??????? 1

Document Sample
??????? 1 Powered By Docstoc
					      ความหมายในทางบัญชี หมายถึง เอกสาร หลักฐาน
ที่แสดงถึงการเป็นหนี้สินระหว่างลูกหนี้และเจ้าหนี้
      ตั๋วเงิน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 898 บัญญัติว่า “อันว่า ตั๋วเงิน ตามความหมาย
แห่งประมวลกฎหมายนี้ มี 3 ประเภท ประเภทหนึ่งคือ
ตั๋วแลกเงิน ประเภทหนึ่งคือ ตั๋วสัญญาใช้เงิน
ประเภทหนึ่งคือ เช็ค”
                   ประเภทของตั๋วเงิน
1.ตัวสัญญาใช้เงิน (Promissory note) ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
 มาตรา 983 หมายถึง หนังสือตราสารซึ่งบุคคลหนึ่งเรียกว่าผู้ออกตั๋ว (ลูกหนี้)
ให้คํามั่นสัญญาว่าจะใช้เงินจํานวนหนึ่งให้แก่บุคคลหนึ่ง หรือใช้ให้ตามคําสั่ง
ของบุคคลอีกบุคคลหนึ่งเรียกว่าผู้รับเงิน (เจ้าหนี้) ดังนั้นตั๋วสัญญาใช้เงิน
ต้องมีบุคคลที่เกี่ยวข้อง 2 ฝ่าย คือฝ่ายแรกเป็นผู้ออกตั๋ว ซึ่งจะเป็นผู้จ่ายเงิน
ตามตั๋วสัญญาใช้เงินและอีกฝ่ายหนึ่งคือผู้รับเงิน
2.ตั๋วแลกเงิน (Bill of exchange) ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 908 หมายถึงหนังสือตราสาร ซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่า ผู้สั่งจ่ายสั่ง
บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่าผู้จ่าย ให้ใช้เงินจํานวนหนึ่งแก่บุคคลอีกคนหนึ่งหรือ
ให้ใช้ตามคําสั่งของบุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่า ผู้รับเงิน
3.เช็ค (Cheque) ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 987
หมายถึง หนังสือตราสาร ซึ่งบุคคลหนึ่งเรียกว่า ผู้สั่งจ่าย
สั่งธนาคารให้ใช้เงินจํานวนหนึ่งเมื่อทวงถามให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง
หรือให้ใช้ตามคําสั่งของบุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่าผู้รับเงิน

       ดังนั้น ตั๋วแลกเงินมีบุคคลเกี่ยวข้อง 3 ฝ่าย คือ
               - ฝ่ายแรก คือ ผู้สั่งจ่าย (เจ้าหนี้)
               - ฝ่ายที่สอง คือ ผู้จ่าย (ลูกหนี้)
               - ฝ่ายที่สาม คือ ผู้รับเงิน
        การคํานวณวันครบกําหนดของตั๋วเงิน
1.เมื่อตั๋วเงินระบุวันครบกําหนดเป็นปี ดังนั้นวันที่ครบกําหนดของตั๋วเงิน
  จะเป็นวันที่และเดือนเดียวกันกับวันที่ระบุไว้ในตั๋วแต่ปีต่างกัน
2.เมื่อตั๋วเงินระบุวันครบกําหนดเป็นจํานวนเดือนการคํานวณ
  วันครบกําหนดจะนับวันที่เดียวกันกับวันที่ระบุในตั๋วจะแตกต่างที่เดือน
  โดยใช้วิธีนับเดือนชนเดือน
3.เมื่อตั๋วเงินระบุวันครบกําหนดเป็นจํานวนวัน การคํานวณ
  วันครบกําหนดจะไม่นับวันที่ออกตั๋วแต่จะนับวันครบกําหนด กล่าวคือ
  จะเริ่มนับจากวันที่ถัดจากวันที่ออกตั๋วไปจนถึงวันครบกําหนด
ดอกเบี้ย = เงินต้น x อัตราดอกเบี้ย x ระยะเวลา
   (สําหรับอัตราดอกเบี้ยที่นํามาคํานวณนั้นจะ
    เป็นอัตราดอกเบี้ยต่อปีที่ระบุไว้ในตั๋วเงิน)
 ตั๋วเงินที่กิจการออกหรือรับรองดังกล่าวข้างต้นนี้ เรียกว่า
                    “ตั๋วเงินจ่าย
ตัวอย่างเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2551 นายอารักษ์ได้ซื้อสินค้าจาก
นายสุพล จํานวน 20,000 บาท โดยออกตั๋วสัญญาใช้เงินชําระค่าสินค้า
ให้นายสุพลในวันเดียวกันนี้ ตั๋วมีกําหนด 2 เดือน อัตราดอกเบี้ย 12%
ต่อปีเมื่อถึงวันครบกําหนดชําระเงิน นายอารักษ์ได้ชําระเงินให้
นายสุพลพร้อมดอกเบี้ยเรียบร้อยแล้ว
การบันทึกบัญชีทางด้านนายอารักษ์
วันออกตั๋ว
มิ.ย. 24 ซื้อสินค้า       20,000
        ภาษีซื้อ           1,400
          ตั๋วเงินจ่าย          21,400
ออกตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อชําระค่าสินค้า
วันครบกําหนดชําระเงิน
ส.ค. 24 ตั๋วเงินจ่าย              21,400
        ดอกเบี้ยจ่าย                 428
             เงินสด/ธนาคาร               21,828
ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ได้รับตั๋วสัญญาใช้เงินจากการชําระหนี้
ของลูกหนี้ การบันทึกบัญชีจะบันทึกในวันที่ได้รับตั๋วและ
วันครบกําหนดรับเงินและในกรณีที่เจ้าหนี้ได้รับตั๋วแลกเงิน ที่
ลูกหนี้เซ็นชื่อรับรองการจ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว การบันทึกบัญชี
ก็จะบันทึกในวันที่ได้รับตั๋ว และวันครบกําหนดรับเงิน
เช่นเดียวกันตั๋วเงินที่กิจการได้รับมาจากการชําระหนี้ดังกล่าว
ข้างต้นนี้ เรียกว่า “ตั๋วเงินรับ”
ตัวอย่างเมื่อวันที่ 20 เมษายน นายศักดิ์ชัยได้ขายสินค้าให้นายวันชัย
จํานวน 25,000 บาท โดยได้รับตั๋วสัญญาใช้เงินเป็นค่าสินค้าใน
วันเดียวกันนี้ ตั๋วมีกําหนด 2 เดือน ดอกเบี้ย 12% ต่อปี เมื่อถึง
วันครบกําหนด นายศักดิ์ชัยได้รับเงินเรียบร้อยแล้วการบันทึกบัญชี
ทางด้านนายศักดิ์ชัยจะเป็นดังนี้


วันที่ได้รับตั๋ว
เม.ย. 20ตั๋วเงินรับ              25,000
             ขายสินค้า                25,000
        รับตั๋วสัญญาใช้เงินจากการขายสินค้า
วันครบกาหนดรับเงิน
เม.ย. 20 เงินสด                    25,500
             ตั๋วเงินรับ                    25,000
             ดอกเบี้ยรับ                       500
       รับชําระเงินเมื่อตั๋วถึงกําหนดพร้อมดอกเบี้ย
                  ี่
           ในกรณีทกิจการจดทะเบียนเข้าสู่
              ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

ตัวอย่าง เมื่อวันที่ 20 เมษายน นายศักดิ์ชัยได้ขายสินค้าให้
นายวันชัย จํานวน 25,000 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% โดยได้
รับตั๋วสัญญาใช้เงินเป็นค่าสินค้าในวันเดียวกันนี้ ตั๋วมี
กําหนด 2 เดือน ดอกเบี้ย12% ต่อปี เมื่อถึงวันครบกําหนด
นายศักดิ์ชัยได้รับเงินเรียบร้อยแล้วการบันทึกบัญชีทางด้าน
นายศักดิ์ชัยจะเป็นดังนี้
วันที่ได้รับตั๋ว
เม.ย. 20 ตั๋วเงินรับ           26,750
                 ขายสินค้า                 25,000
                 ภาษีขาย                          1,750
        รับตั๋วสัญญาใช้เงินจากการขายสินค้า
วันครบกาหนดรับเงิน
มี.ย. 20เงินสด                             27,285
                 ตั๋วเงินรับ                     26,750
                 ดอกเบี้ยรับ                        535
        รับชําระเงินเมื่อตั๋วถึงกําหนดพร้อมดอกเบี้ย
     การบัญชีเกี่ยวกับตั๋วแลกเงินในประเทศ (Domestic Bill)

         ตั๋วแลกเงินจะมีบุคคลเกี่ยวข้อง 2 ฝ่าย หรือ 3 ฝ่าย ถ้าเป็น
ตั๋วแลกเงิน 2 ฝ่าย ถ้ามีผู้เกี่ยวข้องคือ ผู้รับเงิน ผู้จ่ายเงิน และผู้รับ
เงิน ในกรณีนี้จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อผู้สั่งจ่ายได้ระบุให้ผู้อื่นซึ่ง
เจ้าหนี้ของตนรับเงินแทน ถือเป็นการหักกลบลบหนี้กัน
         ในการบันทึกบัญชีทางด้านผู้จ่ายเงินจะบันทึกบัญชีในวัน
รับรองตั๋ว ส่วนผู้สั่งจ่ายและผู้รับเงินจะบันทึกบัญชีในวัน
เดียวกัน คือ วันที่ผู้รับเงินได้รับตั๋ว แต่พอถึงวันครบกําหนด ผู้
สั่งจ่ายไม่ต้องบันทึกบัญชี จะบันทึกเฉพาะผู้จ่ายเงินและผู้รับเงิน
เท่านั้น
   ชนิดของตั๋วแลกเงินต่างประเทศ

        1. ตั๋วแลกเงินชนิดจ่ายทันทีเมื่อทวงถาม (Sight Bill)

เมื่อได้รับชําระค่าสินค้าจากการส่งสินค้าไปขายกับต่างประเทศ เป็นตั๋ว-
แลกเงินแบบ Sight Bill ให้บันทึกบัญชีในวันที่ได้รับเงินจากธนาคาร โดย
ถือว่าเป็นการขายสินค้าด้วยเงินสด และใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราในวันนี้
ในทางตรงกันข้าม เมื่อรับรองตั๋วแลกเงินจากการสั่งซื้อสินค้ากับต่างประเทศ
 เป็นตั๋วแลกเงิน Sight Bill ให้บันทึกบัญชีในวันที่ชําระเงินแก่ธนาคาร โดย
ถือว่าเป็นการซื้อสินค้าด้วยเงินสดและใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราในวันนี้
     2.ตั๋วแลกเงินชนิดมีกําหนดระยะเวลา (Time Bills)

ตั๋วแลกเงินชนิดนี้จะระบุเวลาตามแต่จะตกลงกัน อาจจะกําหนดเป็นวันหรือ
เป็นเดือนก็ได้ การบันทึกบัญชีในวันซื้อสินค้าให้บันทึก เครดิตไว้ในบัญชี
ตั๋วเงินจ่าย ส่วนในวันขายสินค้าให้บันทึก เดบิตไว้ในบัญชีตั๋วเงินรับ โดยใช้
อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันรับรองตั๋ว ต่อมาเมื่อตั๋วแลกเงินนี้ครบกําหนด ก็จะ
บันทึกจ่ายเงินหรือรับเงินซึ่งอัตราแลกเปลี่ยนจะเปลี่ยนไป จึงทําให้
เกิดผลต่างในอัตราแลกเปลี่ยน (Different In Rate of Exchange) ให้
บันทึกใน บัญชีผลต่างในอัตราแลกเปลี่ยน
                  ตัวอย่าง

ร้านพรพรรณมีรายการซื้อขายสินค้ากับต่างประเทศดังนี้
ก.พ. 3 ส่งสินค้าไปขายประเทศสหรัฐอเมริกา 4,000 ดอลลาร์ ได้รับชําระค่า
       สินค้าเป็นตั๋วแลกเงินแบบ Sight Bill และได้รับเงินจากธนาคาร
       เรียบร้อยแล้ว อัตราแลกเปลี่ยนวันที่ 1 ดอลลาร์ = 39.63 บาท ราคา
       สินค้ารวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว 7% และเสียค่าธรรมเนียมธนาคาร 200 บาท

ก.พ. 3 เงินสด/ธนาคาร (4,000x39.63)           158,522
             ขายสินค้า (158,520x100/107)               148,149.534
             ภาษีขาย (158,520x7/107)                     10,370.47
         ขายสินค้าให้ประเทศสหรัฐอเมริกา
         ค่าธรรมเนียมธนาคาร                      200
               เงินสด/ธนาคาร                              200
         จ่ายค่าธรรมเนียมธนาคาร
ก.พ. 9 สั่งซื้อสินค้าจากประเทศอังกฤษ ราคา 2,000 ปอนด์ ชําระเงินค่า
      สินค้าเป็นตั๋วแลกเงินแบบ Sight Bill และธนาคารได้หักบัญชีเงิน
      ฝากเรียบร้อยแล้วอัตราแลกเปลี่ยนวันนี้ 1 ปอนด์ = 44.10 บาท ราคา
      สินค้ารวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว 7% และเสียค่าธรรมเนียมธนาคาร
      250 บาท

ก.พ. 9 ซื้อสินค้า (88,200x100/107)            82,429.91
      ภาษีซื้อ (88,200x7/107)          5,770.09
                ธนาคาร (2,000x44.10)                  88,200
       ซื้อสินค้าจากประเทศอังกฤษ
       ค่าธรรมเนียมธนาคาร                250
              เงินสด/ธนาคาร                              250
       จ่ายค่าธรรมเนียมธนาคาร
ก.พ. 11 ส่งสินค้าไปขายประเทศสหรัฐอเมริกา 3,000 ดอลลาร์ ได้รับชําระ
        ค่าสินค้าเป็นตั๋วแลกเงิน กําหนด 1 เดือน อัตราและเปลี่ยน 1
        ดอลลาร์ = 39.66 บาท ราคาสินค้ารวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว 7%
        และเสียค่าธรรมเนียมธนาคาร 200 บาท

ก.พ. 11 ตั๋วเงินรับ (3,000x39.66)                           118,980
                 ขายสินค้า (118,980x100/107)                111,196.26
                 ภาษีขาย (118,980x7/107)                              7,783.74
       ขายสินค้าที่ประเทศอังกฤษได้รับชําระเป็นตั๋วแลกเงิน กําหนด 1 เดือน

       ค่าธรรมเนียมธนาคาร                                        200
              เงินสด/ธนาคาร                                                200
       จ่ายค่าธรรมเนียมธนาคาร
ก.พ. 17 สั่งซื้อสินค้าจากประเทศอังกฤษราคา 3,500 ปอนด์ ได้รับ ใบตราส่ง
        เรียบร้อยแล้ว และรับรองตั๋วแลกเงินกําหนด 2 เดือนอัตราแลกเปลี่ยน
        วันนี้ 1 ปอนด์ = 44.37 บาท ราคาสินค้ารวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว 7%
        และเสียค่าธรรมเนียมธนาคาร 250 บาท

ก.พ. 17 ซื้อสินค้า (155,295x100/107)               145,135.51
       ภาษีซื้อ (155,295x7/107)             10,159.49
                 ตั๋วเงินจ่าย (3.500x44.37)        155,295
        ซื้อสินค้าจากประเทศอังกฤษ ชําระเงินเป็นตั๋วเงินกําหนด 2 เดือน


        ค่าธรรมเนียมธนาคาร                            250
               เงินสด/ธนาคาร                                       250
        จ่ายค่าธรรมเนียมธนาคาร
ก.พ. 28         ปิดบัญชีภาษีมูลค่าเพิ่ม

ก.พ. 28 ภาษีขาย (10,370.47+7,783.74) 18,154.21
            ภาษีซื้อ (5,770.09+10,159.49)   15,929.58
            เจ้าหนี้กรมสรรพากร               2,224.63
ปิดบัญชีภาษีซื้อ ภาษีขาย ผลต่างบันทึกด้านเครดิตในบัญชีเจ้าหนี้
กรมสรรพากร
เม.ย. 17 จ่ายเงินตามตั๋วแลกเงินจากการซื้อสินค้า เมื่อวันที่ 17 ก.พ. อัตรา
         แลกเปลี่ยน 1 ปอนด์ = 44.41 บาท

เม.ย. 17 ตั๋วเงินจ่าย                                          155,295
         ผลต่างในอัตราแลกเปลี่ยน (3,500x0.04)                     140
                     เงินสด/ธนาคาร                                       155,435

ธ.ค. 31 โอนปิดบัญชีผลต่างในอัตราแลกเปลี่ยนเข้าบัญชีสรุปผลกําไรขาดทุน

ธ.ค. 31 ผลต่างในอัตราแลกเปลี่ยน (810-140)             670
                สรุปผลกําไรขาดทุน                                           670
          โอนปิดบัญชีผลต่างในอัตราแลกเปลี่ยนเข้าบัญชีสรุปผลกําไรขาดทุน
มี.ค. 11 รับชําระเงินตามตั๋วเงินจากการขายสินค้า เมื่อวันที่ 11 ก.พ.
                 อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์ = 39.93 บาท

มี.ค. 11 เงินสด/ธนาคาร (3,000x39.93)     119,790
              ตั๋วเงินรับ                       118,980
              ผลต่างในอัตราแลกเปลี่ยน (3,000x27) 810
        รับเงินตามตั๋วเงินเมื่อถึงวันครบกําหนด


มี.ค. 15จ่ายชําระภาษีมูลค่าเพิ่มให้กรมสรรพากร
        เจ้าหนี้กรมสรรพากร                   2,224.63
                       เงินสด                     2,224.63
        นําเงินไปชําระภาษีมูลค่าเพิ่ม
                          ๋
 กรณีที่ 1 กู้เงินโดยออกตัวสัญญาใช้เงินชนิดมีดอกเบี้ย

กรณีนี้ฝ่ายผู้ขอกู้จะได้รับเงินจากการกู้เต็มตามจานวนเงินที่ขอกู้
และเมื่อตั๋วถึงวันครบกําหนด ฝ่ายผู้ขอกู้ก็ต้องจ่ายเงินคืนให้แก่
ธนาคารเท่ากับจํานวนเงินตามตั๋วพร้อมกับดอกเบี้ย

ตัวอย่าง เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2545 กิจการกู้เงินจากธนาคารโดย
ออกตั๋วสัญญาเงินจํานวน 40,000 บาท กําหนดเวลา 2 เดือน อัตรา
ดอกเบี้ย 12% ต่อปี
                     การคํานวณ

- กิจการจะได้รับเงินจากการกู้ครั้งนี้ จํานวน 40,000 บาท
- ในวันที่ 4 พฤษภาคม 2545 ซึ่งเป็นวันครบกําหนด กิจการจะ
  ต้องจ่ายเงินให้กับธนาคาร ดังนี้
        จํานวนเงินในตั๋ว                           40,000 บาท
        บวก ดอกเบี้ย (40,000 x 2/12 x 12/100)         800 บาท
        จํานวนเงินที่ต้องจ่ายคืนให้แก่ธนาคาร 40,800 บาท
                            การบันทึกบัญชี
ในวันที่กู้เงิน
2545
มี.ค. 4 Dr. เงินสด/ธนาคาร                               40,000
                Cr.ตั๋วเงินจ่าย                                  40,000
          กู้เงินโดยออกตั๋วสัญญาใช้เงินชนิดมีดอกเบี้ย
ในวันครบกำหนด
2545
มี.ค. 4 Dr.ตั๋วเงินจ่าย                                 40,000
            ดอกเบี้ยจ่าย                                   800
                    Cr.เงินสด/ธนาคาร                             40,800
          ชําระเงินตามตั๋วพร้อมดอกเบี้ย
                         ๋                    ี
กรณีที่ 2 กู้เงินโดยออกตัวสัญญาใช้เงินชนิดไม่มดอกเบี้ย


     ก. กรณีฝ่ายผู้ขอกู้จะได้รับเงินจากการกู้ไม่เต็มตามจานวนเงินที่ขอกู้
เพราะธนาคารจะหักส่วนลด (Bank Discount) ไว้ล่วงหน้าส่วนลดนี้ถือ
เป็นดอกเบี้ยจ่ายล่วงหน้าของผู้ที่ขอกู้

ตัวอย่าง เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2545 กิจการกูเ้ งินจากธนาคารโดยออก
ตั๋วสัญญาใช้เงินชนิดไม่มีดอกเบี้ย จํานวน 40,000 บาท กําหนด
เวลา 2 เดือน ธนาคารคิดส่วนลด 12% ต่อปี
                    การคํานวณ
-กิจการจะได้รับเงินจากการกู้ครั้งนี้เท่ากับ
     จํานวนเงินในตั๋ว                             40,000 บาท
หัก ส่วนลดที่ธนาคารคิด (40,000X2/12X12/100)          800 บาท
     จํานวนเงินที่ได้รับจากธนาคาร                 39,200 บาท
 - ในวันที่ 4 พ.ค. 2545 ซึ่งเป็นวันครบกําหนด กิจการ
    จะต้องจ่ายเงินคืนให้
                                      ๋
    แก่ธนาคารเท่ากับจํานวนเงินในตัว 40,000 บาท
                         การบันทึกบัญชี
ในวันที่กู้เงิน
2545
มี.ค. 4 Dr. เงินสด/เงินฝากธนาคาร                          39,200
                 ดอกเบี้ยจ่าย                                800
                 Cr. ตั๋วเงินจ่าย                                40,000
            กู้เงินจากธนาคารโดยออกตั๋วเงินชนิดไม่มีดอกเบี้ย
 ในวันที่ครบกำหนด
2545
พ.ค. 4 Dr. ตั๋วเงินจ่าย                                   40,000
                 Cr. เงินสด/ธนาคาร                               40,000
            ชําระเงินตามตั๋วเงินจ่าย

				
DOCUMENT INFO
Shared By:
Categories:
Tags:
Stats:
views:171
posted:11/25/2011
language:Thai
pages:52