10

Document Sample
10 Powered By Docstoc
					บทที่ 10 สัญญาซื้อขาย
1. ความทั่วไป
เป็นบทบัญญัติตาม ป.พ.พ. ในบรรพ 3 เอกเทศสัญญา ลักษณะ 1 ตั้งแต่มาตรา 453 - 517 ถือเป็นสัญญาที่มีชื่อในทางกฎหมายอย่างหนึ่ง ที่ผู้ซื้อมีความประสงค์อยากจะได้กรรมสิทธิ์ ในทรัพย์สินที่ซื้อ

2. ลักษณะของสัญญาซื้อขาย (ม. 453)
1. ต้องมีคสัญญาสองฝ่าย ู่ 2. เป็นสัญญาต่างตอบแทน 3. วัตถุแห่งสัญญาเป็นทรัพย์สิน ข้อสังเกต ก. อสังหาริมทรัพย์ ข. สังหาริมทรัพย์ ชนิดธรรมดา, ชนิดพิเศษ ค. ทรัพย์บางชนิดนามาซื้อขายกันไม่ได้ ทรัพย์นอกพาณิชย์ ทรัพย์ที่มีไว้ครอบครองเป็นความผิด 4. ผู้ขายต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์

สังหาริมทรัพย์ชนิดพิเศษ ได้แก่
1. เรือกาปั่น 2. เรือมีระวางตั้งแต่หกตันขึ้นไป 3. เรือกลไฟ 4. เรือยนต์ที่มีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป 5. แพที่คนอยู่อาศัย 6. สัตว์พาหนะ

3. ประเภทของสัญญาซื้อขาย (ม.456) แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้
3.1 สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด เป็นสัญญาที่มีการ โอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินแก่ผู้ซื้อทันที มีลักษณะดังนี้ ก. ต้องมีทรัพย์สินที่จะทาการซื้อขายอยู่ ในขณะเข้าทาสัญญา ข. ทรัพย์สินนันต้องเป็นทรัพย์เฉพาะสิ่ง ้ ค. มีการตกลงในเรื่องราคาหรือเงื่อนไขในการ ชาระราคากันเป็นที่แน่นอนแล้ว

สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาดแบ่งออกเป็น 4 ชนิด ดังนี้ 1. สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาดอสังหาริมทรัพย์หรือ สังหาริมทรัพย์ชนิดพิเศษ 2. สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาดสังหาริมทรัพย์ราคา 500 บาทหรือกว่านั้น 3. สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาดสังหาริมทรัพย์ราคา ต่ากว่า 500 บาท 4. สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาดสังหาริมทรัพย์ที่มี เงื่อนไขเงื่อนเวลา (ลักษณะคล้ายสัญญาจะซื้อจะขาย)

ข้อสังเกต ก. เงื่อนไข หมายถึง เหตุการณ์อย่างหนึ่ง อย่างใดในอนาคตที่ไม่แน่นอน ข. เงื่อนเวลา หมายถึง เหตุการณ์อย่างหนึ่งอย่างใด ในอนาคตที่แน่นอน

3.2 สัญญาจะซื้อจะขาย เป็นสัญญาที่ตกลงจะจดทะเบ โอนกรรมสิทธิ์กันในภายหลังทาสัญญา ทรัพย์ที่จะนามาทาสัญญาประเภทนี้ได้คือ อสังหาริมทรัพย์ หรือ สังหาริมทรัพย์ชนิดพิเศษ

3. 3 คามั่นว่าจะซื้อจะขาย เป็นนิติกรรมฝ่ายเดียวที่ม ผลผูกพันผู้ให้คามัน จะเกิดเป็นสัญญาซื้อขายก็ต่อ ่ เมื่อผู้รับคามันได้ตอบรับคามั่นนั้นแล้ว ทรัพย์สินที่จะ ่ ทาสัญญากันในประเภทนี้ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์ หรือ สังหาริมทรัพย์ชนิดพิเศษ

4. แบบและเงื่อนไขในการทาสัญญาซื้อขาย (ม. 456)

4.1 แบบของสัญญาซื้อขาย
คือ ต้องทาเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อ พนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นเป็นโมฆะ ในกรณีที่เป็นสัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาดอสังหาริมทรัพย์ หรือสังหาริมทรัพย์ชนิดพิเศษ

4.2 เงื่อนไขในการทาสัญญาซื้อขาย

ต้องมีหลักฐานหรือการกระทาอย่างหนึ่งอย่างใดใน 3 ประการต่อไปนี้ มิฉะนั้นคู่สัญญาจะฟ้องร้อง บังคับคดีระหว่างกันไม่ได้ 1. ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใด ลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดเป็นสาคัญ 2. ได้วางประจาหรือมัดจาไว้แล้ว 3. ได้มีการชาระหนี้แล้วบางส่วนหรือ ได้ส่งมอบทรัพย์ให้แล้ว

เงื่อนไขในการทาสัญญาซื้อขายจะใช้กบ ั สัญญาซื้อขายในประเภท ต่อไปนี้ 1. สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาดสังหาริมทรัพย์ราคา 500 บาทหรือกว่านั้น 2. สัญญาจะซื้อจะขาย 3. คามั่นว่าจะซื้อจะขาย

ข้อสังเกต สัญญาซื้อขายในประเภทต่อไปนี้ไม่มีแ และเงื่อนไข สมบูรณ์แม้ตกลงด้วยวาจา ได้แก่ สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาดสังหาริมทรัพย์ ราคาต่ากว่า 500 บาท

5. หลักการโอนกรรมสิทธิ์
เพื่อที่จะทาให้ทราบว่ากรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ซื้อขาย โอนกันเมื่อใด และหากเกิดความเสียหายขึ้นฝ่ายใดต้อง เป็นผู้รับผลในความเสียหายนั้น มีหลักดังนี้ 1. สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด กรรมสิทธิ์โอนไปยัง ผู้ซื้อทันทีที่ตกลงทาสัญญา โดยไม่คานึงว่าผู้ซื้อจะ ชาระราคาแล้วหรือยัง หรือไม่คานึงว่าผู้ขายจะส่งมอบ ทรัพย์สินให้ผู้ซื้อแล้วหรือยัง เว้นกรณีสัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด อสังหาริมทรัพย์หรือ สังหาริมทรัพย์ชนิดพิเศษ , ที่มีเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลา

2. สัญญาจะซื้อจะขาย กรรมสิทธิ์ยังไม่โอนให้ผู้ซื้อ ในขณะเข้าทาสัญญา แต่จะโอนเมือได้มีการจดทะเบียน ่ โอนกรรมสิทธิ์กันในภายหลัง

6. หน้าที่และความรับผิดของผู้ขาย

1. ส่งมอบ (ม.465) ก. สังหาริมทรัพย์ 1. น้อยกว่าสัญญา ผู้ซื้อมีสิทธิบอกปัดไม่รับชาระหนี้ (บอกเลิกสัญญา) หรือยอมรับแล้วชาระราคาตามส่วน 2. มากกว่าในสัญญา ผู้ซื้อมีสิทธิรับเท่าที่ตกลงที่เหลือ บอกปัดไม่รับ หรือบอกปัดไม่รับทั้งหมด หรือรับทั้งหมด โดยผู้ซื้อชาระราคาเพิ่มขึ้น 3. ส่งมอบตามสัญญาระคนกับทรัพย์อื่น ผู้ซื้อมีสิทธิ เลือกรับเฉพาะตามสัญญานอกนันบอกปัดไม่รับ หรือ ้ บอกปัดไม่รับทั้งหมด เนื่องจากผิดสัญญา

ข. อสังหาริมทรัพย์ 1. ส่งมอบน้อยกว่าหรือมากกว่าในสัญญา ผู้ซื้อมีสิทธิ บอกเลิกสัญญา เพราะถือว่าผิดสัญญา หรือรับเอาไว้ และใช้ราคาตามส่วน 2. ส่งมอบขาดหรือมากไปไม่เกินร้อยละ 5 แห่งเนื้อที่ ทั้งหมด ผู้ซอต้องรับเอาไว้และใช้ราคาตามส่วน ื้ แต่จะใช้สิทธิเลิกสัญญาได้หากรู้แต่แรกว่าจะมีการส่งมอบ ในลักษณะดังกล่าวก็จะไม่เข้าทาสัญญาด้วย

2. ผู้ขายมีสิทธิยึดหน่วงทรัพย์สินที่ขายไม่ต้องส่งมอบ ให้ผู้ซื้อ ในกรณีที่ผู้ซื้อยังไม่ชาระราคา ( 472 ) 3. ผู้ขายต้องรับผิดในความชารุดบกพร่องในทรัพย์ ที่ขาย อันเป็นความชารุดบกพร่องที่เกิดขึ้นก่อนหรือ ในขณะทาสัญญา ข้อยกเว้นที่ผู้ขายไม่ต้องรับผิด ก. ถ้าผู้ซื้อได้รู้หรือควรรู้ถึงความชารุดในเวลาทาสัญญา แต่หาใช้ความระมัดระวังเช่นบุคคลทัวไปไม่ ่ ข. ถ้าผู้ซื้อเห็นประจักษ์ถึงความชารุด แต่ก็ยังรับทรัพย์ นั้นไว้โดยไม่โต้แย้งใด ๆ ต่อผู้ขาย ค. ถ้าผู้ซื้อซื้อทรัพย์นั้นจากการขายทอดตลาด

4. ผู้ขายต้องรับผิดในการรอนสิทธิ ยกเว้นไม่ต้องรับผิด ก. การรอนสิทธิเกิดขึ้นภายหลังทาสัญญา ข. เมื่อมีการรอนสิทธิผู้ซื้อไม่ดาเนินการฟ้องร้อง ค. เมื่อผู้ซื้อดาเนินการฟ้องร้อง มิได้เรียกผู้ขายเข้ามาในคดี ง. เมื่อผู้ซื้อมีการฟ้องร้องและเรียกผู้ขายเข้ามาในคดี แต่ศาลยกคาร้องเพราะผู้ซื้อเป็นฝ่ายผิด 5. ผู้ขายต้องรับผิดแม้ขอสัญญาระบุยกเว้นความรับผิด ้ หากผู้ขายรู้ข้อความจริงแต่ปกปิด

7. หน้าที่และความรับผิดของผู้ซื้อ

1. หน้าที่รับมอบทรัพย์สิน แต่ผู้ซื้อบอกปัดไม่รับได้ในก ก. ส่งมอบทรัพย์สินไม่ตรงตามสัญญา ข. ส่งมอบทรัพย์สินขาดหรือล้าจานวน หรือระคนกับทรัพย์สินอืน ่ ค. ส่งมอบทรัพย์ที่ชารุดบกพร่อง ง. ส่งมอบทรัพย์สินผิดสถานที่ จ. ส่งมอบทรัพย์สินช้ากว่าที่ตกลงกันไว้

2. ต้องชาระราคาทรัพย์ที่ซื้อ หากไม่ชาระเป็น กรณีผิดสัญญาต้องรับผิด 3. มีสิทธิยึดหน่วงราคา เมื่อยังมิได้ชาระราคา ทรัพย์ที่ซื้อให้ผู้ขาย ในกรณีดังนี้ ก. มีความชารุดต่อทรัพย์ในส่งมอบ ข. ผู้ขายผิดนัดในการส่งมอบทรัพย์สินที่ซื้อขาย ค. ผู้ซื้อถูกผู้รับจานองหรือบุคคลอืนใดเรียกร้อง ่ เอาทรัพย์สินที่ซื้อ (ถูกรอนสิทธิ์)


				
DOCUMENT INFO
Categories:
Tags:
Stats:
views:2083
posted:8/19/2008
language:English
pages:18