ระบบเครื อข่ายท้ องถิ่น LAN
มาตรฐานเครื อข่ าย LAN แบ่ ง
ออกเป็ น 4 ชนิด
• 1.มาตรฐานเครื อข่าย LAN Ethernet
• 2. มาตรฐานเครื อข่าย LAN TOKEN
• 3. มาตรฐานเครื อข่าย LAN ARCnet
• 4. มาตรฐานเครื อข่าย FDDI
1. Ethernet LAN มีการรับส่งข้ อมูลด้ วยความเร็ ว 10-1000 Mbps. ใช้ พื ้นฐาน Topology แบบ
ุ
บัส โดยอุปกรณ์ทกอย่างจะเชื่อมต่อกันบนสายสัญญาณเส้ นเดียว โดยต้ องมีการจัดการเรื่ อง
่ ุ
การสื่อสารไม่ให้ รับส่งพร้ อมกันเกินกว่าหนึงคู่ โดยให้ อปกรณ์ที่จะส่งข้ อมูลตรวจสอบว่ามี
่ ึ
ข้ อมูลใดวิ่งอยูบนสายหรื อไม่ หากไม่มีจงส่งได้ และถ้ ามีการชนกันของข้ อมูลบนสายก็จะส่ง
ใหม่
2. Token Ring มีความเร็ ว 16 Mbps เชื่อมต่อกันเป็ นวงแหวนโดยแพ็กเกจข้ อมูลจะวิ่งวนใน
ทิศทางใดทางหนึง ถ้ าทราบแอดเดรสปลายทางแล้ ว Token จะถูกระบุวาปลายทางอยูไหน
่ ่ ่
Token จะถูกส่งไปเลยๆจนเจอปลายทาง แล้ ว Token จะถูกปล่อยเพื่อให้ ผ้ อื่นใช้ ตอไป
ู ่
อุปกรณ์นั ้นจะรับข้ อมูลไป การจัดการรับส่งข้ อมูลในวงแหวนจึงเป็ นไปอย่างมีระเบียบ
3. ARCNET เป็ นเทคโนโลยีที่ใช้ Token-bus ในการจัดการ line sharing ระหว่างเครื่ องลูก
ข่ายและอุปกรอื่นๆ เครื่ องแม่ขายจะส่งเฟรมข้ อความเปล่าไปตาม Bus เมื่ออุปกรณ์ต้องการ
่
จะส่งข้ อมูลก็จะใส่ Token ไปด้ วย ในเฟรมข้ อมูลเปล่าจะที่ฝากข้ อมูลไปด้ วย เมื่ออุปกรณ์
จุดหมายได้ รับก็ใส่ Token เป็ น 0 ลงไปแทน เฟรมนันก็จะพร้ อมนากลับมาใช้ ได้ ใหม่
้
4. FDDI (Fiber Distributed Data Interface) ทางานบนสาย Fiber Optic ทางานได้ ระยะไกล
ถึง 200 กิโลเมตร ใช้ Protocol ของ Token Ring โดยจะมี Token Ring ซ้ อนกัน 2 วง เป็ น
Back up กันและกันให้ บริ การได้ ถง 100 Mbps
ึ
มาตรฐานเครื อข่าย LAN Ethernet
• เทคโนโลยี LAN แบบ Ethernet พัฒนามาจากแนวคิดเครื อข่ายการ
สื่อสารผ่านดาวเทียมโดยมหาวิทยาลัย แห่งฮาวาย ใช้ เทคนิค
CSMA / CD ( Carrier Sense Multiple Access / Collision Detection)
• เป็ นเครื อข่ายที่นิยมใช้ กนมากในปั จจุบน ซึงติดตังง่าย ไม่มีความ
ั ั ่ ้
ุ ่
สลับซับซ้ อน ประกอบกับมีต้นทุนที่ต่า และยังมีอปกรณ์ตางๆ สนับสนุน
มากมายที่สามารถนาเชื่อมต่อกับระบบให้ มีประสิทธิภาพสูงขึ ้น หรื อ
เชื่อมต่อกับเครื อข่ายขนาดใหญ่ เช่น เมนเฟรมคอมพิวเตอร์
มาตรฐานเครื อข่าย LAN Ethernet
• ระบบ Ethernet มีการพัฒนาด้ านความเร็วและ
ประสิทธิภาพของระบบอยูเ่ สมอ ความเร็วในการส่งข้ อมูล
บนเครื อข่าย Ethernet เดิมจะมีความเร็วที่ 10 เมกกะบิต
ั
ต่อวินาที แต่ในปั จจุบนได้ มีการพัฒนาความเร็วถึง 100
เมกกะบิต หรื อที่เรี ยกว่า
Fast Ethernet ในรูปแบบการเชื่อมต่อเครื อข่ายแบบ Star
มาตรฐานเครื อข่าย LAN Ethernet
• Ethernet ยังแบ่งออกเป็ นรูปแบบการเชื่อมต่อระบบ 3
รูปแบบด้ วยกันคือ
• 1. 10 Base 2
• 2. 10 Base 5
• 3. 10 Base T
มาตรฐานเครื อข่าย LAN TOKEN
• เทคโนโลยี LAN แบบ Ethernet มีข้อจากัดในเรื่ องการชน
กันของข้ อมูลเพราะใช้ เทคนิค
CSMA / CD ( Carrier Sense Multiple Access /
Collision Detection)
่ ู
• ซึงเมื่อจานวนเครื อข่ายเพิ่ม การส่งข้ อมูลก็มีสง จึงใช้
หลักการ แบบ TOKEN
หลักการ Token – Passing
ั
• วิธีการนี ้สามารถใช้ กบ Topology หลายแบบด้ วยกัน เช่น Bus,
Star, Ring
• โดยวิธีการนี ้จะมีคอมพิวเตอร์ เพียงเครื่ องเดียวในช่วงเวลาหนึงที่ ่
มีสิทธิในการส่งข้ อมูล โดยรหัส Token เก็บไว้ และเมื่อทาการส่ง
ข้ อมูลออกไปแล้ ว ก็จะทาการส่งรหัส Token นี ้ออกไปให้ เครื่ อง
อื่น ๆ ตามลาดับที่ได้ กาหนดไว้ เมื่อเครื่ องใดได้ รับรหัสแล้ ว ถ้ า
้
เครื่ องนันไม่ต้องการส่งข้ อมูลก็จะส่งรหัสนี ้ต่อไปยังเครื่ องอื่น
ต่อไป
หลักการ Token – Passing
้ ่
• ถ้ าเครื่ องนันต้ องการส่งข้ อมูลก็ให้ สงข้ อมูลออกมาก่อน
แล้ วค่อยส่งรหัสออกไปให้ เครื่ องอื่นทราบตามลาดับ ซึงวิธี่
ุ
นี ้ จะทาให้ ทกเครื่ องในเครื อข่ายจะได้ รับสิทธิในการส่ง
้
ข้ อมูล 1 ครัง ภายใน 1 รอบการทางาน ทาให้ สามารถ
่
จากัดเวลาได้ วาจะส่งข้ อมูลออกไปได้ ภายในเวลาไม่เกิน
กี่ millisecond
มาตรฐาน ARCnet
• อาร์ เน็ต เป็ นรูปแบบในการเชื่อมต่อสายที่ใช้ โทโปโลยี
ั
แบบสตาร์ ที่นิยมใช้ กนประมาณ 10 กว่าปี ที่ผานมา ่
ค่าใช้ จ่ายต่า มีความเร็วโดยประมาณ 2.5 เมกะบิต/วินาที
ั
ปั จจุบนเลิกใช้ เนื่องจากมีแลนอื่นที่ดีกว่า เช่น 10 BASE-
2 10 BASE-5
และ 10 BASE-T
สภาวะแวดล้ อม ArcNet
• ArcNet ใช้ วิธีการ Access แบบ Token-passing ใน
Topology แบบ Star bus โดยส่งสัญญาณข้ อมูลด้ วย
อัตราเร็ว 2.5 Mbps ส่วน ArcNet Plus เป็ นรุ่นต่อมาของ
ั
ArcHet ทาการส่งข้ อมูลที่อตราเร็ว 20 Mbps
สภาวะแวดล้ อม ArcNet
• เนื่องจาก ArcNet เป็ นสถาปั ตยกรรม Token-passing เครื่ อง
คอมพิวเตอร์ ในระบบเครื อข่าย ArcNet ต้ องมี Token เพื่อส่ง
่
ข้ อมูล Token จะเคลื่อนย้ ายจากคอมพิวเตอร์ เครื่ องหนึงไปยัง
ู
เครื่ องต่อไปตามลาดับที่ถกเชื่อมโยงกับ Hub โดยไม่เกี่ยวกับ
้
วิธีการติดตังทางกายภายในสภาวะแวดล้ อมของระบบเครื อข่าย
่
ซึงหมายความทว่า Token จะเคลื่อนย้ ายจากคอมพิวเตอร์ 1 ไป
่ ้ ่
ยังคอมพิวเตอร์ 2 ตามลาดับ แม้ วาคอมพิวเตอร์ 1 จะตังอยูที่
่ ่
ด้ านหนึงของอาคาร และคอมพิวเตอร์ 2 ตัง้ อยูที่อีกด้ านหนึง่
ของอาคาร
ี
อุปกรณ์ ท่ ใช้
ั
1. การ์ ดเลน เป็ น การ์ ดแลน แบบอาร์ เน็ตมีหวต่อแบบ BNC
2.Active Hub เป็ นอุปกรณ์สาหรับกระจายสายสาหรับเชื่อมต่อระหว่าง
ศูนย์บริการกับสถานีงาน
3.Passive Hub สาหรับเชื่อมต่อระหว่าง ศูนย์บริการ กับ สถานีงานใช้
สาหรับเชื่อมจาก Active Hub มากระจายออก
ไปยังสถานีงาน
4. สายสัญญาณ ใช้ สายโคแอกซ์ที่มีความต้ านทาน 93 โอห์ม เบอร์
RG_62u
5. หัวต่อแบบ BNC
ั
6. หัวต่อชนิดที่ใช้ กบ BNC
รูปแบบของ ARCnet
มาตรฐานแบบ FDDI
• (Fiber Distributed Data Interface) ทางานบนสาย
Fiber Optic ทางานได้ ระยะไกลถึง 200 กิโลเมตร ใช้
Protocol ของ Token Ring โดยจะมี Token Ring ซ้ อน
กัน 2 วง เป็ น Back up กันและกันให้ บริ การได้ ถึง 100
Mbps
มาตรฐานแบบ FDDI
• การประยุกต์ทางด้ านการสื่อสารข้ อมูลระบบเครื อข่าย
LAN ก็ได้ มีการพัฒนาระบบ FDDI เป็ นระบบแรกที่มีการ
ั
วางมาตรฐานที่ใช้ ตวกลางที่เป็ นสายเส้ นใยนาแสง FDDI
เป็ นเครื อข่าย LAN ที่ใช้ ความเร็ว 100 เมกกะบิต ต่อ
วินาที โดยได้ มีการพัฒนาขึ ้นเมื่อปี ค.ศ. 1986
มาตรฐานแบบ FDDI
ั
• เครื อข่าย FDDI เป็ นเครื อข่ายที่มกเดินเป็ นเครื อข่ายแบบแบ
คโบน
(Back Bone) เหมาะสมกับเครื อข่ายขนาดใหญ่ เหมาะกับงาน
ทางด้ านการประชุมผ่านวีดีโอ (Video Conference) และแสดง
ภาพมัลติมีเดีย ความยาวในการเชื่อมต่อระหว่างโหนดต่างๆ
ึ
ประมาณ 2 กิโลเมตร และสามารถขยายได้ ถง 200 กิโลเมตร
ุ ึ
สนับสนุนการเชื่อมต่อของสถานีลกข่ายได้ ถง 1,000 โหนด โดย
รูปแบบการเชื่อมต่อของ FDDI จะเป็ นแบบ
Token - Passing
มาตรฐานแบบ FDDI
• เครื อข่าย FDDI จะเป็ นแบบวงแหวนสองวงซ้ อนกัน โดย
่ ่
วงที่หนึงจะเรี ยกว่า Primary Ring และอีกวงหนึงจะ
่ ้
เรี ยกว่า Secondary Ring ซึงวงแหวนทังสองวงนี ้จะวิ่ง
สวนทางกัน หากระบบเกิดมีปัญหาขึ ้นกับโหนดใดในวง
่
แหวน FDDI โหนดจะมีกลไกในการสังการให้ แสงวิ่งผ่าน
โหนดที่มีปัญหาไปได้ หรื อทาการเปลี่ยนเส้ นทางจาก
Primary Ring มายัง Secondary Ring แทน
รูปแบบของมาตรฐานแบบ FDDI
Ethernet
• กล่าวถึงเฉพาะ ระบบ Ethernet เพราะมีการพัฒนาด้ านความเร็วและ
ประสิทธิภาพของระบบอยูเ่ สมอ ความเร็วในการส่งข้ อมูลบนเครื อข่าย
ั
Ethernet เดิมจะมีความเร็วที่ 10 เมกกะบิตต่อวินาที แต่ในปั จจุบนได้ มี
การพัฒนาความเร็วถึง 100 เมกกะบิต หรือที่เรี ยกว่า Fast Ethernet ใน
รูปแบบการเชื่อมต่อเครื อข่ายแบบ Star, Ethernet ยังแบ่งออกเป็ น
รูปแบบการเชื่อมต่อระบบ 3 รูปแบบด้ วยกันคือ
• 1. 10 Base 2
• 2. 10 Base 5
• 3. 10 Base T
มาตรฐาน 10 Base 2
• ความหมาย 10 คือความเร็วในการส่งข้ อมูล 10 Mbps
• Base คือการส่งข้ อมูลแบบ Baseband
• 2 คือความยาวสูงสุด 200 เมตร (185 – 200 เมตร )
• 10 Base 2 เป็ นแบบเครื อข่ายที่ใช้ สาย Coaxial แบบบาง
(Thin Coaxial) ชนิด RG-58 A/U โดยจะมี Teminator
(50 โอมห์ ) เป็ นตัวปิ ดหัว และท้ ายของเครื อข่าย
มาตรฐาน 10 Base 2
่ ั
• อุปกรณ์ตาง ๆ ที่ควรทราบ มีดงนี ้
• สายสัญญาณที่ใช้ ในการส่งข้ อมูลในระบบเครื อข่ายชนิด 10
้
Base 2 หรื อที่เรี ยกสันๆ ว่าสาย Thin
• แผงวงจรเครือข่ าย (LAN Card)
ั
คือแผงวงจรเครื อข่ายที่เสียบไว้ กบตัวเครื่ อง และเชื่อมต่อด้ วย
ั
สายเพื่อต่อเป็ นเครื อข่าย โดยวงจรเครื อข่ายนี ้จะมีหวเสียบที่ใช้
กับหัวต่อแบบ BNC Connector Socket
• ( LAN Card ) ชนิด BNC ใช้ กับมาตรฐาน
10 Base 2
ข้ อกาหนดของ 10 Base 2
• ใช้ สาย Thin Coaxial ชนิด RG-58 A/U
่
• หัวที่ใช้ ตอกับสายคือ หัว BNC
• ห้ ามต่อหัว BNC เข้ ากับ LAN Card โดยตรง ต้ องต่อด้ วย
T-Connector เท่านัน ้
• เครื่ องตัวแรกและตัวสุดท้ ายในเครื อข่าย ต้ องปิ ดด้ วย Terminator ขนาด 50
โอมห์
่
• ความยาวของสายแต่ละเส้ นที่ตอระหว่าง Workstation ต้ องมีความยาวไม่ต่ากว่า
0.5 เมตร
• สายสัญญาณต่อ 1 Segment ยาวไม่เกิน 200 เมตร
(185 – 200 เมตร )
ข้ อกาหนดของ 10 Base 2
• ใน 1 Segment สามารถต่อเป็ นเครื อข่ายได้ ไม่เกิน 30 เครื่ อง
ุ
• ในกรณีที่ต้องการต่อมากกว่า 30 เครื่ อง ต้ องมีอปกรณ์ที่เรี ยกว่า
Repeater เพื่อเพิ่ม Segment โดยสามารถต่อ Repeater ได้ ไม่เกิน 4
Repeater
้
( ดังนัน 4 Repeater = 5 Segment)
้
• ความยาวของสายสัญญาณทังหมด สูงสุด 1000 เมตร
(200 เมตรต่อ 1 Segment คูณด้ วย 5 Segment)
• จานวนเครื่ องสูงสุดในเครื อข่าย 150 เครื่ อง
(30 เครื่ องต่อ 1 Segment คูณด้ วย 5 Segment)
รูปแบบการเชื่อมต่ อแบบ 10 base 2
มาตรฐาน 10 Base 5
• ความหมาย 10 คือความเร็วในการส่งข้ อมูล 10 Mbps
• Base คือการส่งข้ อมูลแบบ Baseband
• คือความยาวสูงสุด 500 เมตร
มาตรฐาน 10 Base 5
ั
• 10 Base 5 เป็ นแบบเครื อข่ายที่มีลกษณะคล้ ายกับ 10
Base 2 แต่จะใช้ สาย Coaxial แบบหนา (Thick Coaxial
่
หรื อ Back Bone) เป็ นสายชนิด RG-8 ซึงสายจะเป็ นสี
เหลืองและมีขนาดใหญ่โดย Teminator (50 โอมห์ ) เป็ น
ตัวปิ ดหัว และท้ ายของเครื อข่าย เครื อข่ายชนิด 10 Base
่
5 นี ้ จะมีตอจานวนเครื่ องได้ มากกว่า และต่อในระยะได้
ั
ไกลกว่าแบบ 10 Base 2 แต่ในปั จจุบนมักไม่นิยมใช้ กน ั
่
เนื่องจากต้ องใช้ คาใช้ จ่ายสูง
่ ั
อุปกรณ์ตางๆ ที่ควรทราบ มีดงนี ้
• แผงวงจรเครื อข่าย (LAN Card)
ั
• คือแผงวงจรเครื อข่ายที่เสียบไว้ กบตัวเครื่ อง และเชื่อมต่อ
ด้ วยสายเพื่อต่อเป็ นเครื อข่าย โดยแผงวงจรเครื อข่ายนี ้จะ
ั
มีหวเสียบเป็ นชนิด
DIX Connector Socket
( LAN Card ) ชนิด AUI ใช้ กับมาตรฐาน 10 Base 5
ข้ อกาหนดของ 10 Base 5
• ใช้ สาย Thick Coaxial ชนิด RG-8
่
• หัวที่ใช้ ตอกับสายคือหัว DIX หรื อบางทีอาจจะเรี ยกว่า หัว
AUI
• เครื่องตัวแรกและตัวสุดท้ ายในเครือข่ ายต้ องปิ ดด้ วย
N-Series Terminator ขนาด 50 โอมห์
• ระยะห่างระหว่าง Transceiver ต้ องไม่ต่ากว่า 2.5 เมตร
• Transceiver Cable จะมีความยาวได้ ไม่เกิน 50 เมตร
• ใน 1 Segment สามารถต่อเป็ นเครื อข่ายได้ ไม่เกิน 100 เครื่ อง
ข้ อกาหนดของ 10 Base 5
• สายสัญญาณต่อ 1 Segment ยาวไม่เกิน 500 เมตร
ุ
• ในกรณีที่ต้องการต่อมากกว่า 100 เครื่ อง ต้ องมีอปกรณ์ที่
เรี ยกว่า Repeater เพื่อเพิ่ม Segment โดยสามารถต่อ
Repeater ได้ ไม่เกิน 4 Repeater
้
(ดังนัน 4 Repeater = 5 Segment)
้
• ความยาวของสายสัญญาณทังหมด สูงสุด 2,500 เมตร
(500 เมตรต่อ 1 Segment คูณด้ วย 5 Segment )
• จานวนเครื่ องสูงสุดในเครื อข่าย 500 เครื่ อง
(100 เครื่ องต่อ Segment คูณด้ วย 5 Segment )
รูปแบบการเชื่อมต่อแบบ 10 base 5
มาตรฐาน 10 Base T
• ความหมาย 10 คือความเร็วในการส่งข้ อมูล 10 Mbps
• Base คือการส่งข้ อมูลแบบ Baseband
• T คือ Twisted Pair (UTP)
มาตรฐาน 10 Base T
่ ั
• 10 Base T จัดได้ วาเป็ นเครื อข่ายที่นิยมใช้ กนมากใน
ั ้
ปั จจุบน เนื่องจากเป็ นระบบเครื อข่ายที่ติดตังได้ ง่ายและ
จานวนสถานีที่ใช้ งานจะต่อได้ มากกว่า ในความจริ งแล้ ว
้ ั ่
10 Base T นันไม่ได้ จดอยูในมาตรฐาน Ethernet
โดยตรง แต่เป็ นเครื อข่ายที่ผสมผสานระหว่าง Ethernet
่ ุ
และ Star เข้ าด้ วยกัน ซึงจะมีอปกรณ์ ตัวกลางที่เรี ยกว่า
่
Concentrator หรื อเรี ยกกันทัวไปว่า HUB ที่คอยรับ
สัญญาณระหว่าง Workstation และ File Server
มาตรฐาน 10 Base T
• โดยในกรณีที่มีสายจากสถานีใดเสียหาย ก็จะไม่มี
้
ผลกระทบต่อระบบ แต่ถ้า HUB มีปัญหาทังระบบก็จะใช้
้
งานไม่ได้ 1 0 Base T นันจะใช้ สายชนิด UTP (Unshield
้
Twisted Pair) ส่วนหัวต่อนันจะเป็ นชนิด RJ-45
่ ั
อุปกรณ์ตางๆ ที่ควรทราบ มีดงนี ้
• สาย UTP คือ สายสัญญาณที่ใช้ ในการส่งข้ อมูลในระบบเครื อข่ายซึงมี ่
ลักษณะคล้ ายกับสายโทรศัพท์โดยส่วนใหญ่แล้ วมักใช้ สาย UTP ชนิด
CAT – 3 หรื อ CAT – 5
่
• สายชนิ ด CAT – 3 เป็ นสายทีใช้ความเร็ วในการส่งข้อมูล 10 Mbs
่
• สายชนิ ด CAT - 5 เป็ นสายทีใช้ความเร็ วในการส่งข้อมูล 100 Mbs
้ ่
(แต่ถาใช้ในเครื อข่าย Ethernet ทีมีความเร็ วในการส่งข้อมูล 10 Mbs ก็
้ ่
จะวิ่ งที ่ 10 Mbs แต่ถามีการเปลียนเป็ น Fast Etrherter ก็จะวิ่ งที ่
้ ่
100 Mbs ซึ่งทาให้ไม่ตองเปลียนหรื อซื ้อสาย UTP ใหม่
่
อุปกรณ์ตางๆ ที่ควรทราบ
แผงวงจรเครื อข่าย ( LAN Card )
ั
• คือ แผงวงจรเครื อข่ายที่เสียบไว้ กบตัวเครื่ องและเชื่อมต่อ
ด้ วยสายเพื่อต่อเป็ นเครื อข่าย โดยแผงวงจรเครื อข่ายนี ้จะ
มีช่องไว้ เสียบหัวชนิด RJ –45
( LAN Card ) ชนิด RJ 45 ใช้ กับมาตรฐาน
10 Base T
สาย STP
• สาย STP แต่ละเส้ นจะหุ้มโดยฟอยล์ปลอกโลหะ ปลอก
้
โลหะจะช่วยปองกันสัญญาณรบกวน (noise) การมี
้
ฉนวนหุ้มภายนอกช่วยปองกันสัญญาณรบกวนจากสาย
้
อื่นหรื อแหล่งกาเนิดไฟฟาอื่น ๆ ข้ อเสีย คือ การมีฉนวน
หุ้มย่อมหมายถึงค่าใช้ จ่ายที่เพิ่มขึ ้น
คีมเข้ าหัว RJ-45 ใช้ สาหรับเข้ าหัว RJ-45 กับสาย UTP
หรื อ STP
ข้ อกาหนดของ 10 Base T
• 1. ใช้ สาย UTP ชนิด CAT – 3 หรื อ CAT – 5
่
• 2. หัวที่ใช้ ตอกับสายคือหัวชนิด RJ –45
• 3. ระยะระหว่างเครื่ อง หรื อระหว่าง HUB กับ HUB จะ
ยาวไม่เกินกว่า 100 เมตร
ข้ อกาหนดของ 10 Base T
• 1 Segment = 4 HUB
• ใน 1 Segment สามารถต่อเป็ นเครื อข่ายได้ 512 เครื่ อง
• ในกรณีที่ต้องการต่อมากกว่า 512 เครื่ อง ต้ องเพิ่ม HUB ได้
้
ไม่เกิน 4 ตัว ( ดังนัน 4 Reperter = 5 Segment )
• จานวนเครื่ องสูงสุดในเครื อข่าย 2,560 เครื่ อง
( 512 เครื่ องต่อ 1 Segment คูณด้ วย 5 Segment )
รูปแบบการเชื่อมต่อแบบ 10 base T