พระราชบัญญัติ ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. ๒๕๕๑
ใช้บังคับเมื่อพ้น ๑๒๐ วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ( ๖ ก.พ. ๒๕๕๑ )
โดย นายวันชัย สร้อยทอง ผู้ตรวจราชการอัยการ นายมั่นเกียรติ ธนวิจิตรพันธ์ เลขาฯ นายภาคภูมิ มีอุดร ผู้ช่วยเลขาฯ
ยกเลิกพระราชบัญญัติมาตรการในการป้องกันและ ปราบปรามการค้าหญิงและเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๐
• เหตุผลที่ยกเลิกและใช้กฎหมาย ๑) กฎหมายเดิมมิได้กาหนดลักษณะความผิดให้ครอบคลุมถึงการกระทา เพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากบุคคลอื่น ๒) ปัจจุบันมีการกระทาผิดในลักษณะองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ มาก ขึ้น ๓) เพื่ อ ให้ ส อดคล้ อ งกั บ พั น ธกรณี ข องอนุ สั ญ ญาและพิ ธี ส ารจั ด ตั้ ง กองทุนเพื่อป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ๔) ปรับปรุงการช่วยเหลือและคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายให้เหมาะสม
นิยามที่สาคัญ (ม.๔)
“แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ” หมายความว่า การแสวงหา ประโยชน์จากการค้าประเวณี การผลิตหรือเผยแพร่วัตถุ หรือสื่อลามก การแสวงหาประโยชน์ ทางเพศในรูปแบบ อื่น การเอาคนลงเป็นทาส การนาคนมาขอทาน การบังคับ ใช้แรงงาน หรือบริการ การบังคับตัดอวัยวะเพื่อการค้า หรือการอื่นใดที่คล้ายคลึงกันอันเป็นการขูดรีดบุคคล ไม่ ว่าบุคคลนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม
นิยามที่สาคัญ (ม.๔)
“การบังคับใช้แรงงานหรือบริการ” หมายความว่า การ ข่มขืนใจให้ทางานหรือให้บริการโดยทาให้กลัวว่าจะเกิด อันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สิน ของบุคคลนั้นเอง หรือของผู้อื่น โดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กาลังประทุษร้าย หรือโดยทาให้บุคคลนั้นอยู่ใน ภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้
นิยามที่สาคัญ (ม.๔)
“องค์กรอาชญากรรม” หมายความว่า คณะบุคคลซึ่งมีการจัด โครงสร้างโดยสมคบกันตั้งแต่สามคนขึ้นไปไม่ว่าจะเป็นการถาวร หรือชั่วระยะเวลาหนึ่ง และไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างที่ชัดเจนมีการ กาหนดบทบาทของสมาชิกอย่างแน่นอนหรือมีความต่อเนื่องของ สมาชิกภาพหรือไม่ ทั้งนี้ โดยมี วัตถุประสงค์ที่จะกระทาความผิด ฐานใดฐานหนึ่งหรือหลายฐานที่มีอัตราโทษจาคุกขั้นสูงตั้งแต่สี่ปีขึ้น ไปหรือกระทาความผิดตามที่กาหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ เพื่อ แสวงหาผลประโยชน์ทางทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดอันมิ ชอบด้วยกฎหมายไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม
นิยามที่สาคัญ (ม.๔)
“เด็ก” หมายความว่า บุคคลผู้มีอายุต่ากว่าสิบแปดปี “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตารวจชั้นผู้ใหญ่ และให้หมายความรวมถึงข้าราชการ ซึ่งดารงตาแหน่งไม่ต่ากว่าข้าราชการพลเรือนสามัญระดับ สามซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ที่มีคุณสมบัติตามที่กาหนด ในกฎกระทรวงเพื่อให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รักษาการและอานาจออกข้อบังคับกับอานาจแต่งตั้ง (ม.๕)
• ประธานศาลฎีกา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ เป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ • ประธานฯ มีอานาจออกข้อบังคับ และรมว. มีอานาจแต่งตั้ง พนั ก งานเจ้ า หน้ า ที่ กั บ ออกกฎกระทรวงและระเบี ย บเพื่ อ ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ • ข้อบังคับ กฎกระทรวง และ ระเบียบ เมื่อได้ประกาศในราช กิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
สารบัญญัติเกี่ยวกับความผิดอาญา
• ความผิดฐานค้ามนุษย์ (ม.๖,๕๒,๕๓) • การกระทาที่มีโทษเช่นเดียวกับผู้กระทาความผิดฐานค้ามนุษย์ (ม.๗) • การตระเตรียมเพื่อกระทาความผิดฐานค้ามนุษย์ (ม.๘) • การสมคบเพือกระทาความผิดฐานค้ามนุษย์ (ม.๙) ่ • ความผิดฐานค้ามนุษย์ที่กระทาในลักษณะองค์กรอาชญากรรม (ม.๑๐) • ความผิดฐานค้ามนุษย์ที่กระทานอกราชอาณาจักร (ม.๑๑)
สารบัญญัติเกี่ยวกับความผิดอาญา
การกระทาโดยแสดงตนและกระทาการเป็นเจ้าพนักงาน (ม.๑๒) การกระทาผิดในฐานะพิเศษตามที่กฎหมายกาหนด (ม.๑๓) ความผิดที่เกี่ยวกับการขัดขวางกระบวนการยุติธรรม (ม.๕๔) ความผิดเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลในการปฏิบัติตามหน้าที่ หรือกฎหมาย (ม.๕๕) • ความผิดเกี่ยวกับการบันทึกภาพ หรือโฆษณาหรืออื่น ๆ (ม.๕๖) หมายเหตุ ความผิ ด ตามกม.นี้ เ ป็ น ความผิ ด มู ล ฐานตามกม.ป้ อ งกั น และ ปราบปรามการฟอกเงิน • • • •
การจัดตั้งองค์กรและอานาจหน้าที่
๑) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เรียกโดยย่อว่า “คณะกรรมการ ปคม.” มีอานาจหน้าที่กากับดูแลเชิงนโยบาย (ม.๑๕-๒๑) ๒) คณะกรรมการประสานและก ากั บ การด าเนิ น งานป้ อ งกั น และ ปราบปรามการค้ามนุษย์ เรียกโดยย่อว่า “คณะกรรมการ ปกค.” มีอานาจหน้าที่ประสานงานและดาเนินงานตามแผน (ม.๒๒-๒๕) ๓) สานักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท าหน้ า ที่ เ ป็ น ส านั ก งานเลขานุ ก าร ของคณะกรรมการและ คณะกรรมการปกค. โดยให้มีอานาจหน้าที่ตามที่กฎหมายกาหนดไว้ (ม.๒๖)
แสวงหาพยานฯและ ค้นพบตัวผู้เสียหาย (ม.๒๗)
อานาจหน้าที่ ของ พนักงานเจ้าหน้าที่
การคุ้มครองผู้เสียหาย เป็นการชั่วคราว(ม.๒๙) การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร (ม.๓๐)
บทบาทในการแสวงหาพยานฯและพบตัวผู้เสียหาย
• พนักงานเจ้าหน้าที่มีอานาจหน้าที่ (ม.๒๗) ๑) เรียกให้บุคคลใดมาให้ถ้อยคาหรือส่งเอกสารหรือพยานหลักฐาน ๒) ตรวจตัวบุคคลที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเป็นผู้เสียหายเมื่อผู้เสียหายยินยอม ๓) ตรวจค้นยานพาหนะเพื่อหาพยานหลักฐาน หรือหาตัวผู้เสียหาย ๔) เข้ า ไปในเคหสถานหรื อ สถานที่ ใ ด ๆ เพื่ อ ตรวจค้ น ยึ ด หรื อ อายั ด พยานหลักฐานในการค้ามนุษย์ หรือเพื่อพบและช่วยผู้เสียหายโดยไม่มีหมาย ค้น หมายเหตุ การใช้อานาจตามข้อ ๔ มีการกาหนดเงื่อนไข และวิธีการตรวจค้น เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกตรวจค้น
บทบาทในการคุ้มครองผู้เสียหายเป็นการชั่วคราว
( การกักตัว )
• จัดให้ผู้เสียหาย อยู่ในความคุ้มครองเป็นการชั่วคราวไม่เกิน ๒๔ ชม. ในกรณี ที่ มี เ หตุ จ าเป็ น เพื่ อ ประโยชน์ ใ นการแสวงหา ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการค้ามนุษย์และเพื่อคุ้มครองป้องกันภัยแก่ ผู้เสียหาย กรณีที่มีความจาเป็นต้องการคุ้มครองผู้เสียหายเกินกว่า ๒๔ ชม.ให้ยื่นคาร้องขออนุญาตต่อศาลและศาลจะอนุญาตได้ไม่เกิน ๗ วัน และต้องจัดให้บุคคลดังกล่าวอยู่ในสถานที่สมควรซึ่งมิใช่ ห้องขังหรือสถานคุมขัง โดยให้คานึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนโดย เคร่งครัด (ม.๒๙)
บทบาทในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร
• ยื่นคาขอฝ่ายเดียวต่อศาลเพื่อให้ได้มาซึ่งเอกสารหรือข้อมูลข่าวสารที่ส่ง ทางไปรษณีย์ โทรเลข โทรศัพท์ โทรสาร คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ใน การสื่อสารสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือสื่อสารสนเทศอื่นใด ซึ่งถูกใช้หรืออาจ ถู ก ใช้ เ พื่ อ ประโยชน์ ใ นการกระท าผิ ด ฐานค้ า มนุ ษ ย์ แต่ ต้ อ งค านึ ง ถึ ง ผลกระทบต่อสิทธิส่วนบุคคลหรือสิทธิอื่นใดประกอบกับต้องมีเหตุผล และความจาเป็นตามที่กฎหมายกาหนด และต้องเก็บรักษาเพื่อใช้ในการ สืบสวนและเป็นพยานหลักฐานในการดาเนินคดี เฉพาะความผิดฐานค้า มนุษย์เท่านั้น (ม.๓๐) • พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา (ม.๓๒)
การสืบพยานไว้ก่อนฟ้องคดี
• พนักงานอัยการสามารถยื่นคาร้องต่อศาลได้ ๒ กรณี คือ (๑) มีเหตุจาเป็น เพื่อประโยชน์ใ นการป้องกั นและปราบปรามการค้า มนุษย์ (พงส.ร้องขอก็ได้) (๒) ผู้เสียหายหรือพยานบุคคลแจ้งแก่พนักงานอัยการโดยประสงค์จะให้ การต่อศาลเอง • ผู้มีส่วนได้เสียในคดียื่นคาร้องต่อศาลแถลงเหตุผลและความจาเป็นขอ ถามค้านหรือตั้งทนายความถามค้านได้ • สามารถรับฟังพยานที่สืบไว้ก่อนฟ้องคดีในการพิจารณาพิพากษาคดีได้ เมื่อมีการฟ้องผู้ต้องหาในความผิดตาม ม.๖-๑๓ (ม.๓๑)
กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ (ม.๓๓)
(เจ้าภาพ)
การช่วยเหลือ และคุ้มครอง สวัสดิภาพ ผู้เสียหาย
( โดย )
อัยการ (ม.๓๔,๓๕)
พนักงานเจ้าหน้าที่ (ม.๓๖,๓๗,๓๘,๓๙)
กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ
• ผู้เสียหายมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือในเรื่องอาหาร ที่พัก รักษาพยาบาล บาบัดฟื้นฟู การศึกษา อบรม การช่วยเหลือ ทางกฎหมาย การส่ ง กลั บ ประเทศหรื อ ภู มิ ล าเนา การ เรี ย กร้ อ งค่ า สิ น ไหมทดแทน รวมทั้ ง การแจ้ ง สิ ท ธิ ที่ พึ ง ได้รับการคุ้มครอง แต่ต้องฟังความคิดเห็นของผู้เสียหาย ก่อน (ม.๓๓)
อัยการ
• พนักงานอัย การหรือพนักงานสอบสวนต้องแจ้งให้ผู้เสี ยหาย ทราบในโอกาสแรกถึ ง สิทธิที่จะเรียกค่าสินไหมทดแทนและ สิทธิที่จะได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมาย (ม.๓๔) • กรณีผู้เสียหายมีสิทธิและประสงค์ที่จะเรียกค่าสินไหมทดแทน พนักงานอัยการต้องเรียกค่าสินไหมทดแทนแทนผู้เสียหายตามที่ ได้รับแจ้งจากปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯหรื อผู้ที่ได้รั บ มอบหมายตามระเบียบที่รมว.กาหนด โดยขอรวมไปกับคดีอาญา หรือจะยื่นคาร้องในระยะใดระหว่างที่คดีอาญากาลังพิจารณาอยู่ ในศาลชั้นต้น (ม.๓๕)
พนักงานเจ้าหน้าที่
• จัดให้มีการคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่ผู้เสียหายให้ครอบคลุมทั้ง กรณีก่อน ขณะ หรือหลังการดาเนินคดี และให้ความคุ้มครองตาม กฎหมายคุ้มครองพยานในคดีอาญา กรณีผู้เสียหายจะให้การหรือ เบิกความเป็นพยาน (ม.๓๖) • ผ่อนผันให้ผู้เสียหายอยู่ในราชอาณาจักรและอนุญาตให้ทางานเป็น การชั่วคราว เพื่อประโยชน์ในการดาเนินคดี (ม.๓๗) • ก าหนดมาตรการ ส่ ง กลั บ ประเทศหรื อ รั บ กลั บ เข้ า มาใน ราชอาณาจักรสาหรับผู้เสียหายที่เป็นคนต่างด้าวและผู้มีสัญชาติไทย (ม.๓๘,๓๙)
การไม่ดาเนินคดีกบผู้เสียหายบางฐานความผิด(เงื่อนไขการดาเนินคดี) ั
• ห้ามมิให้ดาเนินคดีกับผู้เสียหาย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจาก รมว.กระทรวง ยุติธรรม ในฐานความผิด - เข้ามา ออกไปหรืออยู่ในราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่า ด้วยคนเข้าเมือง - แจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานฐานปลอมหรือใช้ซึ่งหนังสือเดินทางปลอม - ความผิดเฉพาะที่เกี่ยวกับการติดต่อ ชักชวน แนะนาตัว ติดตามหรือรบเร้า บุ ค คลเพื่ อ ค้ า ประเวณี แ ละการเข้ า ไปมั่ ว สุ ม ในสถานการค้ า ประเวณี เ พื่ อ ค้าประเวณี - เป็นคนต่างด้าวทางานโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการทางาน ของคนต่างด้าว
กองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ม.๔๒)