c3 by PrivateLabelArticles

VIEWS: 772 PAGES: 28

									สาระสาคัญของ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
นนทิกร กาญจนะจิตรา

การสร้างกาลังคนในราชการพลเรือนที่มีคณภาพ ุ มีสมดุลคุณภาพงาน คุณภาพชีวิต หลักการพัฒนา สมรรถนะ
Competency

หลักการบริหาร ผลงาน
Performance

หลักการพิทักษ์ ระบบคุณธรรม
Merit

การกระจายอานาจการบริหาร การปรับปรุงแก้ไข กฎหมาย ระเบียบข้าราชการพลเรือน

การปรับปรุงระบบการจาแนกตาแหน่ง และค่าตอบแทน

โครงสร้างตาแหน่งข้าราชการพลเรือนในปัจจุบัน ...
 ระบบจาแนกตาแหน่ง (Position Classification System) นามาใช้ในการบริหารงานบุคคลแทน ระบบชั้นยศเดิม ตั้งแต่ พ.ศ. 2518  จัดโครงสร้างของตาแหน่งตามระดับมาตรฐานกลาง (Common Level) เป็น 11 ระดับ ระดับ 11 ปลัดกระทรวง / ผู้ทรงคุณวุฒิ

ระดับ 10 อธิบดี / รองปลัดกระทรวง / ผู้เชี่ยวชาญ ระดับ 9 รองอธิบดี / ผอ.สานัก / ผู้เชี่ยวชาญ ระดับ 8 ผอ.กอง หัวหน้ากลุ่มงาน ระดับ 7 หัวหน้าฝ่าย งาน ระดับ 3-5 หรือ 6 ระดับ 2-4 หรือ 5 ระดับปฏิบัติการ ระดับ 1-3 หรือ 4

โครงสร้างตาแหน่งข้าราชการพลเรือนในปัจจุบัน ...
 ได้ปรับปรุงแก้ไขสาระสาคัญบางส่วนตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 มาตรา 39 ตาแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญมี 3 ประเภท ได้แก่ ตาแหน่งประเภททั่วไป ตาแหน่ง ประเภทวิชาชีพเฉพาะหรือเชี่ยวชาญเฉพาะ และตาแหน่งประเภทบริหารระดับสูงหรือบริหารระดับกลาง  แนวคิดการจาแนกตาแหน่งตามความชานาญเฉพาะทาง (Specialization) และกาหนดระดับ ตาแหน่งตามความยากและคุณภาพของงาน
ระดับ ตาแหน่ง 11 10 9 8 7 6 5 4 3 2 1 ตาแหน่งประเภททัวไป ่ ระดับบรรจุ/ระดับควบ หัวหน้า ผูปฏิบัติงานที่ ้ ทีปรึกษา ่ หน่วยงาน มีประสบการณ์ 11 10 9 8 7 6 5 4 8 7 6 5 4 ตาแหน่งประเภท วิชาชีพเฉพาะ เชียวชาญเฉพาะ ่ วช. ชช. 11 10 9 8 7 11 10 9 ตาแหน่ง ประเภท บก. บส. 11 10 9 8

3 2 1

4 3 2

5 4 3

6 5 4

ปัญหาระบบจาแนกตาแหน่งในปัจจุบัน ...
 มาตรฐานกลางไม่ยืดหยุ่นต่อการบริหารกาลังคน  จาแนกความแตกต่างของค่างานได้ไม่ชัดเจน ทาให้เกิดการเลื่อนไหลของตาแหน่งที่ไม่สม เหตุผล  ความต้องการก้าวหน้า & คาขอกาหนดตาแหน่ง เป็นระดับสูงขึ้นจานวนมาก  มีสายงานจานวนมาก (441 สายงาน) ทาให้ ไม่คล่องตัว  เน้นคุณวุฒิทางการศึกษา อาวุโส มากกว่า ขีดความสามารถในการปฏิบัติงาน  เจ้าหน้าที่ของรัฐประเภทต่าง ๆ นาไปปรับใช้อย่างไม่สมดุลย์

ปัญหาค่าตอบแทนข้าราชการพลเรือนในปัจจุบัน ...
 มีบัญชีอัตราเงินเดือนเพียงบัญชีเดียวสาหรับทุก กลุ่มงาน  ค่าตอบแทนภาครัฐต่ากว่าอัตราการจ้างงานใน ภาคเอกชนที่รับผิดชอบงานในระดับเดียวกัน  การจ่ายค่าตอบแทนยังไม่สัมพันธ์กับผลการ ปฏิบัติงาน  ไม่สอดคล้องกับค่างานของตาแหน่ง  ไม่จูงใจให้ผู้มีความรู้ความสามารถ “คนดี คนเก่ง” อยู่ในระบบราชการ

แนวคิดหลักในการออกแบบระบบ ...
คนที่มีคุณภาพ
ใน

งานที่เหมาะสม
กับ

ความรู/ทักษะ/สมรรถนะที่ต้องการ ้

และ
ค่าตอบแทนที่เป็นธรรม

เปรียบเทียบโครงสร้างระดับตาแหน่งและประเภทตาแหน่ง ... เดิม
ระดับ 11 ระดับ 10 ระดับ 9 ระดับ 8 ระดับ 7 ระดับ 3-5 หรือ 6 ระดับ 2-4 หรือ 5 ระดับ 1-3 หรือ 4
• จาแนกเป็น 11 ระดับ • มีบัญชีเงินเดือนเดียว
ระดับ ทักษะ พิเศษ ระดับอาวุโส ระดับ ชานาญงาน

ใหม่
ระดับ ทรงคุณวุฒิ ระดับ เชียวชาญ ่ ชานาญการ พิเศษ ระดับ ชานาญการ

ระดับสูง ระดับต้น

ระดับสูง ระดับต้น

ระดับ ปฎิบัตงาน ิ

ระดับ ปฏิบัติการ

ทั่วไป

วิชาการ อานวยการ

บริหาร

• จาแนกกลุ่มตาแหน่งเป็น 4 ประเภท อิสระจากกัน • แต่ละกลุ่มมี 2-5 ระดับ แตกต่างกันตามค่างาน และโครงสร้างการทางานในองค์กร • มีบัญชีเงินเดือนพื้นฐานแยกแต่ละกลุ่ม • กาหนดชื่อเรียกระดับตาแหน่งแทนตัวเลข

การเลื่อนระดับตาแหน่ง ...
เลื่อนระดับภายในกลุ่มประเภทตาแหน่งเดียวกัน (ตัวอย่าง)
เกณฑ์การเลื่อนระดับ
ทรงคุณวุฒิ เชียวชาญ ่ ชานาญการพิเศษ ชานาญการ ปฏิบัติการ

• ระดับหน้าที่ความรับผิดชอบหลักของผู้ปฏิบัติงานถึงเกณฑ์ที่ กาหนดไว้สาหรับตาแหน่งเป้าหมาย • ระดับความรู้ที่จาเป็นในงานของตาแหน่งเป้าหมาย • ระดับทักษะที่จาเป็นในงานของตาแหน่งเป้าหมาย ได้แก่ - การใช้คอมพิวเตอร์ - การใช้ภาษาอังกฤษ - การคานวณ - การบริหารจัดการฐานข้อมูล • ระดับสมรรถนะ (Competency) ที่จาเป็นในงานของตาแหน่ง เป้าหมาย • ประสบการณ์ในงานที่เกี่ยวข้องกับตาแหน่งเป้าหมาย

การย้ายเปลี่ยนกลุ่มประเภทตาแหน่ง ...
เปลี่ยนกลุ่มประเภทตาแหน่ง (ตัวอย่าง)
เกณฑ์การย้ายกลุ่ม
• ระดับความรู้/ทักษะ/สมรรถนะที่จาเป็นในงานของ ตาแหน่งเป้าหมาย • ประสบการณ์ในงานที่เกี่ยวข้องกับตาแหน่งเป้าหมาย • ผลการปฏิบัติงานก่อนเปลี่ยนตาแหน่ง • หน้าที่ความรับผิดชอบหลักของตาแหน่งใหม่และ ตาแหน่งเดิมควรมีลักษณะเนื้องานใกล้เคียงกัน ผู้ปฏิบัติงานสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะ หรือ ประสบการณ์

ประเภททั่วไป

ประเภทวิชาการ/ วิชาชีพเฉพาะ

แบบแผนความก้าวหน้าในอาชีพ ...
•วุฒิการศึกษาปริญญาตรี •อายุงาน •ความรู้/ทักษะที่ต้องการ •สมรรถนะที่ต้องการ

ประเภทบริหาร ระดับสูง ฿ ระดับต้น ฿
ระดับทรงคุณวุฒิ ระดับเชี่ยวชาญ

•อายุงาน •บรรลุ KPIs 3 ปีติดต่อกัน •ความรู้/ทักษะที่ต้องการ •สมรรถนะที่ต้องการ

ประเภททั่วไป

ระดับทักษะพิเศษ ฿ ระดับอาวุโส

฿

ประเภทวิชาการ

฿

฿

ระดับชานาญงาน ฿ ระดับปฏิบัติงาน

ชานาญการพิเศษ ฿ ระดับชานาญการ ฿ ระดับปฏิบัติการ

฿

฿

ระดับสูง
•อายุงาน •ความรู/้ ทักษะที่ต้องการ •สมรรถนะที่ต้องการ

฿ ฿

ระดับต้น

ประเภทอานวยการ

คาอธิบายประเภทและระดับตาแหน่งที่ปรับปรุงใหม่ ...
ประเภทบริหาร
ตาแหน่งหัวหน้าส่วนราชการและรองหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง ทบวง กรม และตาแหน่งอื่นที่ ก.พ. กาหนดเป็นตาแหน่งประเภทบริหาร จาแนกระดับตามลาดับความสาคัญของตาแหน่งเป็น 2 ระดับ ได้แก่ ตาแหน่งปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวง อธิบดีหรือเทียบเท่าเป็นระดับสูง และตาแหน่งรองอธิบดีหรือเทียบเท่าเป็นประเภทบริหารระดับต้น

ประเภทอานวยการ
ตาแหน่ งหั วหน้าส่ วนราชการที่ ต่ากว่ าระดับ กรม และตาแหน่ง อื่น ที่ ก.พ. กาหนด จาแนกระดับตาแหน่งตามความรับผิดชอบเป็น 2 ระดับ ได้แก่ ระดับสูงและระดับต้น

คาอธิบายประเภทและระดับตาแหน่งที่ปรับปรุงใหม่ ...
ประเภทวิชาการ
ตาแหน่งที่จาเป็นต้องใช้ผู้สาเร็จปริญญาทางวิชาการตามที่ ก.พ. กาหนด ปฏิบัติงานในหน้าที่ ของตาแหน่งนั้น มี 5 ระดับ ได้แก่ ระดับทรงคุณวุฒิ ระดับเชี่ยวชาญ ระดับชานาญการพิเศษ ระดับชานาญการ และระดับต้น

ประเภททั่วไป
ต าแหน่ ง ที่ ไ ม่ จ าเป็ น ต้ อ งใช้ ผู้ ส าเร็ จ การศึ ก ษาระดั บ ปริ ญ ญาตามที่ ก.พ. กาหนดให้ปฏิบัติงานในหน้าที่ของตาแหน่งนั้น และไม่ใช่ตาแหน่งประเภท อานวยการและประเภทบริหาร เป็นตาแหน่งสาหรับผู้ปฏิบัติงานสนับสนุน งานปฏิบัติการของส่วนราชการ งานที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะ มี 4 ระดับ ได้แก่ ระดับทักษะพิเศษ ระดับชานาญงาน ระดับอาวุโส และระดับต้น

การปรับปรุงระบบค่าตอบแทน ...
การปรับปรุงระบบค่าตอบแทนเป็นไปเพื่อสนับสนุนให้เกิด High Performance Civil Service

ระบบค่าตอบแทน ที่หลากหลาย ยืดหยุ่น สอดคล้องกับอัตราตลาด ราชการมีคนเก่งและคนดี มารับราชการอย่างต่อเนื่อง สัมพันธ์กับค่างาน ของตาแหน่ง

พัฒนาผลงานและ สมรรถนะของบุคคล

พัฒนาผลงาน ขององค์กร

โครงสร้างระบบค่าตอบแทนใหม่ ...
โครงสร้างระบบค่าตอบแทนใหม่สาหรับข้าราชการพลเรือน ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก
สะท้อนค่างาน ผลงาน (Performance) ตาแหน่งงานที่ มีลักษณะ พิเศษและ อัตราตลาด ตอบแทน ผลสัมฤทธิ์ ประจาปี และ เชื่อมโยง ผลสัมฤทธิ์ ระหว่าง หน่วยงานกับ บุคคล

ช่วยสร้าง ความมั่นคง ในการ ทางาน

ค่าตอบแทน = รวม

1. เงินเดือน + พื้นฐาน

2. 3. เงินเพิ่ม + สวัสดิการ +

4.
Bonus

รายปี

เปรียบเทียบโครงสร้างเงินเดือนปัจจุบันและใหม่ เดิม 66,480
59,770
48,220 47,450 15,410 33,540 10,190 18,190 • บัญชีเงินเดือนบัญชีเดียวสาหรับทุกลักษณะงาน •บัญชีเงินเดือนแบบขั้น 4,630

ใหม่
59,770 31,280

66,480 53,690 64,340 48,700

41,720
59,770 29,900 50,550 21,080

50,550 25,390

• เน้นคุณลักษณะบุคคล 14,330 ควบคู่กับค่างาน 22,220 • จัดตาแหน่งเป็นช่วง 7,940 • บัญชีเงินเดือนแบบช่วง

36,020

โครงสร้างค่าตอบแทนจะสอดคล้องกับระบบจาแนกตาแหน่งใหม่ ...
ทั่วไป วิชาการ อานวยการ บริหาร
เงินเพิ่มให้กับ สายอาชีพที่ ขาดแคลน เงินประจา ตาแหน่ง สวัสดิการและ ผลประโยชน์อื่นๆ เงินเพิ่มตาม ผลงานประจาปี เงินเดือนพื้นฐาน

มาตรฐานกาหนดตาแหน่ง (Job Specification) ...
ระดับความรู้ ทักษะและ ประสบการณ์ที่ผู้ปฏิบติงาน ั เป็นแบบบรรยายลักษณะงานแบบย่อที่ระบุลักษณะงาน จาเป็นต้องมีเพื่อให้ ปฏิบัติงานได้อย่างมีคุณภาพ โดยสังเขป เน้นการมุ่งผลสัมฤทธิ์ประจาตาแหน่ง โดยมีรายละเอียดประกอบด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบ และประสิทธิภาพ

ความหมาย

ลักษณะพฤติกรรมการ ทางานที่เหมาะสมต่อ ตาแหน่งและจะช่วย ส่งเสริมผลงาน

หลัก และคุณวุฒิที่จาเป็น ได้แก่ ระดับความรู้ ทักษะ และสมรรถนะประจาตาแหน่ง

วัตถุประสงค์
เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันว่าตาแหน่งงานในระบบ ราชการพลเรือนแต่ละตาแหน่งมีขอบเขตภารกิจหน้าที่ รับผิดชอบเฉพาะตาแหน่งอย่างไร ตลอดจนมีเกณฑ์ คุณวุฒิ คุณสมบัติอย่างไร และผู้ดารงตาแหน่งควรจะ ประพฤติปฏิบัติตนอย่างไรจึงจะเหมาะสมสาหรับ ตาแหน่งและบรรลุผลสัมฤทธิ์ของตาแหน่งได้ดียิ่งขึ้น

Competencies ความรูSkills/Knowledge (พฤติกรรม/ ้ ขั้นตอน) (ปัจจัยนาเข้า) ทักษะ/ หน้าที่รับผิดชอบหลัก Accountabilities (ผลสัมฤทธิ์)

ขอบเขตผลลัพธ์หลักของงานที่ ผู้ปฏิบัติงานต้องทาให้สาเร็จจึงจะถือ ว่าสามารถปฏิบัติงานได้ตาม วัตถุประสงค์ของตาแหน่งงานใน ระดับที่ได้มาตรฐาน

มาตรฐานกาหนดตาแหน่ง (Job Specification)
สายงาน : นักวิชาการ.. ตาแหน่ง:

ชั้นงาน (Level) : กลุ่มงาน :

1. หน้าทีรับผิดชอบหลัก ่ ด้านปฏิบัติการ / งานเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน 1. หน้าทีรับผิดชอบหลัก ก. ่ 2. หน้าทีรับผิดชอบหลัก ข. ่ ด้านวางแผน 1. หน้าทีรับผิดชอบหลัก ค. ่ 2. หน้าทีรับผิดชอบหลัก ง. ่ ด้านการประสานงาน 1. หน้าทีรับผิดชอบหลัก จ. ่ 2. หน้าทีรับผิดชอบหลัก ฉ. ่ ด้านการบริการ 1. หน้าทีรับผิดชอบหลัก ช. ่ 2. หน้าทีรับผิดชอบหลัก ซ. ่ 2. ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ที่จาเป็นในงาน

ตัวอย่าง มาตรฐานกาหนดตาแหน่ง (Job Specification) หรือมาตรฐานกาหนดตาแหน่งที่ปรับปรุงใหม่ ระบุสาระสาคัญของตาแหน่งซึ่งแยกเป็น 3 ส่วน

ระบุหน้างานและรายละเอียดของหน้าทีรับผิดชอบ ่ หลักของชั้นงานในแต่ละสายงานอย่างชัดเจน ระบุวัตถุประสงค์ของแต่ละภาระหน้าที่อย่างชัดเจน โดยกาหนดผลลัพธ์/ผลสัมฤทธิ์เป้าหมายของ ภาระหน้าที่นั้น ระบุความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ที่จาเป็นในงาน ของชั้นงานในแต่ละสายงานอย่างชัดเจน ระบุสมรรถนะที่จาเป็นในงานของชั้นงานในแต่ละ สายงานอย่างชัดเจน

• สมรรถนะหลัก • สมรรถนะประจากลุ่มงาน 3. สมรรถนะที่จาเป็นในงาน

เปรียบเทียบระหว่างมาตรฐานกาหนดตาแหน่งเดิมกับที่ปรับปรุงใหม่
มาตรฐานกาหนดตาแหน่งเดิม
ชื่อตาแหน่ง วิศวกรสารวจ 3 หน้าที่และความรับผิดชอบ ปฏิบัติงานขั้นต้นเกี่ยวกับงานวิศวกรรมสารวจ ภายใต้การกากับ ตรวจสอบโดยใกล้ชิด และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมาย ลักษณะงานที่ปฏิบัติ เป็นเจ้าหน้าที่ชั้นต้นปฏิบัติงานที่ยากพอสมควรเกี่ยวกับวิศวกรรม สารวจ โดยปฏิบัติหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง เช่น งานสารวจภูมิประทศที่ต้องใช้ความละเอียดมาก วางโครงข่าย สามเหลียมและวงรอบการรังวัดทางดาราศาสตร์ ทางจีโอดีซี่ ่ การวัดระยะด้วยเครื่องวัดระยะอีเลคโทรนิค การวางโครงสร้าง แผนที่แบบต่างๆ การติดตามผลงานและการคานวณตรวจสอบ ตามหลักวิชาการสารวจแผนที่ เป็นต้น และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่ เกี่ยวข้อง คุณสมบัติเฉพาะสาหรับตาแหน่ง 1. ได้รับปริญญาตรี โท หรือเทียบเท่าได้ไม่ต่ากว่านี้ทางวิศวกรรม สารวจ วิศวกรรมโยธา วิศวกรรมชลประทาน หรือทางอื่นที่ ก.พ. กาหนดว่าใช้เป็นคุณสมบัติเฉพาะสาหรับตาแหน่งนี้ได้ ความรู้ความสามารถที่ต้องการ 1. มีความรู้ในวิชาการวิศวกรรมสารวจอย่างเหมาะสมแก่การ ปฏิบัติงานในหน้าที่ 2. มีความรู้ความเข้าใจในกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพล เรือน กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินและกฎหมาย กฎ ระเบียบและข้อบังคับอื่นที่ใช้ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ 3. มีความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเหตุการณ์ปัจจุบนในด้านการเมือง ั เศรษฐกิจ และสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งของประเทศไทย 4. มีความรู้ความสามารถในการใช้ภาษาอย่างเหมาะสมแก่การ ปฏิบัติงานในหน้าที่ 5. มีความสามารถในการศึกษาข้อมูล วิเคราะห์ปัญหาและสรุป เหตุผล

เปรียบเทียบระหว่างมาตรฐานกาหนดตาแหน่งเดิมกับที่ปรับปรุงใหม่
มาตรฐานกาหนดตาแหน่งใหม่
สายงาน วิศวกรสารวจ ตาแหน่ง วิศวกรสารวจ ระดับ ปฏิบัติการ กลุ่มงาน ออกแบบเพื่อการพัฒนา 1. หน้าที่รับผิดชอบหลัก 1.1 ด้านปฏิบัติการ/งานเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (Operation/Expertise) 1.1.1 สารวจภูมิประเทศและวางโครงสร้างแผนที่โดยใช้วิธีการต่างๆ เพื่อ เป็นข้อมูลประกอบการวางนโยบายและแผนพัฒนาพื้นที่ต่างๆ หรือ ประกอบการปฏิบัติงานอื่นๆตามภารกิจของหน่วยงาน 1.1.2 รวบรวมสถิติข้อมูลการสารวจ และจัดทารายงานผลการปฏิบัติงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการวางแผนการสารวจ 1.2 ด้านวางแผน (Planning) 1.2.1 วางระบบและแผนการปฏิบัติงานของกลุ่ม เพื่อให้สามารถปฏิบัติงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด 1.3 ด้านการประสานงาน (Communication and Cooperation) 2. วุฒิการศึกษา ทักษะ และประสบการณ์ที่จาเป็นในงาน

2.1 วุฒิการศึกษาที่จาเป็นในงาน
2.1.1 ได้รับปริญญาตรี โทหรือเทียบเท่าไม่ต่ากว่านี้ ทางวิศวกรรมสาขาสารวจ โยธา ชลประทาน หรือสาขาอื่นที่ ก.พ. กาหนดว่าใช้เป็นคุณสมบัติเฉพาะ สาหรับตาแหน่งนี้ได้ 2.1.2 ความรู้ความเชี่ยวชาญที่จาเป็นในงาน ระดับที่ 2

2.1.3 ความรู้เรื่องกฎหมายและกฎระเบียบราชการในระดับที่ 2
2.2 ทักษะที่จาเป็นในงาน 2.2.1 ทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ ระดับที่ 3 2.2.2 ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ ระดับที่ 2 2.2.3 ทักษะการบริหารข้อมูลและจัดการ ระดับที่ 2

2.3 ประสบการณ์ที่จาเป็นในงาน
2.3.1 ระดับแรกเข้าไม่จาเป็นต้องมีประสบการณ์มาก่อน 3. สมรรถนะที่จาเป็นในงาน 3.1.1 สมรรถนะหลัก : การมุ่งผลสัมฤทธิ์ ระดับที่ 1/ จริยธรรม ระดับที่ 1/ บริการที่ดี ระดับที่ 2/ ความร่วมแรงร่วมใจ ระดับ 1/ การสั่งสมความเชี่ยวชาญ ในงานอาชีพ ระดับที่ 1 3.1.2 สมรรถนะประจากลุ่มงาน : การมองภาพองค์รวม ระดับที่ 1/ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ระดับที่ 1/ การสืบเสาะหาข้อมูล ระดับที่ 1

1.3.1 ประสานงานในระดับกลุ่ม กับหน่วยงานราชการและเอกชน หรือ ประชาชนทั่วไป เพื่อขอความช่วยเหลือและร่วมมือในงานวิศวกรรมสารวจ
1.4 ด้านการบริการ (Service) 1.4.1ให้คาแนะนา ตอบปัญหาและชี้แจง เกี่ยวกับงานวิศวกรรมสารวจที่ตน มีความรับผิดชอบ เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้ทราบข้อมูลและความรู้ต่างๆที่เป็น ประโยชน์

35

คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.)

องค์ประกอบของ ก.พ.ค.
กรรมการจานวน 7 คน ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

กรรมการ ก.พ.ค. ต้องทางานเต็มเวลา  เลขาธิการ ก.พ. เป็น เลขานุการของ คณะกรรมการ ก.พ.ค.

คุณสมบัติ
1. สัญชาติไทย 2. อายุไม่ต่ากว่า 45 ปี 3. คุณสมบัติอย่างอื่นอย่างหนึ่งอย่างใด
เป็นหรือเคยเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน ก.ต่างๆ เช่น ก.พ.,ก.ค.,ก.ค.ศ.,ก.ม.ฯ เป็นหรือเคยเป็นกรรมการกฤษฎีกา  รับราชการหรือเคยรับราชการในต่าแหน่งไม่ต่ากว่าผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ หรือเทียบเท่า หรืออธิบดีศาลปกครองชั้นต้น รับราชการหรือเคยรับราชการในต่าแหน่งไม่ต่ากว่าอัยการพิเศษประจ่าเขตหรือเทียบเท่า รับราชการหรือเคยรับราชการในต่าแหน่งประเภทบริหารระดับสูงหรือเทียบเท่าที ก.พ.ก่าหนด เป็นหรือเคยเป็นผู้สอนวิชาทีเกียวกับการบริหารราชการแผ่นดินในสถาบันอุดมศึกษาและ ไม่ต่ากว่า รศ. 5 ปี

คณะกรรมการคัดเลือกกรรมการ ก.พ.ค.
ประธานศาลปกครองสูงสุด

ประธาน กรรมการ กรรมการ
กรรมการและเลขานุการ

รองประธานศาลฎีกา (ทีได้รับมอบหมาย 1 ท่าน) กรรมการ ก.พ. ผู้ทรงคุณวุฒิ (1 ท่าน)
เลขาธิการ ก.พ.

วิธีการคัดเลือก
ให้ ค ณะกรรมการคั ด เลื อ กมี ห น้ า ที่ ท าบทามและคั ด เลื อ กบุ ค คลผู้ มี คุ ณ สมบั ติ จ านวน 7 คน (หลั ก เกณฑ์ แ ละวิ ธี ก ารให้ เ ป็ น ไปตามที่ คณะกรรมการเห็นสมควร)

คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (Merit Systems Protection Board)
• Merit Systems Protection Board (MSPB) ทาหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์ระบบ คุณธรรม โดยมีบทบาทเป็นเสมือนตุลาการ • ปรัชญา รัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐมีพันธะผูกพันซึ่งกันและกัน - เจ้าหน้าที่ของรัฐมีหน้าที่ต้องปฏิบัติงานและให้บริการประชาชน อย่างมีประสิทธิภาพ ซื่อสัตย์ และสุภาพอ่อนโยน - รัฐ มีหน้าที่ต้องรักษาประโยชน์สาธารณะ และในฐานะนายจ้าง มี หน้าที่เป็นนายจ้างที่ดี เป็นเยี่ยงอย่างสาหรับการจ้างงานภาคเอกชน เพื่อความปรองดองสมานฉันท์และความสงบสุขของสังคม จึงต้อง รักษาสมดุลระหว่างประโยชน์สาธารณะกับสิทธิประโยชน์ของ เจ้าหน้าที่ของรัฐ คณะกรรมการนี้จึงจัดตั้งขึ้น

• พันธกิจ
– ปลอดจากการกลั่นแกล้งจากการเมือง – ปลอดจากการกลั่นแกล้งโดยข้าราชการประจา – ปลอดจากพฤติกรรมที่มิชอบ

• อานาจหน้าที่
– รับฟังและวินิจฉัยคาร้องของ เจ้าหน้าที่ของรัฐ เกี่ยวกับ การบริหารทรัพยากร บุคคลของหน่วยงานของรัฐ – วินิจฉัยคดีที่อัยการพิเศษ (ผู้พิทักษ์ระบบคุณธรรม)เป็นผู้ฟ้อง – ทบทวนกฎระเบียบ – ศึกษาและทารายงานเสนอ นายกรัฐมนตรี และรัฐสภา ลักษณะของรายงาน จะเป็น ”ปรอทวัดอุณหภูมิของระบบคุณธรรม”

• ลักษณะองค์กร เป็นองค์กรอิสระกึ่งตุลาการ (เป็นอิสระจากฝ่าย บริหาร)


								
To top