การสืื่อสารการตลาดแบบครบวงจร
Description
การสืื่อสารการตลาดแบบครบวงจร
Document Sample


Marketing
การสื่อสารการตลาดแบบครบวงจร
(Integrated Marketing Communication)
่
คุณๆประสบกันบางรึเปลาวา ในชีวิตไมมีคนมาจีบทั้งๆทีหนาตาดี
หรือแมหนาตาไมดีก็ทําไมไมมีแฟนเปนตัวเปนตนกับเคาหวา บางที
หนาตาของเรา นิสัยของเรา อาจไมตรงกับใจเขา ถาเอาหลักการตลาดมา
อธิบาย ก็ตองบอกวา สินคาดี ไมใชจะการันตีวาจะขายดีเสมอไป Product
มันเปนแค P ตัวที่หนึ่งยังตองดู Price ราคา place ชองทางการจัดจําหนาย
และ Promotion ควบคูไปดวย Price ของเรา ไมไดหมายถึงสินสอดแต
หมายถึงสิ่งที่เขาตองจายเพื่อมาจีบ หรือเปนแฟนเรา บางคนตั้งกําแพงเยอะ
ั้
วาแฟนฉันตองแบบนั้นแบบนี้ เจากี้เจาการเปลี่ยนแปลงชีวิตแฟนใหมตงแตหัวจรดเทา เทาจรดหัว ขีหึง ้
้
จุกจิก แบบนีแปลวาคุณตั้งราคาคุณไวสูง คนจะเขาหาคุณ ตองมีรถขับ ตองรวย ตองหลอ อันนี้กถือเปน ็
ราคาที่คุณตั้งไวเหมือนกัน
Place คือชองทางการจัดจําหนาย แตประยุกตมาอธิบายไดวา คุณมีชองทางใหเขาพบปะ เจอะ
เจอไดมากแคไหน บางคนมีชีวิตอยูสองที่ คือบานกับมหาวิทยาลัยบางคนอยูเฉพาะเฝาโตะกลุมโตะเดียว
เกาะเพื่อนแจ แถมยังไมเคยทํากิจกรรม อะไรเลย เลิกปุบกลับบาน มีรถที่บานมารับ ไมมีใครรูจัก พบ
เห็นอะไรดีๆในตัวคุณเทาไหร หรือมีคนชอบ แตไมเคยมีโอกาสแมแตจะไดยิ้มให เคยไหมครับเห็น
โฆษณาในทีวี แลววิ่งไปดูในหาง ไมมีขาย รานปากซอยก็ไมมี ที่ไหนก็ไมมี จนไมอยากซื้อแลว
สุดทาย Promotion อันนี้ถาดีจริง แจวจริง ไมตองใชมากหรอกครับ Promotion ทางการตลาด
หมายถึงการสงเสริมการขาย พวกประชาสัมพันธ การสรางภาพตางๆ การลดแลกแจกแถม ..ประเภทจีบ
้
วันนีดูหนังฟรีสองเรื่อง อยางคนแถวนี้ เธอก็ลุกมาทําไดอารี่ เอารูปสวยๆปงๆ ของเธอไปแปะไว ผมก็
อนุมานเอาวาเธอจะทําโปรโมชั่นตัวเธอเอง การเปนนักกีฬา เปนหัวหนาหอง เปนลีดเดอร เปนคนเรียน
เกง แลวไดรับการยกยองเชิดชู เปนตัวแทนนักเรียน ไดรางวัลโนนนั่นนี่ ลวนแลวแตเปนการ
Promotion ในเชิง PR ครับ
สมัยนี้เขาวากันไปถึง P ตัวที่หา หกแลว คือ Packaging คือหีบหอ หนาตา ถาประยุกตมา ก็
นาจะหมายถึง บุคลิก หนาตา การแตงตัว การพูดจา อะไรที่ดูได ฟงได
8-1
การสื่อสารการตลาดแบบครบวงจร
สุดทายคือ People ปกติหมายถึงคนที่ทํางานเกี่ยวของกับสินคา บริษัทนั้นๆ แตกรณีที่เราคุยกัน
่ ่
ผมวามันคือเพือนที่คุณคบหาอยู พอแม พีนอง ซึ่งจะสงผลถึงภาพพจนคุณดวย สมมติ มีคนมาจีบคุณ
เราอาจจะเคยไดยินคําวา “Sharing” ของมือถือยี่หอหนึ่ง ที่พยายามสรางอารมณ และการรับรู
ใหกับผูบริโภคผานสื่อตาง ๆ มากมายทั้งทางโฆษณาทางทีว,ี บอรดประชาสัมพันธ, กิจกรรมพิเศษตาง
่
ๆ เปนตน การผสมผสานสือตาง ๆ เหลานี้ถูกเรียกรวมวา การสื่อสารการตลาดแบบครบวงจร ซึ่ง
่
หมายถึง กระบวนการทีนําเครื่องมือในการสื่อสารการตลาดหลาย ๆ รูปแบบมาผสมผสานให
ู
สอดคลองกับพฤติกรรมของผูบริโภคเปาหมายอยางตอเนื่อง เพื่อใหผบริโภคเปาหมายรับรูวาสินคานั้น
่
ๆ เปนสินคาทีมีการเพิ่มคุณคา แตกตางกับผูผลิตรายอื่นในตลาด โดยองคกรตองตอบคําถามการตลาด
ดังนี้วา เราจะพูดอะไร, กับใคร และบอยครั้งแคไหน
่
ซึ่งเครื่องมือตางๆ เหลานี้จะผานกระบวนการสือสาร (รูปที่ 1)
่
กระบวนการสือสารการตลาด
ผูสงขาวสาร ขาวสาร ชองทางการ ผูรับขาวสาร
สื่อสาร
สิ่งรบกวน
ิ
ปฏิกริยาตอบสนอง
ซึ่งเริ่มจากผูสงขาวสารจะเก็บรวบรวมแนวความคิด ขอมูล สิ่งที่ตองการสื่อสารจาก
แหลงขอมูลตางๆ มาเปนขาวสารในรูปแบบตางๆ เชนตัวอักษร เสียง สี การเคลื่อนไหวตาง ๆ ขาวสาร
ตาง ๆ จะถูกสงไปยังผูรับสารผานชองทางการสื่อสารตางๆ ซึ่งผูรับสารจะทําการแปลความหมายตาม
ี่
การรับรูของผูรับสารแตละคน ซึ่งขึ้นกับประสบการณทผานมา, การศึกษา และสภาพแกวดลอมใน
้ ิ
ขณะนัน การแปลความหมายดังกลาวจะทําใหเกิดปฏิกริยาตอบสนองไปยังผูสงขาวสาร ซึ่งอาจอยูใน
รูปของการเขาใจ การตอบรับ การปฏิเสธ หรือการนิ่งเงียบก็ได ซึ่งตลอดเวลาของการสื่อสารดังกลาว
จะเกิดสิ่งรบกวนในทุกขั้นตอนการการสื่อสาร แตในสวนของการสื่อสารการตลาดนั้น ผูรับสารจะเปน
8-2
Marketing
ู
กลุมเปาหมายทางการตลาดที่ชัดเจน เชน นมสําหรับผูสงอายุ, นมสําหรับสตรีมีครรภ, นมสําหรับเด็ก
ั ี่ ู
ทารก เปนตน ซึ่งการสื่อสารดังกลาวผูสงขาวสารจะมีวตถุประสงคทชัดเจนใหผรับขาวสารมีการ
ตอบสนองที่แตกตาง เชนการสรางความสนใจ การสรางความตองการ หรือ การเรงใหผูรับสารทําการ
ตัดสินใจซื้อ เปนตน
การพัฒนาการสื่อสารใหมีประสิทธิภาพ
ี
การสื่อสารการตลาดที่ดและมีประสิทธิผล จะมี 8 ขั้นตอนดวยกันคือ
1. กําหนดกลุมเปาหมายที่ชัดเจน
2. กําหนดวัตถุประสงคในการสื่อสาร
3. การออกแบบขาวสาร
4. การเลือกชองทางการสื่อสาร
5. การกําหนดงบประมาณในการสื่อสาร
่
6. การตัดสินใจใชสวนผสมเครืองมือการสื่อสาร
7. การประเมินผลการสื่อสาร
8. การบริหารกระบวนการสื่อสารการตลาด
1. กําหนดกลุมเปาหมายที่ชัดเจน
กลุมเปาหมายคือใคร (WHO) ผูใชในปจจุบัน, ผูตัดสินใจ, ผูมีอิทธิพลในการตัดสินใจ, กลุม
ผูขายปลีก หรือบุคคลทั่วไป เปนตน ในการสื่อสารอาจทําการวิเคราะหเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรับรูของ
ผูรับสารโดยใชเมตริกตอไปนี้ (ภาพที่ 2) ชวยตัดสินใจ โดยแบงเปน 4 กลุมดวยกันคือ
ั
กลุม A : รูสึกดี และรูจกสินคา
รูสึกดี ของบริษัทดีมาก
กลุม B : รูสึกดี ๆ กับสินคาแตยัง
B A
ั
ไมรูจกองคกรเลย
ไมเคยรูจักเลย รูจักดีมาก ึ
กลุม C : รูจักดีมาก และรูสกแย
C D เกี่ยวกับสินคาดังกลาว
ั ่
กลุม D : ไมรูจกเกียวกับสินคา
ึ ่
และรูสกแยเกียวกับสินคาดังกลาว
รูสึกแย
8-3
การสื่อสารการตลาดแบบครบวงจร
จากภาพที่ 2 นี้จะชวยใหเราวัดการรับรูของลูกคาไดมากขึ้น จากนั้นอาจถามเพิ่มเติมวา
• คุณคิดถึงอะไรเมื่อนึกถึงโรงภาพยนตร ---- ณ จุดนีจะได Product Attribute ออกมา
้
• หลังจากนันเรียงลําดับความสําคัญ
้
• วัดการรับรูของลูกคาเทียบกับคูแขง แลวทําการเปรียบเทียบ
ู
จากนั้นองคกรอาจตองเปรียบเทียบภาพพจนที่ลกคารับรูกับภาพพจนที่องคกรตองการใหรับรู
เทียบกับภาพพจนของคูแขง ตัวอยาง
2 กําหนดวัตถุประสงคในการสื่อสาร
่ ้ ้ ั้
ในการทีลูกคาจะตัดสินใจซือสินคาอยางใดอยางหนึ่งนัน ลูกคาจะมีขนตอนการตัดสินใจของ
ตัวเอง ขั้นตอนนี้อาจใชเวลาสั้นยาวแลวแตวาสินคานั้นเปนอะไร สินคาบางอยางเปนของแพงมีความ
เสี่ยงสูงในการตัดสินใจลูกคายอมใชเวลาพินิจพิเคราะหหาขอมูล คิดใครครวญกอนจึงตัดสินใจ
บางอยางที่เปนของไมคอยสําคัญนักไมตองการเวลาคิดมาก อาจทดลองซื้อมาใชเลย แลวคอยประเมินวา
รูสึกอยางไรกับสินคานั้น คราวหนาจะซื้ออีกหรือไม
่
ขั้นตอนสุดทายที่เปนวัตถุประสงคในการสือสารการตลาดคือพยายามทําใหลูกคามีการ
ั้
ตอบสนอง (Response) คือการตัดสินใจซื้อสินคานั่นเอง แตเนื่องจากลูกคาจะตองมีขนตอนตางๆ กอนที่
จะนําไปสูขั้นของการตัดสินใจดังกลาว จึงจําเปนตองเรียนรูวาลูกคาอยู ณ จุดไหนในขั้นตอนการ
ุ
ตัดสินใจ และจะผลักดันใหลูกคาเปลี่ยนไปสูระดับการตัดสินใจที่สูงขึ้นเพื่อใหเขาใกลจดที่ตัดสินใจได
ั ั ั
อยางไร เชนเปลี่ยนจากการไมสนใจหรือไมรูจกสินคาใหเปนรูจกสินคา จากการรูจกมาเปนชอบ จาก
ชอบมาเปนความตองการ และนําไปสูการตัดสินใจซื้อในที่สุด ดังขั้นตอนแสดงในรูปที่ 8-5
่
ผูประกอบการอาจกําหนดวัตถุประสงคตอไปนี้สําหรับการสือสารทางการตลาด
• เพื่อสรางความรูจัก (Awareness) หากสินคาของเรายังไมเปนที่รจักของกลุมเปาหมายสวนใหญ
ู
ั
การสรางความรูจกจะเปนวัตถุประสงคอยางแรกของการสื่อสารการตลาด อาจเพียงทําใหคนรูจก ั
ั่
ชื่อดวยการสื่อสารเนนย้ําชื่อของสินคาบอยๆ หรือใหมีชื่อของสินคาปรากฏอยูทวๆ ไปใหคนเห็น
และคุนเคยเชน การแนะนําชื่อเครื่องดื่มซุปไกสกัดยี่หอใหม “บิ๊กบอย” บริษัทอาจกําหนด
ั
วัตถุประสงควา 70%ของลูกคาเปาหมายจะตองรูจกชื่อภายในเวลา 6 เดือน
• สรางความรู (Knowledge) แมลกคารูจักชือสินคาแลว แตลูกคาอาจไมมีความรูในรายละเอียดของ
ู ่
ตัวสินคาดีพอ บริษัทอาจตองการใหลูกคารูวา “บิ๊กบอย” คือเครื่องดื่มซุปไกสกัดยี่หอใหมที่ผสม
สาร xyz บํารุงสมอง หากสํารวจแลวพบวาลูกคาเปาหมายสวนใหญยังไมมีความรูวา xyz ใน
8-4
Marketing
”บิ๊กบอย” คืออะไร (แมจะรูจักชื่อแลวก็ตาม) เปาหมายการสรางความรูยอมจะเปนเปาหมายสําคัญ
ของการสื่อสารการตลาด
• ่
สรางความชอบ (Liking) หากลูกคารูจักชื่อสินคา รับรูวามีสินคาในตลาดและมีความรูเกียวกับ
สินคาเปนอยางดีแลว ผูประกอบการตองรูตอไปวาลูกคารูสึกอยางไรกับสินคา หากลูกคายังไมชอบ
เปนเพราะสาเหตุใด หากเกิดจากตัวสินคาเอง การสื่อสารการตลาดใดๆ ยอมไมชวยแกปญหา เชน
ู
“บิ๊กบอย” อาจมีรสชาติไมถกปากคนหรือหาซื้อยาก ก็ตองไปหาทางแกไขที่ตนตอของปญหาแลว
แนะนําสินคาที่ปรับปรุงแลวออกสูตลาดอีกที
• สรางความชอบเหนือคูแขง (Preference) ลูกคาอาจชอบสินคาของเราแตไมไดชอบมากไปกวา
ี ่
สินคาของคูแขง การสื่อสารการตลาดตองพยายามหาวิธการทีจะสื่อสารเพื่อสรางความเหนือกวาให
่
ผูบริโภคมองเห็นทั้งในดานคุณคา ราคา คุณภาพ ประสิทธิภาพ และอืนๆ ของสินคาหรือบริการ
สามารถตรวจสอบไดวาแผนการสื่อสารนั้นประสบความสําเร็จหรือไมจากการสํารวจความชืนชอบ ่
ของลูกคาวาเพิ่มขึ้นหรือไมหลังการสื่อสารแลว
• สรางความมันใจ (Conviction) ลูกคาอาจจะชอบสินคาแลวเมื่อเทียบกับของคูแขง แตยังไมเกิด
่
ความมั่นใจ แผนการสื่อสารตองมุงไปสูการพยายามสรางความมั่นใจใหแกกลุมลูกคาเปาหมาย
• สรางการตัดสินใจซือ (Purchase) ในที่สุดกลุมเปาหมายสวนหนึ่งเกิดความมั่นใจในตัวสินคาแลว
้
แตยังลังเลที่จะตัดสินใจซื้อหรือคิดวาคอยไปกอน ผูประกอบการควรจะกระตุนกลุมเปาหมาย
้
เหลานี้ใหไปสูจุดสุดทายคือการตัดสินใจซือดวยการใชการสื่อสารการตลาด เชน ลดราคาพิเศษ
เฉพาะชวงเวลานั้นๆ ใหทดลองดื่มฟรี หรือมีของแถม เปนตน
ตัดสินใจ
มั่นใจ
ชอบเหนือคูแขง
ชอบ
มีความรู
รูจัก
รูปที่ 8-5 ขั้นตอนการตัดสินใจของผูบริโภค
8-5
การสื่อสารการตลาดแบบครบวงจร
ั ู
เราจึงควรมีการกําหนดวัตถุประสงคใหชดเจนวาตองการใหผรับสารตอบสนองอยางไร ในการ
ตัดสินใจของผูซื้อใน 3 ขั้นตอน หลัก ๆ ไดแก
• การรับรูสินคา (Cognitive Stage)
• การพอใจและตองการสินคา (Affective Stage)
• การตัดสินใจ (Behavioral Stage)
หรืออาจอธิบายในภาพที่ 3 ดังนี้
ทฤษฏี / AIDA Model Hierachy-of-Effects Models Innovation Adoption
ขั้นตอน Model
การรับรูสินคา รับรู (Attention) รับรู (Awareness) รับรู (Awareness)
ั
รูจก (Knowledge)
การพอใจและ
ตองการสินคา สนใจ (Interest) ชอบ(Liking) สนใจ (Interest)
่
ชอบมากกวาทีอื่น (Preference) ประเมินคุณคา
ตองการ(Desire) (Evaluation)
มั่นใจ (Conviction)
การตัดสินใจ
ซื้อ ซื้อ (Action) ซื้อ (Purchase) ทดลองใช (Trial)
ซื้อ (Adoption)
ั้ ้
จากภาพดังกลาว เราจะรูขนตอนในการซือของลูกคาคือ เรียนรู—รูสึก---ลงมือทํา เชนรถยนต
่
เปนสินคาที่มีมูลคาสูง ใชการตัดสินใจนาน ดังนั้นลูกคาจะเริ่มจากการเรียนรูเกียวกับสินคา โดยการ
เปรียบเทียบกับหลาย ๆ ยี่หอ จากนั้นจะเกิดความตองการขึ้นมา และตัดสินใจซื้อ แตบางครั้ง วงจรการ
่
ซื้ออาจมีการสลับเปน รูสึก---ลงมือทํา---เรียนรู เชน รถเมอซิเดส เบนซ ลูกคาอาจเริมจากความ
8-6
Marketing
ตองการ ความรูสึกวาสินคามีคุณคา ภาพพจนดี แลวตัดสินใจซื้อเลย คอยมาเรียนรูในภายหลัง หรือ
อาจมีการสลับเปน เรียนรู --- ลงมือทํา---รูสึก เชนสินคาที่ตัดสินใจไดงาย ๆ เชน น้ําตาล, ขาว เปนตน
ึ ื
กรณีศกษา : บริการสัญญาณมือถือของ Orange ใชวงจรการซื้อคือ รูสก- ลงมือทํา-- เรียนรู
เริ่มจากการที่กลุมเปาหมายคุนเคยกับมือถือ แตไมรูวามี Orange อยูในตลาด Orange ไดทําการ
่ ึ
สื่อสารผานสือตาง ๆ โดยเนนการสรางความรูสก ใหกลุมเปาหมาย
ตระหนักวามี บริการมือถือใหมเขามาชื่อ Orange (Awareness) สราง
ภาพพจนสังคมที่อบอุน จนกลุมเปาหมายมีความรูสึกรวมและเปนสวน
หนึ่งของครอบครัว Orange (Knowledge & liking) จากนั้น Orange ก็ย้ํา
่
ดวยรายละเอียดคุณสมบัติของ Orange พรอมกับโปรโมชันตาง ๆ มาเรง
การตัดสินใจของกลุมเปาหมายใหตัดสินใจซื้อทันที (Purchasing)
3. การออกแบบขาวสาร : ตามปกติขั้นตอนการออกแบบขาวสารจะเหมือนกับการจีบสาว
้
ซึ่งเริ่มจากเรียกรองความสนใจกอน จากนันคงความสนใจไวนาน ๆ แลวทําใหเกิดความ
พอใจ ความตองการ จบทายดวยการตัดสินใจ (AIDA Model) การออกแบบขาวสารจะ
ตอบคําถามวา
• คุณจะสื่อสารอะไร (Message Content)
• คุณจะสื่อสารอยางไร (Message Structure)
• คุณจะใชรูปแบบอะไร (Message Format)
• ใครเปนผูสื่อสาร (Message Source)
่
3.1 คุณจะสือสารอะไร (Message Content)
สิ่งที่ตองเคลียรอยางแรกคือ อะไรคือจุดขายของสินคา , แนวความคิด โดยเนื้อหาที่จะสง
ขาวสารใหมี 3 แบบดวยกันคือ
• เหตุผล : เนื้อหาจะสื่อความเกี่ยวกับลักษณะ
รูปแบบ คุณภาพ คุณคาของสินคา เชน นมผง
แคลเซียมสําหรับผูสูงอายุเปนตน
• อารมณ : จะสือความเกียวกับจุดขายทางอารมณ
่ ่
เปนหลัก ทั้งในแงดี และแงลบ แงดี เชน ความ
8-7
การสื่อสารการตลาดแบบครบวงจร
สดชื่น, การมีสวนรวม, อารมณขัน, ความรัก ความภาคภูมิใจ เชน โของ Orange ในแง
ลบเชนความรูสึกผิด ความละอายใจ และความกลัวเปนตน เชน ไทยประกันชีวิต, เดน
ทีน
• จริยธรรม เนนการสื่อความเกี่ยวกับความถูกตอง
และเหมาะสม เชนการรณรงคตอตานยาเสพติด ของ
โครงการ รณรงคเพื่อการไมสูบบุหรี่ สิ่งที่สําคัญคือ
แหลงที่มาของขอมูลที่ตองเลือกทั้ง Presenter และชองทาง
การสื่อสาร
่
3.2 คุณจะสือสารอยางไร (Message Structure)
• สรางขอสรุป เชน เปปซี่สําหรับคนรุนใหม
• ดานเดียวหรือสองดาน หากเปนการสื่อความดานเดียวจะเนนขอดีหรือลักษณะเดน
หาก 2 ดานจะเนนทั้งขอดีและขอเสีย
• การเรียงลําดับความสําคัญของขาวสาร
โครงสรางของขาวสาระสําคัญไมแพเนื้อหาของขาวสาร เปนการตัดสินใจวาเนื้อหาของ
้ ่
ขาวสารนันจะแสดงในรูปทีมีการสรุปหรือไมสรุป (conclusion drawing) เปนการใหขาวสารแบบดาน
เดียวหรือสองดาน (one-sided vs two-sided message) และการเรียงลําดับกอน-หลังของขาวสาร (order
of presentation)
เนื้อหาการโฆษณาที่บอกวา “แฟบ ซักผาไดขาวกวาจนเห็นไดชัด” เปน
่
ขาวสารแบบทีมีการสรุปใหลูกคาเลยวาซักแลวจะขาวกวาใชยี่หออื่นขอใหไปซื้อ
่
หามาใชเสีย แตขอความโฆษณาทีวา “จี๊ป พาหนะในแบบฉบับของคุณ” เปน
ู
ตัวอยางขาวสารที่ไมสรุป เนื่องจากจะใหผรับขาวสารคิดและสรุปเอาเองวา ”แบบ
่ ่
ฉบับของคุณ” นั้นคืออะไร ซึงแตละคนก็อาจคิดไปไดตางๆ นานา แตหากเปลียนขอความใหมเปน”จีป ๊
่
พาหนะของวัยหนุม” อยางนี้เปนขาวสารทีมีขอสรุปชัดเจน ลูกคาทีเ่ ปนผูสูงอายุคงไมซื้อและตลาดคง
เล็กกวาเมื่อเปรียบเทียบกับการใชขอความแบบแรก
ขาวสารแบบดานเดียว (one-sided message) จะใหขอมูลทีเ่ ปนขอดีหรือ
คุณลักษณะเดนของสินคาเทานั้น แตหากเปนขาวสารแบบสองดาน (two-sided
message) จะใหขอมูลทั้งดานดีและดานดอยของสินคาดวย เชน “ยาสีฟนซอลท เค็มแต
ดี “ เปนขาวสารแบบสองดาน “ยาสีฟนพาโรดอนแท็กซ ดีสําหรับเหงือกและฟน” เปน
8-8
Marketing
ขาวสารแบบดานเดียว
การเรียงลําดับกอนหลังของขาวสารก็เปนเรื่องสําคัญ ขาวสารบางอยางจะเอาสวนสําคัญที่สุดที่
ตองการบอกกับลูกคาไวสวนตนสุดของขาวสาร โดยเฉพาะหากเปนขาวสารประเภทดานเดียว (one-
sided) หรือขาวสารที่ตองพูดหรือเขียนยาวๆ อยางในนิตยสารหรือหนังสือพิมพ คนอานไมไดอาน
ทั้งหมด ควรจะเอาสวนสําคัญที่สุดไวเปนสวนแรก ขาวสารบางอยางก็เก็บเอาสวนสําคัญที่สุดไวบอก
ลูกคาตอนสุดทาย เชนโฆษณาขายเครื่องออกกําลังกายทางทีวี ที่จะบอกเรื่องสําคัญเชนราคา การลดแลก
ี่
แจกแถม การผอนชําระไวทตอนทายของโฆษณา
3.3 คุณจะใชรูปแบบอะไร (Message Format)
รูปแบบของการนําเสนอขาวสารอาจอยูในรูปของแผนพับ, ภาพเคลื่อนไหว, โปสเตอร,
เสียงตามสาย เปนตน ซึ่งรูปแบบแตละอยางก็จะมีรูปแบบที่
แตกตางกันไป เชน
• โปสเตอร ตองตัดสินใจเกี่ยวกับ หัวเรื่อง, เนื้อความ, รูปภาพ
และสีสัน
• เสียงตามสาย สิ่งที่ตองคิดคือ น้ําเสียง, เนื้อความ, โทนเสียง
เปนตน
• สื่อโฆษณาทางโทรทัศน เนน การสื่อความทางรางกาย แสง สี
เสียง ผูนําเสนอ เนื้อหา เรื่องราว เปนตน
3.4 ใครเปนผูสื่อสาร (Message Source) แหลงที่มาของ
ขาวสารเปนสิ่งที่ตองพิจารณาอยางถี่ถวนเพราะมีผลตอความเชื่อถือ และความสนใจของ
กลุมเปาหมาย เชน
• การใชผเู ชี่ยวชาญ เพราะถือวาเปนผูรู เชน
โฆษณายาสีฟนนําเสนอโดยหมอฟน
• การใชผูทนาเชื่อถือ เชน โฆษณา TV Shopping
ี่
จะนําผูที่เคยใชสินคาแลวเห็นผลมาบอกวา
สินคานี้ดีอยางไร ชวยเขาไดมากแคไหน
8-9
การสื่อสารการตลาดแบบครบวงจร
• การใชดารา หรือคนของประชาชน เชน โฆษณามิสทีนใช D2B เปนผูนําเสนอ
เปนตน
• ขอมูลจากองคกร ที่ไดรับความเชื่อถือ เชน สํานักงานผูคุมครองผูบริโภค เปนตน
ยิ่งขาวสารที่ตองการความนาเชื่อถือมากเทาไร การเลือกใชแหลงขอมูลยิ่งมี
ความสําคัญมากเทานั้น
4. การเลือกชองทางการสือสาร ่
การเลือกชองทางการสื่อสารที่เหมาะสม จะชวยใหการสื่อสารมีประสิทธิภาพมากขึ้น
อยางเชนสินคายาที่ขายใหแพทย เดิมอาจขายผานตัวแทนขาย แตพบ วาแพทยมีเวลานอยมาก จึงตองหา
่ ้
ชองทางการสือสารใหมากขึน เชนผานวารสารทางการแพทย การประชุมสัมมนา จดหมายขายตรง
ตัวอยางยา หรือแมกระทั่ง เทเลมารเกตติ้ง เปนตน
่
ชองทางการสือสารอาจแบงเปน 2 แบบคือ
4.1 สื่อสารผานบุคคล : เชนการนําเสนอขาย การประชุม โทรศัพท หรือ อีเมล เปนตน ซึ่งถือ
เปนการสื่อสารทางตรง มีการตอบสนองในทันที ชองทางที่ผานบุคคลเชน
• ตัวแทนขาย นําเสนอขายไปยังกลุมเปาหมายประเภท
รานคา, กลุมอุตสาหกรรม และกลุมวิชาชีพ แตจะไม
นิยมการใชตัวแทนขายกับผูบริโภคเปนจํานวนมาก
• ผูเชี่ยวชาญ เชน แพทยทางดานโภชนา อธิบายเกียวกับ ่
โภชนาการใหกลุมเปาหมายเชน นมเพื่อสุขภาพ อาหาร
ปลอดสารพิษ เปนตน
• สังคม เชนเพือนบาน, เพื่อน, คนในครอบครัว เปนตน
่
้
เนนการพูดตอเกี่ยวกับสินคา หรือบริการนีดีใหทดลองใชดู เชน การแนะนํา
รานอาหารอรอย, การบริการของโรงแรม หรืออาจอยูในรูปแบบ Direct sales ก็
ได เชนมิสทีน แอมเวย หรือโครงการ Member get Member ของ UBC
4.2 สื่อสารโดยไมใชบุคลากร : เชนมีเดีย บรรยากาศ หรือกิจกรรมพิเศษตางๆ
• มีเดีย – สื่อสิ่งพิมพิ,์ หนังสือพิมพ, วารสาร, ไดเร็ทเมล, สื่อวิทยุ-โทรทัศน, วิทยุ
ี
เทป วิดโอ, CD-Rom, เวบเพจ หรือปายประชาสัมพนธ , บิลบอรด, สัญลักษณ ,
โปสเตอร เปนตน
• บรรยากาศ – บรรจุภัณฑ , การตกแตง, รูปลักษณ
8 - 10
Marketing
• กิจกรรมพิเศษ เชน นิทรรศการ สัมมนา เกมโชว, PR, การสนับสนุนกิจกรรม เปน
ตน
การเลือกชองทางการสื่อสารนั้นผูประกอบการอาจจะเลือกใชชองทางทั้งสองประเภทควบคูกัน
ั
ไป เชนใชการโฆษณานํารองเพื่อใหลูกคารูจกสินคา เมื่อพนักงานขายออกไปพบลูกคาก็จะขายไดงาย
ขึ้น ชองทางแตละประเภทมีความเหมาะสมตางกันไปตามสินคาและกลุมลูกคาเปาหมาย หากเปนสินคา
แพง ลูกคาตองการขอมูลมาก การโฆษณา ประชาสัมพันธและสงเสริมการขายไมสามารถใหขอมูล
เพียงพอตอการตัดสินใจ ตองใชพนักงานขายที่จะตองใหขอมูล ทําการสาธิตการใชงานและติดตอ
่ ู ั
ลวงหนากับลูกคากอนจะนําไปสูการตัดสินใจ แตหากเปนสินคาพื้นๆ ทั่วไปเปนทีรจกของลูกคาดีอยู
ู
แลว ไมมีอะไรสลับซับซอนในการใชงานและมีลกคาอยูเ ปนจํานวนมาก ชองทางประเภท
สื่อสารมวลชนยอมเหมาะสมกวา
สื่อประเภทตางๆ
- หนังสือพิมพสวนกลาง - หนังสือพิมพทองถิ่น
- แผนพับ - ใบปลิว
- แค็ตตาล็อค - ไดเร็กเมล
- วารสาร/ นิตยสาร - นามานุกรม
- สมุดโทรศัพท - วิทยุ
- โทรทัศน - โทรศัพท
- โรงภาพยนตร ุ
- การตกแตงที่จดขาย
- ปายโฆษณากลางแจง ่
- สื่อโฆษณาเคลือนที่
- ปายบอกทาง - นามบัตร
- อินเตอรเน็ท - โทรศัพทมือถือ ฯลฯ
่
ตาราง สือประเภทตางๆ
5. การกําหนดงบประมาณในการสือสาร : จะใชงบในการสื่อสารเทาไรดี มีหลาย ๆ วิธีการดังนี้
่
วิธีการ ขอดี ขอเสีย
1. ยอดเงินที่บริษัทสามารถจายได มีความชัดเจน และงายตอการกําหนด ไมสนใจผลลัพธในการขาย
(Affordable Method) งบประมาณ
2. เปอรเซนตตอยอดขาย เห็นความสัมพันธระหวางยอดขายกับ คาใชจายสงเสริมการขายดูจาก
(percentage – of – Sales) แผนการสงเสริมการขาย ยอดขายในอดีต
8 - 11
การสื่อสารการตลาดแบบครบวงจร
วิธีการ ขอดี ขอเสีย
3. เปอรเซนตตอยอดขายที่เทากับ
เทียบกับงบสงเสริมการขายกับคูแขง ไมคํานึงถึงสภาพของตัวเอง เชน
คูแขง (Competitive-Parity Method) ่
จํานวนสินคา, ชือเสียง และ
วัตถุประสงค
4. กําหนดจากวัตถุประสงคและงาน มีการกําหนดวัตถุประสงค และงานที่จะ
ที่ทําใหบรรลุวัตถุประสงคนั้น ทําเพื่อใหบรรลุวัตถุประสงคนั้น มีการ
(Objective and Task Method) มองในภาพรวม และเนนผลสําเร็จเปน
สําคัญ
่ ่
6. การตัดสินใจใชสวนผสมเครืองมือการสือสาร
่ ่
องคกรสามารถนํางบประมาณการโฆษณามาเลือกใชเครืองมือในการสือสารไดดังนี้
ประเภท โฆษณา Sales promotion Public Relation Personal Direct
Selling Marketing
เทคนิค • Public Presentation • Communication • High • Personal • Nonpublic
• Pervasiveness, • Incentive Credibility confrontation • Customized
ความถี่ • Invitation • Ability to catch • Cultivation • Up-to-Date
• Amplified buyers off • Response • Interactive
Expressiveness guard
• Impersonality • Dramatization
สื่อสิ่งพิมพ และบอร การแขงขัน, เกม, สัมมนา ตัวแทนขาย, การ แค็ตตาล็อต,
ประชาสัมพันธ ล็อตตารี่ ปราศรัย ประชุมตัวแทน จดหมาย, เทเล
บรรจุภัณฑ พรีเมียร, ของขวัญ รายงานประจําป ขาย, โปรแกรม มารเกตติ้ง, ขายทาง
โฆษณาทางทีวี ตัวอยางสินคา การบริจาคหรือ ราคาขายพิเศษ, อินเตอรเนต, ขาย
โปสเตอร, แผนพับ, งานแสดง, เปนสปอนเซอร, ชิ้นงานตัวอยาง, ทางทีวี, จดหมาย
ใบปลิว นิทรรศการตาง ๆ การมีสวนรวมกับ งานแสดงสินคา แฟกซ, E-Mail,
ไดเรททอรี การนําเสนอ ชุมชน, สัมภาษณ, Voice-Mail
บิลบอรด คูปอง กิจกรรมพิเศษ,
การจัดแสดงงานตาง ๆ การลดราคา นิตยสารบริษัท
สัญลักษณ, โลโก สะสมแตม
วีดีโอเทป
8 - 12
Marketing
• การโฆษณา (Advertising) เปนเครื่องมือสื่อสารการตลาดที่เขาถึงสาธารณชนจํานวนมาก และ
สามารถครอบคลุมพื้นที่ไดกวางขวาง ไมอาจเจาะจงลูกคาเปนรายคนได
เมื่อโฆษณาในทีวี หรือหนังสือพิมพยอมไมอาจเลือกไดวาจะใหลูกคาคน
ไหนเห็นหรือไมเห็นโฆษณาได การโฆษณาเปรียบเสมือนการสื่อสารทาง
เดียวกับลูกคา เพราะไมสามารถสรางปฏิกริยาตอบรับหรือปฏิเสธจาก
ลูกคาได ไมสามารถสรางความผูกพันวาลูกคาจะตองดูหรือฟงโฆษณา
ของเรา โฆษณาเปนการสื่อสารที่ทําใหลูกคาไดรับขาวสารขอมูลทีเ่ ปน
มาตรฐานเดียวกัน และสามารถใชโฆษณาซ้ําไดบอยครั้งเทาที่ตองการ โฆษณาอาจใชเพื่อการสราง
ภาพพจนระยะยาว หรือเพื่อการเพิ่มยอดขายในระยะเวลาสั้นๆ เชนโฆษณารายการสินคาลดราคา
ประจําสัปดาห
• การสงเสริมการขาย (Sales Promotion) เปนเครื่องมือทีใชเพื่อการสรางผลกระทบในระยะสั้นเปน
่
สวนใหญ เพื่อจูงใจใหเกิดการตัดสินใจซื้อ การตอบสนองในทันทีจากลูกคาเพื่อนําไปสูการเพิ่ม
ยอดขายในชวงเวลาหนึ่งๆ การสงเสริมการขายเชน ของแถม ลดราคา แลกซื้อ แลกคูปอง การ
่
ประกวด การคืนเงิน การเพิมปริมาณในราคาเดิม การชิงโชค การสะสมรับของรางวัล ฯลฯ ลวน
เปนไปเพื่อการสื่อสารใหลกคาสนใจสินคา เพื่อการจูงใจใหลูกคาอยากซื้อ ซื้อเพิ่ม หรือซื้อทันทีไม
ู
รีรอ และยังเปนการชักชวนใหลูกคาเขามารวมกับกิจกรรมของบริษัทอีกดวย
• การประชาสัมพันธและการเผยแพร (Public Relations and Publicity) เครื่องมือนีในการสื่อสาร
้
การตลาดมีลักษณะที่แตกตางไปจากโฆษณาตรงที่สามารถสรางความเชื่อถือไดดีกวา เพราะการ
ปรากฎขาวและภาพทางหนังสือพิมพเปนเสมือนการรายงานขอเท็จจริงมากกวาการโฆษณาที่
ผูบริโภคสวนใหญคิดวาเปนการพูดเกินความจริง หรือเปนการจัดฉากใหดูดี การประชาสัมพันธ
ั ี
และเผยแพรยงเปนวิธีที่สามารถเขาถึงผูบริโภคบางกลุมที่ปฏิเสธโฆษณา คือดูทีวก็กดรีโมทหนี
โฆษณา ดูหนังสือพิมพหรือนิตยสารก็พลิกผานโฆษณาไปอยาง
รวดเร็ว การประชาสัมพันธในรูปการจัดกิจกรรมที่ปรากฏเปน
ขาว หรือการเผยแพรบทสัมภาษณผูบริหารยอมเปนทางใหเขาถึง
ี ี
ลูกคาประเภทนี้ไดดกวา และหากทําไดดจะชวยประหยัด
คาใชจายไดมาก เพราะการเผยแพร (Publicity) เปรียบเสมือนการ
โฆษณาฟรี แตทั้งนี้ตองอาศัยความสัมพันธกับสื่อมวลชนตางๆ
่
ในการตีพิมพเผยแพรขาวทีสงไปให ซึ่งเปนการยากที่จะควบคุมได เนื่องจากขึ้นอยูกับความ
นาสนใจของขาว และเวลา/ พื้นที่ที่สื่อนั้นมีใหดวย
8 - 13
การสื่อสารการตลาดแบบครบวงจร
• การใชพนักงานขาย (Personal Selling) หากลูกคาอยูในขั้นตอนทายๆ ของกระบวนการตัดสินใจ
เชนเกิดความชอบสินคาแลว แตยังลังเลไมตัดสินใจ การใชพนักงานขายจะเปนเครื่องมือที่ดีที่สุด
เมื่อเทียบกับเครื่องมือการสื่อสารการตลาดอยางอื่นๆ การใชพนักงานขายมีขอดีที่เปนการสื่อสาร
้
แบบเผชิญหนากัน ทําใหสามารถชีแจงทําความเขาใจ และใหขอมูลระหวางกันไดอยางดี แตละฝาย
สามารถสังเกตปฏิกริยาของอีกฝายหนึ่งไดชัดเจน สามารถสรางความผูกพันกับลูกคา และสราง
สัมพันธในระยะยาวได
• การตลาดทางตรง (Direct Marketing) การตลาดทางตรงมีหลายรูปแบบ เชนการขายสินคาทาง
ไปรษณีย การขายทางโทรศัพท ทางอินเตอรเน็ต เปนการสื่อสารที่เจาะเขาถึงลูกคาเปนรายตัว
สามารถจัดหาสินคาบริการที่เหมาะสมสอดคลองกับลูกคาแตละราย และสามารถสรางปฏิสัมพันธ
ระหวางลูกคากับผูขายได
่
ปจจัยในการใชเครืองมือสวนผสมทางการสื่อสาร
1. ลักษณะตลาด :
2. กลยุทธดึงและผลัก
3. ขั้นตอนการซื้อ
4. วงจรสินคา
5. ระดับขององคกรในตลาด
7. การประเมินผลการสือสาร ่
หลังจากจัดทําแผนการสื่อสารการตลาด องคกรตองทําการวัดผลการตอบรับของกลุมเปาหมาย
วาเขาไดขาวสารไดรับความสนใจ เกิดอารมณ และมีการตัดสินใจหรือไม ซึ่งการวัดผลดังกลาวอาจ
มีหลายขั้นตอน
• กอนการสือสาร อาจมีการทดสอบแนวคิดโดยใช Storyboard หรือใชการอภิปรายกลุมยอย
่
่
(Focus Group) หรือการใชการวิจัยเกี่ยวกับสินคา ทั้งในเรืองของ เหตุผล อารมณ และการ
ตัดสินใจ
• หลังการสือสาร อาจมีการสอบถามเกียวกับการตอบสนองกลับเชน
่ ่
TV Shopping ใหโทรกลับภายใน 15 นาที จะไดสวนลด….. , หรือ
การทดสอบวาจดจําสื่อโฆษณา หรือสินคานี้ไดหรือไม หรือวัดจาก
ยอดขายโดยตรง
8 - 14
Marketing
่
8. การบริหารกระบวนการสือสารการตลาด
ใหมองในภาพรวมในการบริหารการสื่อสารทางการตลาดดังนี้
ขั้นตอน ี
วิธการ สิ่งที่ตองทํา
1 เปาหมายหรือภารกิจในการสื่อสาร
2 กลุมเปาหมาย
3 ่
เขาใจสินคาทีจําหนวย
4 วิเคราะห SWOT
Strength
Weakness
Opportunity
Threat
5 กําหดตําแหนงของตราสินคา
6 กําหนดจุดขาย
7 กําหนดงบประมาณ
8 เลือกเครื่องมือในการสื่อสารตรา
สินคากับกลุมเปาหมาย
9 เลือกแนวทางการนําเสนอ
8 - 15
การสื่อสารการตลาดแบบครบวงจร
คําถามทายบท
1. จากกรณีศึกษา “บานไรกาแฟ” ในบทที่ 3 จงอธิบายรูปแบบการสื่อสารทางการตลาดของบานไร
กาแฟ
่
2. ขณะมีที่ขาวเกียวกับวิกฤตการณ “ไขหวัดนก” ที่แพรกระจายใน
สัตวปก โดยเฉพาะไก, เปด และนก ซึ่งเปนขาวใหญในเดือน
มกราคม ป 2547 หากคุณเปนเจาของแฟรนไชน ไกทอดนายพล
ที่มีชื่อเสียงทั่วประเทศ รวมทั้งแถบประเทศเอเซีย ขอใหคุณทํา
การวิเคราะหผลกระทบทีเ่ กิดขึ้น และหาหนทางการแกไข
ั
ปญหา พรอมวางแผนทําการสื่อสารใหกบผูซื้อแฟรนไชน และผูบริโภคเขาใจเกี่ยวกับการ
บริโภคไกแลวปลอดภัย พรอมทั้งกระตุนใหผูบริโภคหันมากินไกทอดเหมือนเดิม
โรค"ไขหวัดนก" ที่ระบาดมาตั้งแตชวงฤดูหนาวปลายป 2546 ขามปมาจนถึงทุกวันนี้ตรวจพบการระบาดแลว
ทั้งสิ้นใน 7 ชาติ ชาติแรกที่ยืนยันการตรวจพบโรคไขหวัดนกในวันที่ 15 ธ.ค.2546 ไดแก"เกาหลีใต"
ี่
"เวียดนาม"เปนชาติทสองที่ระบุวาพบโรคไขหวัดนก เมื่อวันที่ 9 ม.ค.2547 ถัดมาวันที่ 11 ม.ค. มีชาวเวียดนามรายแรก
เสียชีวิตจากโรคไขหวัดนก และจนถึงวันที่ 25 ม.ค. ไวรัสไขหวัดนกสายพันธุเอช 5 เอ็น 1 คราชีวิตชาวเวียดนามไป
แลว 6 ราย ในจํานวนนี้เปนเด็ก 5 ราย
สวนชาติอื่นๆในเอเชียที่ประกาศยอมรับมีโรคไขหวัดนกระบาด ประกอบดวย "ญี่ปุน" (13 ม.ค.) "ไตหวัน"
(15 ม.ค. แตพบวาเปนไวรัสไขหวัดนกสายพันธุเอช 5 เอ็น 2) "ไทย" (23 ม.ค.) "กัมพูชา" (23 ม.ค.) และ"อินโดนีเซีย"
(25 ม.ค. ไกที่ตายบางสวนเปนโรคไขหวัดนกผสมโรคนิวคาสเซิล)
ในสวนของประเทศไทย สํานักขาวตางประเทศ อาทิ บีบีซีและเอพีรายงานไปทั่วโลกวา ทางการไดรายงาน
การระบาดของโรคอหิวาตไกตั้งแตเดือนพ.ย.2546 พรอมกับยืนกรานมาโดยตลอดวา ไกที่ลมตายนับลานตัวเปนโรค
ิ
อหิวาต หรือโรคหา ไมใชโรคไขหวัดนก กระทั่งเกิดกรณีพบผูตดเชื้อไขหวัดนกจากไกขึ้นมาจึงตองยอมเปดเผยความ
จริง
ขณะเดียวกันพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ใหสัมภาษณยอมรับวา ทราบเรื่องไขหวัดนกมากอนการ
ประกาศราว 2-3 สัปดาหแตตองปดเงียบ เพราะไมตองการใหสังคมแตกตื่น สงผลใหผูเลี้ยงไกรายยอยมองวา พ.ต.ท.
ิ
ทักษิณไมพูดความจริงเพื่อปกปองผูสงออกไกรายใหญที่ใกลชดกับรัฐบาล
อยางไรก็ตาม ความพยายามควบคุมปกปดขอเท็จจริงขอมูลขาวสารเรื่องไขหวัดนกของพ.ต.ท.ทักษิณก็ไม
สัมฤทธิผล ขณะนี้ปรากฏวาหลายชาติทั่วโลกสั่งระงับการนําเขาไก ผลิตภัณฑจากไก รวมถึงสัตวปกอื่นๆ ของไทย
8 - 16
Marketing
เรียบรอยแลว ประกอบดวย มาเลเซีย สิงคโปร เกาะไตหวัน เกาหลีใต ฟลิปปนส ฮองกง บังกลาเทศ ญี่ปุน กลุม
ประเทศสหภาพยุโรป หรือ"อียู" รวม 15 ชาติ จีน และพมา
นอกจากนี้คงตองจับตาดูสถานการณโรคระบาดไกใน"ลาว"เชนกัน เนื่องจากรัฐบาลลาวเคยแถลงเมื่อวันที่ 21
่
ม.ค.วา มีไกตายดวยโรคอหิวาต ดังนั้นมีความเปนไปไดหรือไมที่โรคระบาดทีแทจริงอาจเปนไขหวัดนก ซึ่งกําลัง
ระบาดในหมูชาติเพื่อนบานของลาว
สําหรับรายงานการแพรระบาดของโรคไขหวัดนกมายังมนุษยนั้นยังคงพบเฉพาะแคใน 2 ชาติเทานั้น
กลาวคือ เวียดนามกับไทย ดาน"องคการอนามัยโลก"แสดงความวิตกวา วิกฤตโรคไขหวัดนกระบาดครั้งนี้อาจทวี
ความรายแรงกวาโรค"ซารส" ถาเชื้อไวรัสไขหวัดนกเกิดการ"กลายพันธุ" ถาไวรัสไขหวัดนกจากสัตวมีโอกาสเขาไป
แลกเปลี่ยนถายทอดพันธุกรรมกับไวรัสโรคไขหวัดในคน และระบุดวยวา กวาที่วัคซีนปองกันเชื้อไขหวัดนกในเอเชีย
จะพัฒนาและผลิตสําเร็จอาจตองใชเวลาเกินกวา 6 เดือน เพราะไวรัสเริ่มดื้อยา
ตามประวัติศาสตรการแพทย ไวรัสโรคไขหวัดนกมีการตรวจพบครั้งแรกในโลกเมื่อประมาณ 100 ปมาแลว
ื
ในประเทศ"อิตาลี" แตเปนการระบาดในหมูสัตวปก โดยเชื้อไวรัสไขหวัดนกก็คอ "ไขหวัดใหญชนิดเอ" ถือเปนเชื้อ
โรคไขหวัดใหญชนิดรุนแรงที่สด ุ
กระทั่งในปพ.ศ.2540 ไวรัสไขหวัดนกสายพันธุเอช 5 เอ็น 1 ไดขามจากสัตวมาติดคนเปนครั้งแรกในเขต
ิ ิ ้ ้
บริหารพิเศษ"ฮองกง"ของจีน ทําใหมีผูตดเชื้อไขหวัดนก 18 รายและมีผูเสียชีวิตอีก 6 ราย ผูตดเชือและเสียชีวิตทังหมด
อาศัยอยูในเขตที่มีประชากรอาศัยหนาแนนและในจํานวนดังกลาวมี 9 รายเปนเด็กอายุต่ํากวา 10 ป
ตอมาในเดือนก.พ.2546 เชื้อไวรัสไขหวัดนกสายพันธุเอช 7 เอ็น 7 แพรระบาดในประเทศเนเธอรแลนด เปนเหตุใหมี
คนติดเชื้อ 82 ราย และสัตวแพทยเสียชีวิต 1 ราย และในเดือนเดียวกันนี้ไขหวัดนกเอช 5 เอ็น 1 ก็กลับมาระบาดใน
ฮองกงระลอกใหม หนนี้คราชีวิตพอ-ลูกชาวฮองกงไป 2 ราย
ิ
จากกรณีการระบาดของโรคไขหวัดนกทั่วโลก ไมเคยพบการติดโรคชนิด"คนสูคน" มีแตตดจาก"สัตวสูคน"
เทานั้น และคนที่ติดโรคลวนไดรับเชื้อจากสารคัดหลั่ง หรือมูลของสัตวที่ปวยเปนไขหวัดนก โรคไขหวัดนกมีระยะ
ฟกตัว 1-3 วัน ผูปวยจะมีอาการไขสูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกลามเนื้อ ออนเพลีย เจ็บคอ ไอ ผูปวยเด็กเล็ก
ี่
ผูสูงอายุ หรือผูทมีโรคประจําตัวอาจมีภูมิคุมกันไมดี และมีอาการรุนแรงได โดยจะมีอาการหอบ หายใจลําบาก
เนื่องจากปอดอักเสบรุนแรง
คําแนะนําทั่วไปในการรักษาสุขภาพและพฤติกรรมอนามัยเพื่อปองกันโรคไขหวัดนก
ิ
1.ควรรักษารางกายใหแข็งแรง เพื่อใหรางกายมีภูมตานทานโรคไดดี โดยการรับประทานอาหารใหครบถวน
รวมทั้งผักและผลไม งดบุหรี่และสุรา นอนหลับพักผอนใหพอเพียง ออกกําลังกายอยางสม่ําเสมอ และในชวงอากาศ
เย็น ควรสวมเสื้อผาใหรางกายอบอุน
2.หากมีอาการไมสบาย เชน มีไข ปวดศีรษะ หนาวสั่น เจ็บคอ ไอ เปนตน ตองรีบไปพบแพทยทันที และแจง
แพทยดวยวาทํางานในฟารมเลี้ยงสัตวหรือมีประวัติสัมผัสซากสัตว
http://www.matichon.co.th/khaosod
8 - 17
Get documents about "