู แ ล ต น เ อ ง
ก า ร เ ข้ า ใ จ ธ ร ร ม ช า ติ ข อ ง โ ร ค ที่ ไ ม่ ถู ก ต้ อ ง ข อ ง ผู ้ ป่ ว ย
อี ก ทั้ ง เ พื่ อ แ ก้ ไ ข ค ว า ม เ ข้ า ใ จ ใ น ธ ร ร ม ช า ติ ข อ ง ตั ว โ ร ค ค ว า ม ส า คั ญ
ความเป็ นมารวมไปถึงผลที่ตามมาที่สามารถก่อให้เกิดโรคอื่นๆได้
2.5 เ พื่ อ ส่ ง เ ส ริ ม ก า ร ดู แ ล สุ ข ภ า พ ร่ า ง ก า ย แ ล ะ จิ ต ใ จ
ก า ร มา ต า มนั ด ที่ โ ร ง พย า บ าล อ ย่ า ง ส ม่ า เ ส ม อ ข อง ผู ้ ป่ วย แ ล ะ ส ม าชิ ก ใ น ค ร อบ ค รั ว
ั
รวมทั้งการปฏิบติตนเพื่อสุ ขภาพที่ดี ห่างไกลโรคภัยไข้เจ็บ
้
2.6 เพื่อประเมินปั ญหาด้านอื่นๆ ของผูป่วย เช่น ด้านจิตใจ ด้าน ความเข้าใจ ภาวะเศรษฐกิจ
สั ง ค ม ซึ่ ง อ า จ ไ ด้ รั บ ผ ล ก ร ะ ท บ จ า ก ปั ญ ห า สุ ข ภ า พ ห รื อ ท า ง ก ลั บ กั น
อาจเป็ นสาเหตุหรื อปั จจัยส่ งเสริ มการดาเนินไปของโรคที่แย่ลง
่
3. ข้ อมูลทัวไปของสถานบริการ
ศู น ย์ ก า ร แ พ ท ย์ ส ม เ ด็ จ พ ร ะ เ ท พ รั ต น ร า ช สุ ด า ฯ ส ย า ม บ ร ม ร า ช กุ ม า รี
เ ป็ น โ ร ง พ ย า บ า ล ใ น สั ง กั ด ค ณ ะ แ พ ท ย ศ า ส ต ร์ ม ห า วิ ท ย า ลั ย ศ รี น ค ริ น ท ร วิ โ ร ฒ
ก่ อ สร้ างขึ้ นเพื่ อ เฉลิ มพระเกี ยรติ เ นื่ องในวโรกาสที่ ส มเด็ จ พระเทพรั ต นราชสุ ดา ฯ
สยามบรมราชกุ ม ารี เ จริ ญ พระชนมายุ ครบ 3 รอบ โดยเริ่ ม โครงการมาตั้ง แต่ พ.ศ. 2535
และก่อสร้างแล้วเสร็ จเมื่อ พ.ศ. 2542 และมีพิธีเปิ ดอย่างเป็ นทางการเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ.
2544 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุ ดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็ นประธานพิธีเปิ ด
ศู น ย์ ก ารแพทย์ ส มเด็ จ พระเทพฯ เป็ นโรงพยาบาลที่ ด าเนิ น งานในลั ก ษณะ
ที่ มี ค ว า ม ค ล่ อ ง ตั ว แ ล ะ ด า เ นิ น กิ จ ก า ร โ ด ย ไ ม่ มุ่ ง แ ส ว ง ห า ผ ล ก า ไ ร เ ป็ น ห ลั ก
แ ต่ ด า เ นิ น กิ จ ก า ร ใ น ลั ก ษ ณ ะ พึ่ ง พ า ต น เ อ ง
ั
โดยมีวตถุประสงค์เพื่อเป็ นสถาบันในการจัดการเรี ยนการสอนของคณะแพทยศาสตร์ และนิสิตคณะ
อื่ น ๆ ในสายวิ ท ยาศาสตร์ สุ ขภาพที่ เ กี่ ย วข้ อ ง รวมทั้ งเป็ นแหล่ ง วิ จ ั ย ที่ มี คุ ณ ภาพ
ั
โดยเฉพาะการวิจยทางคลิ นิกในคน ซึ่ งมีพ้ืนที่ การดาเนิ นงานครอบคลุ มทั้งสิ้ น 5 จังหวัด ได้แก่
จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ปทุมธานี และชลบุรี
ศู นย์ก ารแพทย์ส มเด็จ พระเทพ ฯ เป็ นโรงพยาบาลขนาด 500 เตี ย ง มี ท้ ง หมด 17 ชั้น ั
พื้นที่ ท้ งสิ้ น 58,595 ตารางเมตร ตั้งอยู่เลขที่ 62 หมู่ 7 ถนนรังสิ ต-นครนายก อาเภอองครักษ์
ั
จัง หวัด นครนายก โทรศัพ ท์ (037) 395085-6 และโทรสาร (037) 395-087
เ ริ่ ม เ ปิ ด ด า เ นิ น ก า ร รั บ รั ก ษ า ผู้ ป่ ว ย น อ ก เ มื่ อ เ ดื อ น ม ก ร า ค ม 2543
ั
โดยได้เปิ ดบริ การรักษาด้วยแพทย์ผเู ้ ชี่ ยวชาญเฉพาะทาง ปั จจุบนเปิ ดบริ การทั้ง สิ้ น 11 สาขา คือ
สาขาสู ติศาสตร์ นรี เวชวิทยา, สาขากุมารเวชศาสตร์ , สาขาอายุรศาสตร์ , สาขาศัลยศาสตร์ ,
สาขาศัลยศาสตร์ ออโธปิ ดิกส์ , สาขาทันตกรรม, สาขารังสี วิทยา, สาขาโสต ศอ นาสิ ก, สาขาจักษุ,
สาขากายภาพบาบัด และสาขาจิตเวชศาสตร์
้
ในเดือนเมษายน 2543 ทางโรงพยาบาลได้เปิ ดรับรักษาผูป่วยในจานวน 30 เตียง
และได้ขยายศักยภาพการดาเนินงานเพิ่มขึ้นตามลาดับ
้
เพื่อให้สามารถรองรับความต้องการของผูรับบริ การที่เพิ่มขึ้น
ั ้ ั
ปั จจุบนสามารถรับรักษาผูป่วยในได้ท้ งสิ้ น 240 เตียง และศูนย์การแพทย์ฯ
้
จะเปิ ดจานวนเตียงรับผูป่วยในปี 2547 ให้ครบ 300 เตียงได้อย่างแน่นอน
และคาดว่าจะสามารถรองรับ ้
ผูป่วยใน 500เตียงได้ภายในอนาคตอันใกล้น้ ี
ั ้ ้
ในปัจจุบนการให้บริ การตรวจรักษาผูป่วยทันตกรรมได้มีจานวนผูใช้บริ การเพิ่มมากขึ้น
จนทาให้งานทันตกรรมศูนย์การแพทย์ฯ ต้องมีการเปิ ดคลินิกนอกเวลาให้บริ การขึ้น
โดยให้บริ การจันทร์ -พฤหัสบดี เวลา 16.00-20.00 น. วันเสาร์ เวลา 8.00-16.00 น.
รายงานผู้ป่วย
่
1. ข้ อมูลของผู้ป่วยทีศึกษา (index case)
1.1 Family background
ผูป่วยหญิงไทยคู่ชื่อ นางสนิท เขมา อายุ 56 ปี
้ HN 3853/45
เชื้อชาติ ไทย สัญชาติไทย
ศาสนา พุทธ อาชีพ ทานา
ภูมิลาเนา จ.อยุธยา รายได้ ไม่แน่นอนแต่ประมาณ 200,000/ปี
การศึกษา จบชั้นประถมศึกษาปี ที่ 4 สิ ทธิการรักษา บัตรประกันสุ ขภาพถ้วนหน้า
ั ่ ้
ปั จจุบนอยูบานเลขที่ 4 หมู่ 2 ชุมพล องครักษ์ นครนายก 26120
้
ประวัติความเจ็บป่ วย ได้จาก ผูป่วย และเวชระเบียน
อาการสาคัญ ตรวจสุ ขภาพประจาปี แล้วพบภาวะไขมันในเลือดสู ง 3 ปี ก่อนมาโรงพยาบาล
ั
ประวัติปัจจุบน มี โ ร ค ป ร ะ จ า ตั ว เ ป็ น โ ร ค ไ ข มั น ใ น เ ลื อ ด สู ง
รั บ ก า ร รั ก ษ า ที่ โ ร ง พ ย า บ า ล ศู น ย์ ก า ร แ พ ท ย์ ส ม เ ด็ จ พ ร ะ เ ท พ ฯ ไ ด้ รั บ ก า ร รั ก ษ า
และรับประทานยาอย่างสม่าเสมอ
- 3 ปี ก่ อ นมาโรงพยาบาล ผู ้ป่ วยตรวจสุ ข ภาพประจ าปี ที่ อ นามัย ใกล้บ ้า น
ต ร ว จ เ ลื อ ด พ บ ว่ า ร ะ ดั บ ไ ข มั น ใ น เ ลื อ ด สู ง ป ร ะ ม า ณ 180
แพทย์ที่ อ นามัย ได้วิ นิ จ ฉั ย ว่ า เป็ นโรคไขมัน ในเลื อ ดสู ง ผู ้ป่ วยจึ ง มาตรวจที่ ศู น ย์ก ารแพทย์
และได้ตรวจเลือดพบว่ามีระดับไขมัน cholesterol 239 mg/dl , HDL 47 mg/dl , LDL 164.40 mg/dl
แพทย์จึงวินิจฉัยว่าเป็ นโรคไขมันในเลือดสู ง ได้ให้ยา Simvastatin(40 mg) 1/2 ×1 oral pc เย็น
และได้แนะนาให้ออกกาลังกาย แพทย์นัดมาติ ดตามการรั กษาทุ ก 3 เดื อน บางครั้ งนัด 1 เดื อน
ู้ ่ ่
แต่ผป่วยไม่ทราบผล แต่อยูในอยูในเกณฑ์ใกล้เคียงปกติ
- 2 ปี 5 เ ดื อ น ก่ อ น ม า โ ร ง พ ย า บ า ล
ม า ต ร ว จ ติ ด ต า ม ก า ร รั ก ษ า ที่ โ ร ง พ ย า บ า ล ศู น ย์ ก า ร แ พ ท ย์ ฯ อ า ก า ร ทั่ ว ไ ป ป ก ติ ดี
แพทย์ได้ปรับขนาดยาเป็ น Simvastatin(10 mg) 1/2 ×1 oral hs และ vit B1-6-12 1×3 oral pc
- 2 ปี 4 เ ดื อ น ก่ อ น ม า โ ร ง พ ย า บ า ล
มาตรวจติดตามการรักษาที่โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ฯ ติดตามผลเลือดได้ cholesterol 155 mg/dl ,
LDL 84 mg/dl , HDL 48 mg/dl well controlดี แพทย์จึงให้หยุดยาลดระดับไขมันในเลือด
- 2 ปี ก่ อ นมาโรงพยาบาล มาตรวจติ ด ตามการรั ก ษาที่ ศู น ย์ก ารแพทย์
ติดตามผลเลือดได้ cholesterol 251 mg/dl , LDL 183 mg/dl , HDL 52 mg/dl แพทย์จึงให้
Simvastatin(10 mg) 1 ×1 oral hs และแนะนาให้ ปรับเปลี่ ยนการใช้ชี วิตประจาวัน
ผู ้ ป่ ว ย ห ยุ ด กิ น ย า บ้ า ง เ ป็ น ช่ ว ง ๆ ถ้ า พ บ ว่ า ร ะ ดั บ ไ ข มั น ใ น เ ลื อ ด อ ยู่ ใ น เ ก ณ ฑ์ ป ก ติ
ถ้าติดตามการรักษาแล้วพบระดับไขมันในเลือดสู งจึงเริ่ มกินยาใหม่
- 3 เดือนก่อนมาโรงพยาบาล มาตรวจติดตามการรักษาที่ศูนย์การแพทย์ ติดตาม
ผลเลือดได้ cholesterol 185 mg/dl , LDL 104 mg/dl , HDL 56 mg/dl แพทย์ได้ปรับขนาดยาเป็ น
Simvastatin(10 mg) 1/2 ×1 oral hs
ประวัติอดีต
- ปฏิเสธประวัติแพ้ยา, แพ้อาหาร
- เคยถูกงูไม่มีพิษกัด 1 ปี ก่อนมาโรงพยาบาล นอนรักษาที่ศูนย์การแพทย์ฯ
- ปฏิเสธการใช้ยาชุด ยาหม้อ ยาลูกกลอน
ั
- ปฏิเสธประวัติการได้รับอุบติเหตุร้ายแรง
- ปฏิเสธประวัติการได้รับเลือด
ประวัติส่วนตัว
- ปฏิเสธประวัติดื่มเหล้า, สู บบุหรี่
ประวัติครอบครัว
- พี่สาวเป็ นโรคไขมันในเลือดสู ง
- ปฏิเสธประวัติโรคประจาตัวอื่นๆของคนในครอบครัว
- ปฏิเสธโรคทางพันธุ กรรมต่างๆ
- สามีสูบใบจาก 5 ใบต่อวัน มา 50 ปี
- ลูกชายทั้งสองคนดื่มสุ ราตามโอกาส
Physical examination (จากเวชระเบียน)
- Vital signs: PR 89 bpm, RR 18 /min, BP 135/73 mmHg, body weight 57.7 kg
- GA: An old Thai female with normal consciousness, good cooperation, not pale, no
jaundice
- HEENT: not pale conjunctivae, anicteric sclerae, no cervical lymphadenopathy
- Heart: normal S1S2, no murmur
- Lungs: normal breath sound, no adventitious sounds
- Abdomen: soft, not tender, no mass
- Extremities: no pitting edema, capillary refill 20% -- CHD risk equivalent
10-20%
20%)
10-year risk 10-20%:
130 mg/dL
2+ Risk Factors (10-year 2000 มก./100 กรัม) เครื่ องในสัตว์ชนิดต่างๆ
(350 – 750 มก/100 กรัม) และไข่แดงทุกชนิด (1480 มก./100 กรัม ไข่แดงจากไขไก่)
่
จึงควรหลีกเลี่ยงรับประทานอาหารเหล่านี้ แม้วาหนังสัตว์มีโคเลสเตอรอลเพียง 100
มก./100 กรัม แต่ถารับประทานมากก็ก่อให้เกิดระดับ LDL – ในเลือดสู งได้ เนื้อสัตว์
้
ชนิดต่างๆ มีโคเลสเตอรอลเพียง 50 – 150 มก./100 กรัม จึงรับประทานได้พอสมควร
รับประทานพวกแป้ งให้ได้พลังงาน 50-60%ของพลังงานทั้งหมด
ประเภทของคาร์ โบไฮเดรตที่ควรรับประทานคือ คาร์ โบไฮเดรตเชิงก้อน (Complex
carbohydrate)
ได้แก่ ข้าวเป็ นหลัก ส่ วนน้ าตาลรับประทานแต่พอควร
รับประทานโปรตีน 15 %ของพลังงานทั้งหมด
โดยเลือกรับประทานเนื้ อสัตว์ที่ไม่มีไขมันมาก ได้แก่เนื้ อไก่ เนื้อปลา
่
นมและผลิตภัณฑ์นมที่ระบุวามีไขมันต่า
ควรรับประทานถัวเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถัวเหลือง
่ ่
เพราะเป็ นแหล่งให้โปรตีนที่ดีและไม่มีโคเลสเตอรอล ควรรับประทานไข่ไม่เกินวันละ 1
ฟอง เพราะแม้ไข่เป็ นแหล่งโปรตีนที่ดีแต่มีโคเลสเตอรอลมาก เช่น ไข่ไก่หนัก 50 กรัม มี
โปรตีน 7 กรัมและโคเลสเตอรอล 240 มก.
นอกจากนี้ควรรับประทานไข่ในสภาพไข่ดาวหรื อไข่เจียวทอดด้วยน้ ามันถัวเหลือง
่
ส่ วนไข่ขาวรับประทานได้ไม่จากัด เพราะไม่มีโคเลสเตอรอล
ให้รับประทานใยอาหารมากกว่า 20-30 กรัม/วันและ stanol มากกว่า 2 กรัม/วัน
รับประทานผักและผลไม้เพิ่มขึ้น ควรรับประทานผักและผลไม้ในปริ มาณที่ใกล้เคียงกัน
ไม่ควรรับประทานผลไม้ที่มีรสหวานจัดมาก
ผักและผลไม้นอกจากเป็ นแหล่งที่ดีของวิตามินและเกลื่อแร่ แล้วยังให้ใยอาหาร (dietary
fiber) การได้รับใยอาหารประเภทละลายในน้ าวันละ 15 – 30 กรัม
จะช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือด
้
โดยเฉพาะอย่างยิงในผูที่รับประทานอาหารที่มีกรดไขมันอิ่มตัวต่า
่
2.การออกกาลังกาย
มีผลดีโดยทาให้ระดับ HDL – C สู งขึ้น และเพิ่ม fibrinolytic activity
เพราะฉะนั้นการออกกาลังกายสม่าเสมอจะป้ องกันการเกิดโรคหัวใจและเพิ่มคุณภาพชีวิต
ข้อแนะนาการออกกาลังกายสม่าเสมอ ครั้งละ 20 – 30 นาที สัปดาห์ละ 3 – 4
ครั้งและเลือกการออกกาลังกายชนิด dynamic หรื อ แอโรบิค ได้แก่ เดินเร็ วๆ, วิงเหยาะๆ ว่ายน้ า,
่
กระโดดเชือก, ถีบจักรยาน หรื อ
เต้นแอโรบิคฃสามารถประเมินการออกกาลังกายว่าถึงระดับเป้ าหมายที่กาหนดหรื อไม่
ู้
โดยไม่ตรวจอัตราการเต้นของหัวใจ หลักการออกกาลังกายทันทีแนะนาให้ผป่วยจับชีพจรเอง
ให้ตรงกับเป้ าที่กาหนด
(target rate)
อายุ (ปี ) Target rate / นาที
20 –29 115 – 145
30 – 39 110 – 140
40 - 49 105 – 130
50 - 59 100 - 125
60 – 69 95 - 115
หมายเหตุ:
้
ในผูป่วยโรคหัวใจแนะนาให้เดินบนสายพานก่อนเพื่อดูระดับความสามารถว่าจะออกกาลังกายได้เ
ท่าใด
3. การรักษาด้ วยยา สามารถเลือกใช้ยาได้ตามความเหมาะสมดังนี้
HMG CoA reductase inhibitor [ statin ]
ยาในกลุ่มนี้ประกอบด้วย Lovastatin[ 20-80 mg], Simvastatin [ 20-80mg ], Fluvastatin
[20-80 mg ], Atrovastatin [10-80 mg]
ยาในกลุ่มนี้ลด LDLได้ร้อยละ 18-55% เพิ่ม HDLได้ร้อยละ 5-15%และลด TGได้ร้อยละ 7-
30%
ั
พบว่าการให้ยานี้เพื่อลดไขมันจะทาให้อตราการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดลดลง
ผลข้างเคียงของยาจะทาให้เกิดการอักเสบของกล้ามเนื้อและตับ
ข้อห้ามใช้ในผูป่วยที่มีตบอักเสบเฉี ยบพลันและตับอักเสบเรื้ อรังและห้ามใช้ร่วมกับยา
้ ั
cyclosporin ยารักษาเชื้อรา
Bile acid sequestrants
ยาในกลุ่มนี้ได้แก่ Cholestyramine [4-16 g],Colestipol [5-20gm],Colesevelam[2.6-3.8gm]
ยากลุ่มนี้จะออกฤทธิ์ ในการจับกับไขมันในลาไส้เพื่อขับออกทางอุจาระ
ยากลุ่มนี้ลด LDLได้ร้อยละ15-30%และเพิมระดับ HDLได้ร้อยละ 3-5 %
่
ผลข้างเคียงของยาแน่นท้อง ท้องผูก ลดการดูดซึ มของยาบางชนิด
้
ข้อห้ามใช้ ในผูป่วยที่มี triglyceride สู งกว่า 400 มก.%
Nicotinic acid
ยากลุ่มนี้ได้แก่ Nicotinic acid[ 1.5-3 gm ]จัดเป็ นวิตามิน B
ยากลุ่มนี้ลดLDLได้ 5-25 % เพิ่ม HDL15-35% ลดTriglycerideได้ร้อยละ20-50
ผลข้างเคียงของยากลุ่มนี้คือ คันตามตัว
ร้อนตามตัวซึ่ งจะเกิดหลังจากรับประทานยาไปครึ่ งชัวโมง หน้าแดง น้ าตาลในเลือดสู งขึ้น
่
กรดยูริกเพิ่ม แน่นท้อง และตับอักเสบ
ข้อห้ามใช้คือ โรคตับ โรคเกาท์ โรคเบาหวาน โรคกระเพาะ
ขนาดที่ใช้รักษา 1-3 กรัม/วัน
Fibric acid
ยากลุ่มนี้ได้แก่ Gemfibrizil [600-1200 mg], Fenofibrate [200 mg]
ยากลุ่มนี้ลดLDLได้ร้อยละ 5-20 เพิ่มHDLได้ร้อยละ 10-20 ลดTriglycerideได้ร้อยละ 10-20
้
ยานี้เหมาะสาหรับผูที่มี Triglyceride สู ง, LDL สู งและมี HDL ต่า
ยานี้เมื่อใช้ร่วมกับยาในกลุ่ม statin จะลดไขมันที่ LDLสู งและมี triglyceride สู ง
แต่การให้ยาร่ วมกันต้องระวังภาวะกล้ามเนื้ออักเสบ
ผลข้างเคียงของยากลุ่มนี้คือ คลื่นไส้ อาเจียน แน่นท้อง ปวดกล้ามเนื้อ
อาจจะทาให้เกิดการอักเสบของตับ
อาจจะทาให้เกิดนิ่วในถุงน้ าดีหากใช้ยานี้ไปเป็ นระยะเวลานานๆ
ู้ ั
ข้อห้ามใช้ผที่มีตบวายและไตวาย
13.2 Smoking in family
ั
ปัจจุบนจากการสารวจพฤติกรรมการสู บบุหรี่ ของประชากร อายุ 15 ปี ขึ้นไป พ.ศ.2549
โดยสานักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า
จานวนผูสูบบุหรี่ ในกลุ่มประชากรอายุต่าง ๆ
้
อายุ (ปี ) ชาย หญิง จานวน (คน)
15 – 18 189,850 12,659 202,509
19 – 24 921,221 25,616 946,837
25 – 40 3,600,977 131,265 3,732,242
41 – 59 3,256,445 243,557 3,500,002
> 60 1,047,441 106,453 1,153,894
รวม 9,015,934 519,550 9,535,484
การได้ รับควันบุหรี่มือสอง
้ ่
- ผูสูบบุหรี่ เคยสู บขณะอยูในบ้านกับสมาชิกครัวเรื อน (ร้อยละ) 84.50
- จานวนครัวเรื อนที่มีสมาชิกอย่างน้อย 1 คน สู บบุหรี่ 7.36 ล้านครัวเรื อน
- เฉลี่ยสมาชิกต่อครัวเรื อนที่ได้รับควันบุหรี่ 2.16 คน
- จานวนประชาการที่ได้รับควันบุหรี่ มือสอง 15.89 ล้านคน
้
- จานวนประชากรอายุนอยกว่า 5 ปี ที่ได้รับควันบุหรี่ มือสอง 5.61 ล้านคน
สาหรับสารพิษในบุหรี่ พบว่า บุหรี่ 1 มวน ประกอบด้วย สารเคมีหลายร้อยชนิด
สารพิษที่สาคัญ ได้แก่
ั
นิโคติน(Nicotine) มีลกษณะคล้ายน้ ามัน ไม่มีสี เป็ นสารที่ทาให้เกิดสารเสพย์ติด
และทาให้เกิดโรคหัวใจ โดยสารนิโคตินสามารถกระตุนส่ วนสมองที่เกี่ยวกับ ความอยาก
้
ความสุ ขสม
่
เมื่อใดที่ระดับของสารนิ โคตินลดลงจากที่เคยมีอยูในร่ างกายจะทาให้เกิดอาการขาดสารนิโคติ
นคือ กระวนกระวาย หงุดหงิด ขาดสมาธิ ปวดศีรษะ เหนื่อยล้า ซึ มเศร้า ง่วง มึนศีรษะ
เหม่อลอย บางคนนอนไม่หลับ และบางคนมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียน ครั่นเนื้ อครั่นตัว
ทาร์ (Tar) ประกอบด้วยสารหลายชนิด เป็ นละอองเหลวเหนียวสี น้ าตาลคล้ายน้ ามันดิน
่
สารก่อมะเร็ งส่ วนใหญ่จะอยูในสารนี้
่
คาร์บอนมอนออกด์(Carbonmonoxide) เป็ นก๊าซชนิดเดียวกับที่พนออกจากท่อไอเสี ยรถยนต์
ก๊าซนี้จะขัดขวางการลาเลียงออกซิ เจนของเม็ดเลือดแดง
ู้
ทาให้ผสูบบุหรี่ ได้รับออกซิ เจนน้อยลง หัวใจต้องเต้นเร็ วขึ้น และทางานมากขึ้น
ั
ทาให้หวใจวายได้
ปั จจัยที่ส่งเสริ มให้มีการเริ่ มสู บบุหรี่
- ความอยากลอง
- ตามอย่างเพือน ่
- ตามอย่างคนใน
- เพือเข้ าสั งคม
่
- ความเครียด สารนิโคตินในควันบุหรี่ เมื่อสู ดเข้าร่ างกายจะเข้าสู่ สมองภายในเวลา ๘-๑๐ วินาที
ซึ่ งออกฤทธิ์ ทาให้เส้นเลือดแดงหดรัดตัว ความดันโลหิ ตสู งขึ้น หายใจเร็ วขึ้น
้
และกระตุนสมองส่ วนกลางทาให้รู้สึกผ่อนคลาย ในระยะต้น
้
หลายคนจึงสู บบุหรี่ ดวยเหตุผลเพื่อคลายความเครี ยด แต่เมื่อปริ มาณนิโคตินในสมองลดลง
ู้
จะทาให้ผสูบเกิดอาการหงุดหงิด และเครี ยดได้ในเวลาต่อมา
และนี่คือเหตุผลที่ทาให้ตองสู บบุหรี่ อยูเ่ สมอเพื่อคงระดับนิโคตินไว้ในร่ างกาย
้
- กระแสของสื่ อโฆษณา
ผลกระทบของการสู บบุหรี่ต่อสุ ขภาพร่ างกาย
ก. ผลกระทบระยะสั้ น
- ประสาทสัมผัสของการรับรู ้กลิ่นและรส จะทาหน้าที่ได้ลดลง
- แสบตา น้ าตาไหล
ั
- ขนอ่อนที่ทาหน้าที่พดโบก เพื่อกาจัดสิ่ งแปลกปลอมภายในหลอดลมเป็ นอัมพาต หรื อ
ทางานได้ชาลง้
- ระดับคาร์ บอนมอนอกไซด์ในปอดและในกระแสเลือดเพิ่มสู งขึ้น
- หัวใจเต้นเร็ วขึ้น และความดันโลหิ ต สู งขึ้น
- มีกรดในกระเพาะอาหารมากขึ้น
- เกิดกลิ่นที่น่ารังเกียจตามร่ างกายและ เสื้ อผ้า
- ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น และมีกลิ่นปาก
ข.ผลกระทบระยะยาว เป็ นสาเหตุของการเกิดโรคต่างๆ ได้แก่
- โรคมะเร็ งปอดและมะเร็ งในส่ วนต่างๆของร่ างกาย เช่น กล่องเสี ยง ลาคอ หลอดอาหาร
และกระเพาะปัสสาวะ
- โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ และโรคหัวใจขาดเลือด มีความเสี่ ยงต่อการเกิดอาการ หัวใจวาย
- โรคหลอดเลือดสมอง หลอดเลือดส่ วนอื่นๆตีบตัน
และหลอดเลือดใหญ่ทรวงอกและช่องท้องโป่ งพอง
- โรคถุงลมโป่ งพอง โรคหลอดลม อักเสบเรื้ อรัง
- ทาให้สมรรถภาพทางเพศเสื่ อมจากการอุดตันของเส้นเลือดขนาดเล็ก
ที่ไปเลี้ยงประสาทที่เกี่ยวกับการควบคุมการแข็งตัวของ อวัยวะเพศ
เกิดอาการเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงแขนและขาตีบตัน อาจต้องตัดแขนหรื อขาทิ้ง
ผลกระทบของการสู บบุหรี่ต่อสุ ขภาพของคนข้ างเคียง
้
ควันบุหรี่ สามารถก่อให้เกิดผลกระทบ ที่เป็ นอันตรายต่อสุ ขภาพของผูไม่สูบบุหรี่
แต่ได้รับควันบุหรี่ ได้ ดังนี้
ก. ผลกระทบระยะสั้ น
- เกิดการระคายเคืองต่อจมูก ตา คอ ปวดศีรษะ ไอ คลื่นไส้ เกิดความรู ้สึกไม่สบาย
้
- ทาให้มีอาการกาเริ บมากขึ้นในผูที่เป็ นโรคภูมิแพ้ โรคหอบหื ด และโรคปอดเรื้ อรังอื่นๆ
โดยจะมีอาการหายใจติดขัดหรื อ ถึงขั้นเหนื่อยหอบ
้
- ในผูได้รับควันบุหรี่ ที่เป็ นโรคหัวใจ จะทาให้เกิดอาการเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่พอมากขึ้น
เกิดอาการจุกเสี ยดหน้าอกได้
ข. ผลกระทบระยะยาว
- ในห้องที่อากาศไม่ถ่ายเท การสู บบุหรี่ ทุกๆ ๒๐ มวน
ู้ ้
จะทาให้ผไม่สูบบุหรี่ ตองหายใจเอาควันบุหรี่ เข้าไปเป็ นปริ มาณเท่ากับการ สู บบุหรี่ ๑ มวน
้ ่
- ผูไม่สูบบุหรี่ ที่อยูในห้องทางานที่มีควันบุหรี่ ประมาณครึ่ งชัวโมง
่
จะมีปริ มาณคาร์ บอนมอนอกไซด์ในเลือดเท่ากับคนที่สูบบุหรี่ เอง ๑ มวน
้ ้ ่
- ผูไม่สูบบุหรี่ ที่ตองอยูในห้องทางาน หรื อในสถานที่แออัดที่มีควันบุหรี่ เป็ นเวลานาน
จะมีโอกาสเป็ นมะเร็ งปอดเพิ่มขึ้นจากคนทัวไปเฉลี่ยร้อยละ ๑๐ – ๓๐
่
- ในหญิงมีครรภ์และทารก ทาให้เกิดความเสี่ ยงที่ทารกแรกคลอดจะมีน้ าหนัก ตัวต่ากว่าปกติ
ิ
ทารกมีความเสี่ ยงต่อการเสี ยชีวตระหว่างคลอด หรื อเกิดความพิการแต่กาเนิดเพิ่มขึ้น
และมีความเสี่ ยงของอาการเกิดโรคไหลตายในเด็กสู งขึ้น เช่นเดียวกับที่มารดาสู บบุหรี่ เอง
- ในเด็กเล็ก ทาให้เกิดความเจ็บป่ วยด้วยโรคติดเชื้อของทางเดินหายใจ เช่น
ั
หลอดลมอักเสบและปอดบวมบ่อยกว่าเด็กทัวไป และมีอตราการเกิดโรคหื ดเพิ่มขึ้น
่
นอกจากนี้ยงทาให้เกิดการติดเชื้อของหูส่วนกลางง่าย และในระยะยาวเด็กที่ได้รับควันบุหรี่
ั
พัฒนาการของปอดจะน้อยกว่า และพัฒนาการทางสมองจะช้ากว่าเด็กที่ไม่ได้รับควันบุหรี่
้
- ในผูใหญ่ จากการศึกษาทางการแพทย์ พบว่าการได้รับควันบุหรี่ ที่ผอื่นสู บู้
้ ั
ทาให้เกิดโรคมะเร็ งในปอดได้ ผูหญิงที่ได้รับควันบุหรี่ วนละ ๓ ชัวโมงขึ้นไป
่
ั ้
จะมีอตราเสี่ ยงต่อการเป็ นโรคมะเร็ งที่ลาคอมากกว่าผูที่ไม่ได้รับควัน บุหรี่ ๓ เท่า
และมีโอกาสเป็ นโรคมะเร็ งในส่ วนอื่นๆ มากกว่าคนปกติ ๒ เท่า
้
ผูที่ได้รับควันบุหรี่ จะมีโอกาสเป็ นโรคหัวใจขาดเลือดสู งกว่าคนทัวๆ ไป
่
้ ้
ผูหญิงที่สามีสูบบุหรี่ มีความเสี่ ยงที่จะมีอาการหัวใจขาดเลื อดสู งกว่า ผูหญิงที่สามีไม่สูบบุหรี่
้
๓-๔ เท่า และจะตายเร็ วกว่าผูหญิงที่สามีไม่สูบบุหรี่ โดยเฉลี่ย ๔ ปี
การเลิกสู บบุหรี่
เคล็ดลับในการเลิกสู บบุหรี่ คือ
้
- ขอคาปรึกษา จากผูที่เชี่ยวชาญหรื อ จากบุคลากรทางการแพทย์
- หากาลังใจ จากคนใกล้ชิด เพื่อให้ช่วยเป็ นกาลังใจ
- วางเปาหมายไว้ล่วงหน้ า โดยกาหนดวันที่ที่จะเลิกสู บ อาจเลือกวันสาคัญของครอบครัว
้
ของชาติ ของตัวเอง โดยควรกาหนดวันที่ใกล้ที่สุด
- ลงมือปฏิบัติ โดยการทิ้งบุหรี่ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เตรี ยมน้ าและผลไม้
หรื อของขบเคี้ยวที่ไม่หวาน เพื่อช่วยลดความอยากสู บบุหรี่
รวมทั้งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ทาให้อยากสู บบุหรี่ ดื่มน้ ามากๆ หากิจกรรมอื่นทา
เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจหรื อคลายเครี ยด
- ถือคามั่น ไม่ หวันไหว
่
่
- ห่ างไกลสิ่ งกระตุ้น ต้องเลิก หรื ออยูให้ห่างจากกิจกรรมที่ทาให้อยากสู บบุหรี่ เช่น
การดื่มกาแฟ หรื อดื่มแอลกอฮอล์แล้วต้องสู บบุหรี่ ก็ควรงดหรื อเปลี่ยนพฤติกรรม
- ไม่ หมกมุ่นความเครี ยด พึงระลึกไว้เสมอว่า
ิ
ประชากรส่ วนใหญ่ของประเทศใช้วธีคลายเครี ยดด้วยวิธีอื่นที่ไม่ใช้บุหรี่
- จัดเวลาสาหรับการออกกาลังกาย อย่างน้อยวันละ ๑๕ - ๒๐ นาที
เพราะนอกจากจะเป็ นการควบคุมน้ าหนักแล้ว ยังทาให้สมองปลอดโปร่ ง
เพิ่มประสิ ทธิ ภาพการทางานของปอดและหัวใจ
- ไม่ ท้าทายบุหรี่ อย่าคิดว่าลองแค่เพียงมวนเดียว เพราะจะทาให้หวนกลับไปติดได้อีก
- อย่าท้อใจ ถ้าต้องเริ่ มต้นใหม่ ขอให้พยายามและทาให้สาเร็ จ
้
ในครอบครัวของผูป่วยรายนี้มีสามีสูบใบจาก
การส่ งเสริ มให้สมาชิกในครอบครัวเลิกบุหรี่ จะช่วยป้ องกันความเสี่ ยงในการเกิดโรคต่อตนเอง
และสมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆด้วย
14. สรุปและประเมินผลการดูแลผู้ป่วยเป็ นครอบครัวอย่ างต่ อเนื่อง
Case index: นางสนิท เขมาและครอบครัว
ผู ้ ป่ ว ย ร า ย นี้ มี เ พี ย ง ปั ญ ห า โ ร ค ค ว า ม ดั น โ ล หิ ต สู ง เ ท่ า นั้ น
ซึ่ งยังไม่ได้ส่งผลกระทบทางด้านร่ างกายแก่ผูป่วย เนื่ องจากผูป่วยยังไม่มีอาการและอาการแสดง
้ ้
นอกจากนี้ ยงไม่เกิ ดภาวะแทรกซ้อนของโรคนี้ จึ งไม่ส่งผลกระทบต่อการดาเนิ นชี วิตประจาวัน
ั
จ ะ ส่ ง ผ ล ก็ แ ต่ ท า ง ด้ า น จิ ต ใ จ เ นื่ อ ง จ า ก ผู ้ ป่ ว ย คิ ด ว่ า ต น เ อ ง เ ป็ น เ ส า ห ลั ก ข อ ง บ้ า น
ั
ถ้าขาดตนเองไปครอบครัวก็จะลาบาก นอกจากนี้ ยงส่ งผลต่อภาวะทางเศรษฐกิ จซึ่ งต้องจ่ายค่ายา
ค่ า เ ดิ น ท า ง แ ล ะ ยั ง เ ป็ น ก า ร เ สี ย เ ว ล า อี ก ด้ ว ย
่ ้
หลังการได้รับความช่วยเหลือจากทีมเยียมบ้านผูป่วยได้พยายามแก้ความเข้าใจองผูป่วยว่าถ้าเกิดอะไ ้
ร ขึ้ น จ ริ ง ค น ใ น ร อ บ ค รั ว ผู ้ ป่ ว ย จ ะ ต้ อ ง อ ยู่ ไ ด้ เ พื่ อ ใ ห้ ผู ้ ป่ ว ย ค ล า ย ค ว า ม กั ง ว ล ล ง
แ ล ะ แ ก้ ค ว า ม เ ข้ า ใ จ ผิ ด ข อ ง ผู ้ ป่ ว ย ใ น เ รื่ อ ง ก า ร กิ น ย า
่
เนื่องจากผูป่วยเข้าใจว่าถ้าระดับไขมันอยูในเกณฑ์ปกติก็สามารถหยุดกินยาได้เลยโดยไม่ได้รอคาสั่
้
ง ข อ ง แ พ ท ย์ ถ้ า มี ร ะ ดั บ ไ ข มั น ใ น เ ลื อ ด สู ง ค่ อ ย ก ลั บ ม า รั บ ป ร ะ ท า น ย า ใ ห ม่
ู้ ั
จึงแนะนาให้ผป่วยปฏิบติตามคาสั่งของแพทย์อย่างเคร่ งครัด
ส่ ว น ปั ญ ห า ที่ น า ย โ ป ร ย สู บ ใ บ จ า ก ไ ด้ แ น ะ น า ใ ห้ พ ย า ย า ม เ ลิ ก สู บ
แลถ้าจะสู บให้สูบในที่ที่ปลอดผูคน ้
15. อุปสรรคในการดูแลผู้ป่วยเป็ นครอบครัวอย่ างต่ อเนื่อง
- การได้รั บ ข้อ มู ล ได้ไ ม่ ค รบถ้ว นและข้อมู ล บางอย่า งได้ข ้อ เท็จ จริ ง ได้ไ ม่ ค รบเท่ า ที่ ค วร
้
เนื่ องจากการที่จะได้ขอมูลที่แท้จริ งต้องใช้เวลาในการสร้างความสัมพันธ์และความไว้ใจ
ั ้
แก่ตวผูป่วย ถึงจะพบปั ญหาและแก้ไขได้จริ งๆ
้
- ข้อมูล บางอย่า งที่ ไ ด้รับอาจไม่ ถูก ต้องและไม่ ครบถ้วนเนื่ องจากผูป่ วยจาไม่ ได้แน่ นอน
ทาให้ความน่าเชื่อถือในข้อมูลลดลง
- ก า ร เ ดิ น ท า ง มี อุ ป ส ร ร ค
้
มี ความยากลาบากในการเข้าถึ งบ้านของผูป่วยและการมาโรงพยาบาลศูนย์ก ารแพทย์ฯ
เนื่ องจากระยะทางที่ค่อนข้างไกล(บ้านลึ กจากปากซอยถ้าไม่มีพาหนะ) ถ้ามีฝนตกหนัก
น้ า จ ะ ท่ ว ม บ ริ เ ว ณ บ้ า น ท า ใ ห้ ล า บ า ก ใ น ก า ร เ ดิ น ท า ง
ทั้ ง ท า ง ผู ้ ป่ ว ย เ อ ง ที่ จ ะ เ ดิ น ท า ง ไ ป รั ฐ บ ริ ก า ร ก า ร รั ก ษ า
และทางทีมแพทย์ที่จะเดินทางเข้าไปดูแล ซึ่ งจะทาให้ขาดการดูแลอย่างต่อเนื่องไป
่ ้ ้
- ถึงแม้วาผูป่วยแสดงถึงความเข้าใจในจุดประสงค์ของการเยี่ยมบ้านดูแลผูป่วยอย่างต่อเนื่ อง
ข อ ง ท า ง ที ม แ พ ท ย์ แ ต่ บ า ง ค รั้ ง ผู ้ ป่ ว ย มี ท่ า ท า ง ร า ค า ญ ใ จ
เนื่องจากคิดว่าเป็ นการเสี ยเวลาในการทางานมากกว่าเข้าใจถึงจุดประสงค์อย่างแท้จริ ง
ี่
16. ประโยชน์ ทผู้ป่วยและครอบครัวได้ รับ
- ทาให้ผูป่วยและสมาชิ กในครอบครัวเข้าใจเกี่ ยวกับตัวโรค สาเหตุ การดาเนิ นของโรค
้
อ า ก า ร ค ว า ม รุ น แ ร ง แ ล ะ แ น ว ท า ง ก า ร รั ก ษ า โ ร ค ที่ ถู ก ต้ อ ง ม า ก ยิ่ ง ขึ้ น
้
ซึ่ งจะช่วยลดความกลัวและความกังวลต่างๆของผูป่วยและสมาชิ กในครอบครัวได้เป็ นอย่า
งดี
- สามารถท าให้ ผู้ ป่ วยได้ ต ระ หนั ก ถึ งความส าคั ญ ในการปฏิ บั ติ ตั ว การรั ก ษา
และแนวทางป้ องกันโรคที่เป็ นอยู่ ไม่ให้มีการดาเนินโรคไปในทางที่แย่ลง
- ู้
สามารถทาให้ผป่วยได้เข้าใจและตระหนักในความสาคัญของการดูแลและปฏิบติตวเพื่อลด ั ั
การเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคที่เป็ นอยู่ และสามารถนาไปประพฤติปฏิบติได้ถูกต้อง ั
- ผู ้ป่ วยสามารถได้ ร่ ว มกัน วางแผนและด าเนิ น การต่ า งๆเพื่ อ การรั ก ษา การป้ องกั น
้
และส่ งเสริ มสุ ขภาพที่ดีของผูป่วยและครอบครัวได้เป็ นอย่างดี
- ผู ้ ป่ วย ส ามารถ เรี ย นรู ้ ก ารดู แล สุ ขภาพของตนเองใ ห้ เ ข้ า กั บ โรคของตนเอง
โ ด ย ส า ม า ร ถ ใ ช้ ชี วิ ต ป ร ะ จ า วั น ไ ด้ อ ย่ า ง ร า บ รื่ น ตั ว อ ย่ า ง เ ช่ น
ผู้ ป่ ว ย ส า ม า ร ถ ห ลี ก เ ลี่ ย ง อ า ห า ร ที่ มี ไ ข มั น สู ง
้
รับประทานอาหารประเภททอดให้นอยลงแล้วเปลี่ยนมารับประทานอาหารประเภทต้มแท
น หรื อเป ลี่ ย นก ารใ ช้ น้ ามั น ท า อาหารจา ก น้ ามั น สั ต ว์ ม าเป็ นน้ ามั น พื ช แท น
่
เพือหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทาให้การดาเนินของโรคที่แย่ลง
- ้
สมาชิ กในครอบครัวของผูป่วยสามารถเข้ามามีบทบาทในการช่วยดูแลสุ ขภาพของผูป่วย ้
คอยให้กาลังใจและคลายความกังวลให้กบผูป่วย ั ้
- ้ ั
ผูป่วยมีกาลังใจในการต่อสู ้กบโรคไขมันในเลือดสู งซึ่ งเป็ นโรคเรื้ อรังและไม่สามารถรักษา
ให้ ห ายขาดได้ เนื่ อ งจากมี ที ม มาคอยให้ ค าปรึ ก ษาและค าแนะน าต่ า งๆเกี่ ย วกับ โรค
ู้ ่
และสามารถให้ผป่วยระบายความอัดอั้นตันใจในเรื่ องอื่นๆไม่วาจะเป็ นเรื่ องในครอบครัวห
รื อเรื่ องงาน เป็ นต้น
- ้
ผูป่วยได้รับการประเมินแบบองค์รวม ทั้งด้าน Biology , Psychology , Economic and
Social ได้รับการดูแลรอบด้านมากขึ้น
- ส่ งเสริ มการสร้ า งความสั ม พัน ธ์ ที่ ดี ใ นครอบครั ว ให้ มี ก ารคอยช่ ว ยเหลื อ ดู แ ล
และให้กาลังใจซึ่ งกันและกันในทุกๆด้าน
- ท าให้ ผู ้ ป่ วยสามารถเข้ า ใจถึ งวิ ธี การให้ บ ริ การทางสุ ขภาพ แก้ ไ ขความอคติ
ค ว า ม เ ข้ า ใ จ ผิ ด ที่ ผู ้ ป่ ว ย แ ล ะ ค ร อ บ ค รั ว มี ต่ อ ก า ร บ ริ ก า ร ข อ ง โ ร ง พ ย า บ า ล
และสามารถใช้บริ การได้อย่างถูกต้องและมีประสิ ทธิ ภาพมากยิงขึ้น ่
- ท า ใ ห้ ผู้ ป่ ว ย มี ค ว า ม ไ ว้ ว า ง ใ จ ใ น ตั ว ผู้ รั ก ษ า
ั
สามารถขอคาปรึ กษาและปฏิบติตามคาแนะนาของแพทย์อย่างเคร่ งครัด
- ู้ ่
สามารถทาให้ผป่วยเข้าใจในแนวทางการป้ องกันโรคที่เป็ นอยูและอันตรายอื่นๆจากการดาเ
้ ั
นิ นชี วิตที่ ไม่ระมัดระวังได้ด้วย ตัวอย่างเช่ น การที่ ผูป่วยถูกงูกด เนื่ องจากไม่ระมัดระวัง
เป็ นต้น ตลอดจนให้ ค าแนะน าแนวทางการดู แ ลตนเองและสมาชิ ก ในครอบครั ว
ให้หลีกเลี่ยงหลบพ้นจากโรคภัยไข้เจ็บทั้งปวง
- ทาให้แพทย์สามารถให้คาแนะนาแก่สมาชิ กอื่นๆในครอบครัวในเรื่ องต่างๆ ตัวอย่างเช่ น
้
การดู แ ลสุ ข ภาพเด็ ก (หลานของผูป่ วย) ทั้ง ทางด้า นสุ ข ภาพอนามัย จิ ต ใจ การเลี้ ย งดู
รวมไปถึงการรับวัคซีน การมาพบตามนัดของแพทย์ที่โรงพยาบาล เป็ นต้น
17. การวางแผนการดูแลผู้ป่วยเป็ นครอบครัวอย่ างต่ อเนื่องในอนาคต
้
การดู แลผูป่วยรายนี้ จาเป็ นต้องรั บการดู แลอย่างต่อเนื่ อง เนื่ องจากโรคไขมันในเลื อดสู งนั้น
เ ป็ น โ ร ค ที่ ไ ม่ ส า ม า ร ถ รั ก ษ า ห า ย ข า ด ไ ด้ ท า ใ ห้ ต้ อ ง ไ ด้ รั บ ก า ร ดู แ ล อ ย่ า ง ต่ อ เ นื่ อ ง
ดู ระดับของไขมันในเลื อดอย่างเป็ นระยะๆ ว่า ยาที่ ได้รับสามารถควบคุ มระดับไขมันได้หรื อไม่
เ พื่ อ เ ป็ น ก า ร ติ ด ต า ม ก า ร รั ก ษ า แ ล ะ ป้ อ ง กั น ภ า ว ะ แ ท ร ก ซ้ อ น ต่ า ง ๆ
โดยควรปรึ กษาร่ วมกันกับสมาชิกในครอบครัวเกี่ยวกับแนวทางการดูแลและการปฏิบติตวของผูป่ว ั ั ้
ย ร ว ม ทั้ ง ข อ ค ว า ม ร่ ว ม มื อ ใ น ก า ร ป ฏิ บั ติ ต น ช่ ว ย เ ห ลื อ ผู ้ ป่ ว ย อี ก ด้ ว ย
อ า จ จ า เ ป็ น ต้ อ ง ป ร ะ เ มิ น ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ร ะ ห ว่ า ง ส ม า ชิ ก ใ น ค ร อ บ ค รั ว ด้ ว ย
้
เพื่อให้ได้รับความร่ วมมืออย่างเต็มที่ในการดูแลผูป่วยทั้งทางด้านสุ ขภาพทางกายและทางด้านจิตใจ
ต ล อ ด จ น ต้ อ ง ป ร ะ เ มิ น ภ า ว ะ สุ ข ภ า พ ข อ ง ส ม า ชิ ก ใ น ค ร อ บ ค รั ว ค น อื่ น ๆ ด้ ว ย
้
เพื่อเป็ นการดูแลผูป่วยแบบเป็ นครอบครัวอย่างสมบูรณ์
บทสรุป ความคิดเห็นและข้ อเสนอแนะ
การเกิ ด ปั ญ หาสุ ขภาพสามารถส่ ง ผลกระทบต่ อ ชี วิ ต ด้ า นอื่ น ๆ ของผู ้ป่ วยด้ ว ย เช่ น
ด้ า น เ ศ ร ษ ฐ กิ จ แ ล ะ สั ง ค ม แ ล ะ ด้ า น จิ ต ใ จ
ท า ใ ห้ เ กิ ด ภ า ว ะ เ ค รี ย ด ทั้ ง ต่ อ ตั ว โ ร ค แ ล ะ จ า ก ผ ล ก ร ะ ท บ ที่ เ กิ ด ขึ้ น กั บ ผู ้ ป่ ว ย
ถึ ง แม้ ว่ า ในผู ้ป่ วยรายนี้ มี ค วามเข้ า ใจการด าเนิ น ตามธรรมชาติ ข องโรคไขมั น โลหิ ต สู ง
แ ล ะ ผ ล ก ร ะ ท บ ต่ อ ชี วิ ต ข อ ง ผู ้ ป่ ว ย เ ป็ น อ ย่ า ง ดี
ั ่
สามารถทาใจได้กบโรคที่ตนต้องเผชิญอยูได้ดีในระดับหนึ่ ง ถึงแม้ตองการที่จะหายจากโรคนี้ ก็ตาม ้
ปั ญห าสุ ข ภาพ ครั้ ง นี้ จึ ง ไม่ ค่ อย ส่ งผล ก ระ ทบต่ อก า รด า เนิ น ชี วิ ต ของ ผู ้ ป่ ว ย มา ก นั ก
ร่ วมกั บ ผู ้ ป่ วยรู ้ จ ั ก ดู แ ลเอาใจใส่ สุ ขภาพของตนเอง ปฏิ บั ติ ต ามค าแนะน าของแพทย์
มี ก า ร ใ ช้ ชี วิ ต ป ร ะ จ า วั น อ ย่ า ง รู ้ จั ก ป รั บ เ ป ลี่ ย น ใ ห้ เ ข้ า กั บ โ ร ค ที่ เ ป็ น อ ยู่ ข อ ง ต น
แ ต่ อ ย่ า ง ไ ร ก็ ต า ม ใ น ผู ้ ป่ ว ย ร า ย นี้ ยั ง มี ค ว า ม เ ข้ า ใ จ ผิ ด เ กี่ ย ว กั บ ก า ร รั บ ป ร ะ ท า น ย า
่ ้
ความอคติต่อการไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลอยูบาง เนื่ องจากมีปัญหาเรื่ องการเดินทางที่ลาบาก
แ ล ะ คิ ด ว่ า เ ป็ น ก า ร เ สี ย เ ว ล า เ พ ร า ะ ผู ้ ใ ช้ บ ริ ก า ร ม า ก ขึ้ น ก ว่ า เ ดิ ม
ต้ อ ง ไ ป ร อ น า น จึ ง ไ ม่ ค่ อ ย มี ค ว า ม รู ้ สึ ก ที่ อ ย า ก ไ ป โ ร ง พ ย า บ า ล เ ท่ า ใ ด นั ก
ทางที ม แพทย์ ผู ้รั ก ษาอย่ า งต่ อ เนื่ อ งจึ ง ควรดู แ ลเรื่ องนี้ เป็ นพิ เ ศษ อธิ บายถึ ง จุ ด ประสงค์
ข้ อ ดี ข้ อ เ สี ย ข อ ง ก า ร รั บ ป ร ะ ท า น ย า อ ย่ า ง เ ค ร่ ง ค รั ด ถู ก วิ ธี
แ ล ะ ก า ร ไ ป รั บ ก า ร รั ก ษ า อ ย่ า ง เ ป็ น ป ร ะ จ า ต่ อ เ นื่ อ ง ที่ โ ร ง พ ย า บ า ล
้
แก้ค วามเข้า ใจผิ ดของผูป่ วยอย่า งถู ก ต้อง กระตุ ้นให้ส มาชิ ก ในครอบครั วดู แ ลและใส่ ใ จผูป่ วย ้
ทั้ง ทางด้ า นสุ ขภาพทางกายและทางด้ า นจิ ต ใจ อย่ า ละเลยที่ จ ะพาผู ้ป่ วยไปรั บ การรั ก ษา
ตลอดจนการดู แลสมาชิ กในครอบครัวทั้งทางกายและทางใจ ให้ได้รับความสมบูรณ์ ในทุกๆด้าน
ส ม กั บ ที ม แ พ ท ย์ ที่ ต้ อ ง ดู แ ล ผู ้ ป่ ว ย อ ย่ า ง ต่ อ เ นื่ อ ง ทั้ ง ค ร อ บ ค รั ว
เพื่อให้ผป่วยได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีคุณภาพชีวตที่ดีต่อๆไป
ู้ ิ