่ ่
ให้นักเรียนบอกชือเครืองดนตรีที่เห็นในรูปโดยพิมพ์ในช่องสีม่วง
0 0 0
ปโดยพิมพ์ในช่องสีม่วง คะแนนรวม
0 0
0 0
กลับหน้าแรก
0
ลูก บิด
สายกีต้าร์
คอกี ต้าร์
กั นถลอก
หมอนรองสาย
ให้นักเรียนเลือกคาตอบส่วนประกอบต่างๆ ของกีต้าร์
0
คะแนนรวม
0
0
0
0
0
กลับหน้าแรก
่
กลุ่มเครืองสาย (String Instruments)
่
เป็นเครืองดนตรีที่ทาให้เกิดเสียงโดยการสั่นสะเทือนของสายลวด เชือก เอ็น หรือไนลอน
ั
และมีตัวกาธรเสียง ทาหน้าที่ขยายเสียงให้ดังมากขึ้น คุณภาพของเสียงขึ้นอยู่กบรูปร่าง และวัตถุที่ใช้
ทา การสั่นสะเทือนของสายอาจทาได้โดยการสี หรือ ดีดโดยอาจกระทาโดยตรง หรือเพิ่มกลไกให้ยุ่ง
่
ยากขึ้น เครืองสายที่พบเห็นในปัจจุบัน นิยมใช้วิธีทาให้เกิดเสียงได้ 2 วิธี คือ วิธีสี และวิธีดีด
่ ี
1.1 เครืองสายประเภทใช้คันสี ในกลุ่มนี้ประกอบด้วย
1)ไวโอลิน (Violin) ไวโอลินคันหนึ่ง ๆ ประกอบด้วยแผ่นไม้หลายชิ้น แต่ละชิ้นเลือก
มาจากไม้ชนิดต่าง ๆ กันตามความเหมาะสมที่จะนามาทาเป็นส่วนต่าง ๆ ของซอ ด้านหน้าใช้ไม้พรุช
ซึ่งเป็นไม้เนื้ออ่อนมีลายละเอียดด้านหลังใช้ไม้เมเปิ้ล
ไวโอลินประกอบด้วยสาย 4 สาย แต่ละสายเทียบเสียงห่างกันคู่ 5 เพอร์เฟค คือ เสียง
ี
G-D-A-E สายต่าสุดเทียบเสียง G ต่าถัดจาก Middle C สายทั้งสี่มความยาวเท่ากัน แต่ระดับเสียง
แตกต่างกันตามขนาดไวโอลินขนาดมาตรฐานจะมีความยาวทั้งสิ้น 23.5 นิ้ว คันชักยาว 29 นิ้ว
่
ไวโอลินเป็นเครืองดนตรีที่ใช้เล่นท่วงทานอง (Melodic Instrument) มีเสียงแหลมสดใส
ถ่ายทอดอารมณ์ได้ดีถ้าต้องการจะเล่นให้เสียงหวาน เศร้า ก็ทาได้ โดยใช้เทคนิคการเล่นแบบต่าง ๆ
ี
2) วิโอลา (Viola) มีรูปร่างเหมือนไวโอลินทุกประการ แต่มขนาดใหญ่กว่าไวโอลิน
ประมาณหนึ่งในห้า มีความยาวทั้งสิ้น 26.5 นิ้ว วิโอลาประกอบด้วยสาย 4 สาย ตั้งเสียงต่ากว่า
ี
ไวโอลินลงไปอีกคู่ 5 เพอร์เฟค คือ C-G-D-A มีเสียงทุ้มและนุ่มนวลกว่าไวโอลิน แต่ไม่มบทบาทเด่น
เหมือนไวโอลิน
่ ื ่
การเล่นเครืองดนตรีไวโอลินและวิโอลานี้ผู้เล่นจะใช้มอซ้ายจับที่คอของเครือง โดยให้คอของ
่ ื ื
เครืองอยู่ในร่องระหว่างหัวแม่มอกับนิ้วชี้ นิ้วทั้งสี่ (ยกเว้นหัวแม่มอ) ทาหน้าที่กดลงบนสายเพื่อเปลี่ยน
่
ระดับเสียง ด้านท้ายของเครืองวางบนไหล่ซ้ายของผู้เล่น และผู้เล่นจะใช้คางหนีบกระชับ จับตัวเครือง ่
ื
ด้วยมือซ้ายและใช้มอขวาจับคันชักในการสี
ี
3) เชลโล (Cello) มีรูปร่างเหมือนไวโอลินและวิโอลา แต่มขนาดโตกว่ามาก คือความ
่ ่
ยาวประมาณ 48.5 นิ้ว ขณะเล่นต้องนั่งเก้าอี้ เอาเครืองไว้ระหว่างขาทั้งสองข้างหันหน้าเครืองออก
เทคนิคการเล่นเหมือนกับไวโอลินสายทั้งสี่เสียงต่ากว่าวิโอลา 1 ช่วงคู่ 8 คือ C-G-D-A เสียงของเชลโล
นุ่มนวล แสดงอารมณ์เศร้าสร้อย
่ ี ุ
4) ดับเบิลเบส (Double Bass) เป็นเครืองที่มขนาดใหญ่ที่สดในตระกูลไวโอลิน มี
ความยาวประมาณ 74 นิ้ว ผู้บรรเลงต้องยืนเล่น เสียงของดับเบิลเบส ต่าสุดแสดงถึงความมีอานาจ
ความกลัว ความลึกลับ สายทั้งสี่ตั้งเสียงห่างกันเป็นคู่ 4 เพอร์เฟค คือ E- A- D- G
ีีีีีีีี
่ ่
1.2 เครืองสายประเภทเครืองดีด (Plucked String) ในกลุ่มนี้ประกอบด้วย
ิ
1) ฮาร์พ (Harp) ฮาร์พเป็นพิณโบราณขนาดใหญ่ มีประวัติเก่าแก่มาก ชาวอียปต์
่ ่
โบราณใช้ฮาร์พเป็นเครืองดนตรีสาคัญในราชสานักของฟาโรห์ ในยุโรปสมัยกลางฮาร์พเป็นเครืองดนตรี
ที่ได้รับความนิยมจากชาวไอริช และเวลส์ เป็นอย่างมาก
ฮาร์พมีลักษณะเป็นโครงสามเหลี่ยมขนาดใหญ่ ด้านบนโค้งงอสวยงาม มีสายขึงอยู่ทั้งหมด
47 สาย ช่วงเสียงกว้าง 6 ? Octaves บันไดเสียงพื้นฐานของฮาร์พเป็น Cb Major ที่ฐานของฮาร์พ จะ
้
มีกระเดื่อง 7 อัน สาหรับเหยียบ (ประจาทั้ง 7 เสียง) ถ้าเหยียบจมลงครังหนึ่งสายจะดึงขึ้นทาให้เสียงสูง
่ ้
ขึ้นครึงเสียง ถ้าเหยียบอีกเป็นครังที่สองสายจะตึงขึ้นอีกทาให้เสียงสูงขึ้นอีกทาให้ผู้เล่น เล่นเพลงได้ทุก
บันไดเสียงในการบรรเลงฮาร์พผู้เล่นจะต้องนั่งลงให้ไหล่ขวาชิดกับตัวฮาร์พใช้นิ้วมือทั้งสอง ยกเว้นนิ้ว
ก้อยดีดสาย เสียงของฮาร์พเบาและนุ่มนวลกว่าเปียโนมากปัจจุบันฮาร์พใช้บรรเลงในวงดนตรีประเภท
ออร์เคสตราเท่านั้น
่
2) ลูท (Lute) เป็นพิณชนิดหนึ่งที่เป็นต้นกาเนิดของเครืองสายประเภทดีด ลูทมีรูปทรง
ี
เหมือนผลส้มผ่าซีก มีสะพานวางนิ้วที่มช่องปรากฏอยู่ เช่นเดียวกับกีตาร์ แบนโจ แมนโดลิน ฯลฯ
ชาวอาหรับโบราณนิยมกันมากแต่ปัจจุบันนี้ไม่ได้รับความนิยม
่
3) กีตาร์ (Guitar) กีตาร์เป็นเครืองดนตรีที่แพร่หลายมากในปัจจุบันมีรูปร่างคล้ายคลึงกับ
พิณลูทแต่ผิดกันตรงที่รูปร่างแบนกว่าในปัจจุบันมีความสาคัญทั้งในวงดนตรีประเภทสตริง แจ๊สร็อค
เป็นต้น กีตาร์ประกอบด้วยสาย 6 สาย โดยตั้งระดับเสียงต่าไปหาสูง ในแต่ละสายดังนี้ E,A,D,G,B,E
ไม่ว่าจะเป็นกีตาร์โปร่งธรรมดา หรือกีตาร์ไฟฟ้า
่ ่
นอกจากนี้เครืองสายประเภทดีดยังมีแมนโดลิน แบนโจ ซึ่งเป็นเครืองสายประเภทดีดที่มรูป ี
ิ
ร่างคล้ายกีตาร์ แต่มได้นามาใช้ในวงดนตรีมากนักส่วนมากใช้ในดนตรีของชาวพื้นเมืองแถบลาติน
อเมริกาอย่างไรก็ตามทั้งแมนโดลิน และแบนโจก็เป็นผลการวิวัฒนาการของลูทนั่นเอง
ีีีีีีีีีีีีีีีี
่
4) แมนโดลิน (Mandolin) เป็นเครืองดนตรีตระกูลลูท มีสาย 4 คู่ (8สาย) หรือ 6 คู่
(12สาย) ตั้งเสียงเท่ากันเป็นคู่ มีลูกบิดคล้ายกีตาร์ใช้ในการตั้งเสียง และมีนม (Feat) รองรับสาย เวลา
ื
เล่นจะใช้นิ้วมือซ้ายจับตัวแมนโดลินและใช้มอขวาดีด ลักษณะการดีดคล้ายการดีดกีตาร์โดยใช้ปิ๊ค
ี
(Pick) เสียงที่เกิดจากแมนโดลินมีความไพเราะเป็นเสียงที่มคุณภาพ เร้าอารมณ์ได้ดีโดยเฉพาะอารมณ์
่
โศกเศร้าเกี่ยวกับความรัก แมนโดลินมีถิ่นกาเนิดที่ประเทศอิตาลี เป็นเครืองดนตรีที่ชาวอิตาเลียนนิยม
ี
กันแพร่หลาย ในปี ค.ศ. 1713 ได้มผู้นาเอาแมนโดลินมาเล่นผสมในวงคอนเสิร์ตในประเทศอังกฤษ
่ ่ ี
5) แบนโจ (Banjo) เป็นเครืองดนตรีในตระกูลลูท จุดเริมต้นที่มผู้นามาเล่นอยู่ในแถบ
่
แอฟริกาตะวันตก (Western Africa) เป็นเครืองดนตรีพื้นบ้านของพวกนิโกร ต่อมาจึงเป็นที่แพร่หลาย
ั
ในหมู่อเมริกนนิโกร วิธีการเล่นคล้ายกับกีตาร์
เนื้อหาได้มาจากเว็บไซด์ burapha university
เนื้อหาได้มาจากเว็บไซด์ burapha university
และวัตถุที่ใช้
พิ่มกลไกให้ยุ่ง
หน้าใช้ไม้พรุช
นแบบต่าง ๆ
่
จับตัวเครือง
ยงของเชลโล
นทาให้เสียงสูง
นเพลงได้ทุก
ี
ภทดีดที่มรูป
นเมืองแถบลาติน
บสาย เวลา
กลับหน้าแรก
่
เครืองสายสากล
ส่วนประกอบของกีต้าร์
่
เนื้อหาเครืองสายสากล
คะแนนรวม
จัดทาโดย นายวราวุธ ใสวรรณ์
โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย
นักเรียนลงทะเบียน
ใสวรรณ์
คะแนนรวม
เครืองสายสากล
่ 0
ส่วนประกอบของกีต้าร์ 0
สรุปรวมคะแนน 0
กลับหน้าแรก