e-Marketing
แมวอวน
ธุรกิจดอทคอมสามารถทําเงินไดแนนอน เพียงแตตองใชเวลาในการปรับกระบวนยุทธสักระยะหนึ่ง จนกวา
Real Business กับ e-Business จะสามารถหาจุดลงตัวไดในเศรษฐกิจแบบใหม
ยุคนี้ดูเหมือนทุกอยางจะขึ้นตนดวย e เชน e-Commerce, e-Learning, e-Banking, e-money, e-cinema
แมกระทั่งธนาคารกสิกรไทยก็ยังอุตสาหมี e-girl เมื่อสองสามวันกอนเพื่อนจากโลกใบเกามาเยี่ยมเยียนที่ออฟฟต และ
เห็นนามบัตรเขา ถึงกับอุทานวา “บริษัทคุณนี่หยาบคายจริง ๆ อะไร ๆ ก็เปน ‘อี’ ไปหมด”
ความจริง e ทั้งหลายทั้งปวง อาจเรียกรวมกันไดวา e-Business คือธุรกิจที่เกี่ยวของกับอิเล็กทรอนิกสหรือ
ออนไลนทั้งหมด ซึ่งนอกจากการทําเว็บไซตหรือดอทคอมแลว ยังมีธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอีกมากมาย เชน ธุรกิจ Internet
Access ของพวก ISP ทั้งหลาย การใหบริการปรึกษาหรือรับจางพัฒนาเว็บไซต การจัดอบรมเกี่ยวกับการทําเว็บไซตหรือ
การทํา e-commerce ธุรกิจการขายโฆษณาบนอินเตอรเน็ต และอื่น ๆ
การทําเว็บไซตนั้น ก็ยังแบงเนื้อหาหรือการดําเนินธุรกิจไดอีกหลากหลายรูปแบบ เชน เปนไซตทา (เว็บไซตที่
รวบรวมเว็บไซตตาง ๆ) seach engine (เว็บไซตใหบริการสืบคนขอมูล) เว็บไซตที่เนนสราง community เว็บไซตที่เนน
เนื้อหาเฉพาะดาน เว็บไซตที่สรางเพื่อการคาหรือการประมูล (e-commerce / auction) ตลอดจนเว็บไซตที่ตองใชซอฟท
แวรที่พัฒนาขึ้นมาเปนการเฉพาะ เชน e-Learning, e-Banking
แตวันนี้ขอเจาะเรื่องฮอตเรื่องฮิต คือ e-Marketing กอน เพราะถาทําธุรกิจแลวทําเงินไมได ก็ไมรูจะทําไปทําไม
และถาไมมีใครทําเงินได แตกลับมีคนมุงเขามาทําธุรกิจดอทคอมเพิ่มขึ้นทุกวัน ก็ยิ่งเปนเรื่องตลกรายที่นาศึกษา
e-Marketing ที่สนุกนาสนใจและคนสวนใหญมีสวนรวมดวย ก็ควรเปน Consumer Marketing ซึ่งครอบคลุมถึง
e-Business ทุกประเภทที่กลาวมาขางตนที่เปนการทําธุรกิจระหวางเจาของเว็บไซต (ผูประกอบการ) กับผูบริโภคซึ่งเปน
บุคคลทั่วไป ซึ่งรูปแบบหรือหนทางในการหารายไดของธุรกิจดอทคอมในทุกวันนี้มีอยูดวยกันหลัก ๆ สามรูปแบบ คือ
หนึ่ง หารายไดจากการขายขอมูลหรือเก็บคาสมาชิกจากการใชบริการของเว็บไซต สอง หารายไดจากการขายโฆษณาหรือ
หาผูใหสนับสนุน (Advertising / Sponsorship) และ สาม หารายไดจากการขายของหรือการทํา e-Commerce ซึ่งรวมถึง
การประมูล การขายของมือสอง หรือการขายประกันดวย
ทั้งนี้ไมขอรวมการหารายไดจากคาโทรศัพททางไกล ตามที่ลงขาวในหนาหนังสือพิมพอยางเกรียวกราว วาหลอก
ใหดูรูปโป โดยระบุวาไมตองเสียคาสมาชิก แตความจริงหลอกเก็บคาโทรศัพททางไกล เพราะถือวาวิธีการหาเงินแบบนี้เปน
แบบลักไก หรือหลอกลวงผูบริโภค และไมใชแนวทางหลักของคนทําเว็บไซตโดยทั่วไป
ซึ่งทั้งสามรูปแบบ ยังไมมีรูปแบบไหนที่ทําเงินในวันนี้ จนเกิดคําถามยอดฮิตในธุรกิจดอทคอมวา “เว็บไซต
Concept ดี Idea ดี แตจะหารายไดจากไหน”
ผูเขียนขอฟนธงในคอลัมนนี้ตั้งแตวันนี้เลยวา ธุรกิจดอทคอมสามารถทําเงินไดแนนอน เพียงแตตองใช
เวลาในการปรับกระบวนยุทธสักระยะหนึ่ง จนกวา Real Business กับ e-Business จะสามารถหาจุดลงตัวไดใน
เศรษฐกิจแบบใหม
เมื่อประมาณปที่แลว มีผูประกอบการรายใหญในธุรกิจประเภท sunset Industry หันมาทํา website โดยหวังวา
จะเปนการ diversify ความเสี่ยงและขอมีสวนรวมในธุรกิจที่กําลังเติบโตอยางรวดเร็ว โดยเว็บไซตที่ทํามีลักษณะเปน
Portal คือมีทุกอยาง จับทุก segments ทั้งนี้ อาจจะเปนการสะทอนภูมิหลังวิธีคิดวิธีการทํางานจากธุรกิจแบบเกา ที่ใชคน
หลาย ๆ พันคน ก็เลยไมทิ้งกลิ่นอายความเทอะทะ ซึ่งก็เปนไปตามที่คาด คือ ไมประสบความสําเร็จ เพราะสิ่งที่ทําไมใช
สิ่งที่ตนเองถนัด และไมไดใชความไดเปรียบจากฐานธุรกิจเดิมเลย แตทราบวา ณ วันนี้ กลยุทธของเถาแกรายนั้นได
เปลี่ยนไปแลว คือกลับมาพัฒนาตอยอดจากธุรกิจเดิม ซึ่งนับไดวานาจะเปนกาวสําคัญของพัฒนาการธุรกิจดอทคอม ก็
ไดแตหวังวาการหันกลับมาตอยอดนี้ จะมี innovative model ที่หลากหลายเพียงพอ มิฉะนั้น ก็จะยังไมประสบ
ความสําเร็จเหมือนเดิม ซึ่งผูเขียนพยายามลุนแอบใหกําลังใจอยูเงียบ ๆ เพื่อใหเรามีกรณีตัวอยางของความสําเร็จจากการ
ทําธุรกรรมจริง ๆ สักรายสองราย (ที่ไมใชประสบความสําเร็จจากการขายเว็บไซต)
ที่ตองย้ําถึงเรื่อง innovative มาก ๆ เพราะลักษณะสําคัญของ ‘เศรษฐกิจใหม’ นอกเหนือจากขีดความสามารถ
มหาศาลของเทคโนโลยีแลว ก็คือ ความเปดกวาง ซึ่งความเปดกวางนี้ ทําใหธุรกิจมีการเชือมโยง และมีการ
่
overlap ระหวาง sectors ซึ่งในเกมนี้มีคนไดคนเสียแนนอน คนที่สามารถเชื่อมโยง Real Business กับ e-
Business ไดกอน และเชื่อมโยง sectors ตาง ๆ ได นอกจากจะอยูรอดแลว จะสามารถอยูอยางยิ่งใหญดวย ซึ่งการ
เชื่อมโยงตาง ๆ ตองอาศัยวิธีคิดแบบใหมที่ไมจํากัดตัวเองในกรอบธุรกิจเกา
ถาการทําตลาดของธุรกิจดอทคอมยังติดอยูกับรูปแบบเดิม ๆ เชน วิ่งขาย banner ad ดวยวิธีเดิม ๆ เหมือนขาย
โฆษณาใหนิตยสารหรือหนังสือพิมพ ก็คงยากที่จะประสบความสําเร็จ ซึ่งในขณะนี้ อัตราคาโฆษณาบนอินเตอรเน็ตใน
เมืองไทยถูกมาก เพราะตองยอมรับวาเว็บไซตมีจํานวนมาก ทุกวันจะมีเว็บไซตเกิดใหมเกิดขึ้น และ banner ad ใน
เว็บไซตนั้น ก็มีความนาสนใจนอยกวาการโฆษณาดวยสื่ออื่น ๆ เชน ทีวี สื่อสิ่งพิมพ หรือแมกระทั่ง bus ad ประเด็น คือ
คนที่จะทํา e-Marketing จะตองสามารถคิดทะลุรูปแบบการทํางานแบบเดิม ๆ โดยใชประโยชนจากความเปน e-
Business ใหไดมากที่สุด มิฉะนั้น ดวยวิธีคิดวิธีการทํางานแบบเกา ก็ยากที่จะทําใหธุรกิจแบบใหมตอบสนองผูบริโภคได
ดีกวา traditional business ที่มีประวัติพัฒนาการอันยาวนานได และก็จะไมมีทางทําเงินได
โดยความเปนจริงแลว ในโลกของ e-Business นั้น business model ผลิตภัณฑ และฝายการตลาด มีความ
ใกลชิดเชื่อมโยงจนแทบจะเปนสิ่งเดียวกัน (ประเทศเราขาดแคลนบุคลากรที่รูทั้งสามประเภทนี้มาก และเปนประเด็น
สําคัญที่ตองพูดถึงในเรื่อง e-Management …ถายังขยันเขียนอยู) e-Marketing สามารถ mornitor กลุมเปาหมาย และ
ผลตอบรับของกลุมเปาหมายไดทันทีและตลอดเวลา ไมเหมือนการทําธุรกิจในชองทางเดิม ที่กวาจะมีการเยี่ยมตลาด
ตรวจสตอก อานรายงานจากพนักงานขาย ในแตรอบก็ใชเวลาหลายเดือน ยิ่งกวานั้น ก็ยังไมสามารถวิเคราะหสรุปผลได
ชัดเจน เพราะจากผูผลิตถึงผูบริโภคผานหลายขั้นตอนมาก และการขายที่ไมไดผล ก็อาจมาจากหลายสาเหตุ หลาย
ปจจัยรวมกัน จึงยากในการที่จะปรับตัวปรับกลยุทธ และความที่สามารถ mornitor ขอมูลการตอบรับของตลาดนี่เอง ที่
ทําให e-Marketing แทบจะเปนผูออกแบบผลิตภัณฑดวยซ้ํา
เพื่อใหเห็นบทบาทที่ชัดเจนของ e-Marketing จะขอนําทฤษฎีการตลาดที่เกาและ classsic ที่สุดที่วาดวย 4P 1C
มาเปรียบเทียบกับ e-Marketing สาเหตุที่ไมใช 4C, 6C etc เพราะทฤษฎีทางการตลาดสมัยใหมในยุคหลังนี้ ตัวทฤษฎี
เองก็เต็มไปดวยกลิ่นอายของ ‘เศรษฐกิจใหม’ ‘โลกยุคใหม’ อยูแลว
P ที่มีคนพูดถึงและเห็นความแตกตางชัดเจนที่สุด คือ Place เพราะการทําธุรกรรมไดยายจาก real business ที่
จับตองได สู cyber space ที่ทุกคนเขาถึงไดทั่วโลกตลอดยี่สิบสี่ชัวโมง แต P ที่อยากจะให e-Marketing Manager ให
ความสนใจมากที่สุด คือ Product หรือ business model มากกวา ซึ่งนอกจากลักษณะสําคัญที่ฝายการตลาดควรจะมี
บทบาทอยางสูงในการกําหนดและออกแบบผลิตภัณฑแลว (ถาคุณไมไดกําลังทําอยางนี้อยู แสดงวาคุณกําลังไปผิดทาง)
ตัวผลิตภัณฑเองจะมีการปรับเปลี่ยนในอัตราที่รวดเร็วกวาธุรกิจแบบเกามาก เพราะในธุรกิจดอทคอมนั้น เหมือนเรา
กําลังทํา marketing research อยูตลอดเวลา ผลิตภัณฑจึงมีโอกาสที่จะปรับเปลี่ยนใหสอดคลองกับกลุมเปาหมายได
รวดเร็วกวา
สวนการทํา Promotion สําหรับ e-Marketing นั้น เปนการจัดกิจกรรมที่มีการขามสื่อประเภทตาง ๆ มากอยางที่
ไมเคยมีมากอน และจะมีการรวมมือระหวางสื่อประเภทตาง ๆ มาก ไมวาจะเปนสื่อ online offline ทีวี วิทยุ สิ่งพิมพ การ
จัด event และสื่ออื่น ๆ ทุกอยางเทาที่ฝายการตลาดจะคิดออก
Price เปนเรื่องเดียวที่นาเปนหวงที่สุด วาในระหวางทางของการปรับหาจุดเชื่อมตอของ real business กับ e-
Business นั้น นักการตลาดทั้งหลายของ e-Business ที่วงจรธุรกิจยังอยูในภาวะของการตั้งไข จะทําการตลาดแบบ
Price War ลดแหลกแจกแถมจนทําลายโครงสรางราคาที่สมเหตุสมผล คือ กําหนดราคาที่ไมสามารถจะมีแมกระทั่ง
normal profit ตามทฤษฎีเศรษฐศาสตร และยังสรางความเคยชินที่ไมถูกตองกับทั้งฝายผูบริโภคและ traditional
business ทําใหการหาจุดลงตัวของ real business กับ e-Business ทอดยาวออกไปอีก เพราะ real business เกิด
ความลังเลในการที่จะ shift มาสูธุรกิจแบบใหม
สวน C นั้น Consumer นาจะเปนผูที่มีความสุขที่สุด เพราะเศรษฐกิจยุคใหมนั้น เปนโลกของผูบริโภค ไมใชโลก
ของผูประกอบการอีกตอไป เพราะทุกวันจะมีผูประกอบการคอยหาโอกาสที่จะเสนอสิ่งที่ดีกวาใหกับผูบริโภค เพื่อหาทาง
เกิดในตลาดใหได และดวยความกาวหนาทางวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ดูเหมือนผูบริโภคจะไมผิดหวังในการไดสิ่งใหม
ๆ ในราคาถูก ๆ
ถาคุณเปนคนที่ dynamic เปนคนชางคิด ชางวิเคราะห และคอยดมกลิ่นติดตามขาวสารความเคลื่อนไหวตาง ๆ
รวมทั้งเปนคนที่มีความสุขในการปรับเปลี่ยนการทํางานและองคกร คุณจะเห็นความมหัศจรรยของ e-Business และ
สามารถใชประโยชนจากเทคโนโลยีในการทํางานดานการตลาดอยางมหาศาล แตถาคุณเปนพวก ignorance โลกก็ไมใช
ของคุณอีกตอไป ไมวาวันนี้คุณจะทํางานดานการตลาดใน Real Business หรือ e-Business