Docstoc

HARMFULCONTENT_ FREESPEECH

Document Sample
HARMFULCONTENT_ FREESPEECH Powered By Docstoc
					                                สารบัญ


                                                      หน้ า
บทนา                                                   1

                 ั
แนวคิด ทฤษฎี วิวฒนาการของกฎหมายประเทศอังกฤษ และ        4
ในต่างประเทศ

            ่ ่
กฎหมายไทยทีเกียวข้อง                                  18

วิเคราะห์เปรียบเทียบกฎหมายไทยกับกฎหมายประเทศอังกฤษ    24
และต่างประเทศ

           ั
แนวทางแก้ปญหา                                         32

สรุป                                                  33
                                                                                                              1


                        Harmful Content & Free Speech
บทนา
                                     ั ั
                     เมื่อโลกในยุคปจจุบนเข้าสู่ยุคสังคมสารสนเทศ (The Information Society)
ห รื อ สั ง ค ม แ ห่ ง ข่ า ว ส า ร
ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้หลายช่องทางมีการใช้สารสนเทศโดยเน้นด้านอิเล็กทรอ
นิกส์เป็นหลัก การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology / IT) ไม่ว่าจะอยู่ในรูปเสียง
ตั ว อั ก ษร หรื อ ภาพเคลื่ อ นไหว ประกอบด้ ว ยเทคโนโลยี ต่ า งๆ ผสมผสานกั น เช่ น
เทคโนโลยีค อมพิว เตอร์ (Computer                       Technology) กั บ เทคโนโลยีก ารสื่อ สารข้ อ มู ล
                                                     ่
(Communication Technology) เพื่อให้ได้มาซึงการจัดหา วิเคราะห์ ประมวลผล จัดการ จัดเก็บ
เ รี ย ก ใ ช้                         แ ล ก เ ป ลี่ ย น                                  สื บ ค้ น
และเผยแพร่ ส ารสนเทศให้ ต รงกั บ ความต้ อ งการของผู้ ใ ช้ อ ย่ า งถู ก ต้ อ งและรวดเร็ ว
ทั ้ง ทางตรงและทางอ้ อ ม ด้ ว ยความก้ า วหน้ าทางด้ า นวิ ท ยาศาสตร์ แ ละเทคโนโลยี
ท า ใ ห้ มี ก า ร พั ฒ น า ร ะ บ บ ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ อุ ป ก ร ณ์ ส า นั ก ง า น
เครื่ อ งมื อ สื่ อ สารเพื่ อ การประกอ บกิ จ การทางพาณิ ช ย์ แ ล ะการด าเนิ น การภาครั ฐ
                                                                      ิ
ทาให้ระบบคอมพิวเตอร์กลายเป็นส่วนสาคัญของการดาเนินชีวตของมนุ ษย์ในการรับทราบข่าวสา
ร
พลเมืองต่างต้องพึงพาอาศัยข้อมูลสารสนเทศมากขึนทุกวันจนกลายเป็ นปจจัยพืนฐานทีเราจะขา
                       ่                                   ้                       ั      ้          ่
ด เ สี ย ไ ม่ ไ ด้ แ ล ะ เ ป็ น ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง สั ง ค ม จ า ก สั ง ค ม ปิ ด ไ ป สู่ สั ง ค ม เ ปิ ด
                                                               ่
สามารถแลกเปลี่ยนข้อ มูล สารสนเทศในทุกรูปแบบทัวทุกหนทุกแห่งในโลกตลอด 24 ชัวโมง                           ่
สร้า งประโยชน์ ใ ห้แ ก่ ส ัง คมมนุ ษ ย์ไ ด้อ ย่ า งมหาศาล ไม่ ว่ า จะเป็ น ด้า นเศรษฐกิจ การศึก ษา
วิทยาศาสตร์ และการสาธารณสุข

สภาพปัญหาและความสาคัญของปัญหา
                      ่
                    ยิงสังคมแห่งข่าวสารเปิดกว้างมากเท่าใดย่อมหมายถึงพลเมืองมีสทธิเสรีภาพใน       ิ
การสื่อ สารข้ อ มู ล สารสนเทศได้ อ ย่ า งง่ า ยดาย ก่ อ ให้ เ กิ ด ความเจริญ ก้ า วหน้ า ในทุ ก ด้ า น
แ ต่ ใ น ข ณ ะ เ ดี ย ว กั น มี ก า ร น า เ ท ค โ น โ ล ยี ส า ร ส น เ ท ศ ไ ป ใ ช้ ใ น ท า ง ล บ
เ กิ ด ก า ร ใ ช้ ร ะ บ บ ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ เ พื่ อ เ ผ ย แ พ ร่ ข้ อ มู ล ส า ร ส น เ ท ศ อั น เ ป็ น เ ท็ จ
หรือ มีล ัก ษณะลามกอนาจาร ก่ อ ให้เ กิด ความเสีย หายกระทบกระเทือ นต่ อ เศรษฐกิจ สัง คม
                  ่
แ ล ะ ค ว า ม มั น ค ง ข อ ง รั ฐ ร ว ม ทั ้ ง ค ว า ม ส ง บ สุ ข แ ล ะ ศี ล ธ ร ร ม อั น ดี ข อ ง ป ร ะ ช า ช น
อัน เป็ น ที่ม าของการออกพระราชบัญ ญัติว่ า ด้ว ยความผิด เกี่ย วกับ คอมพิว เตอร์ พ .ศ.2550
                                                                                                                           2

  ่ ุ่                        ั
ทีมงหวังว่าจะสามารถแก้ไขปญหาการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ไปกระทาความผิดทังทางแพ่งและอา              ้
ญา หรื อ เผยแพร่ ข้ อ มู ล อั น เป็ นเท็ จ หรื อ ข้ อ มู ล อั น มี เ นื้ อหาที่ เ ป็ นอั น ตรายต่ อ บุ ค คล
                     ่
ต่อส่วนรวมหรือความมันคงของประเทศ โดยให้อานาจพนักงานเจ้าหน้าทีดงนี้                 ่ ั


                     1. การใช้อานาจโดยไม่ต้องขออนุญาตศาล
                            1.1
                                               ่ ่
มีหนังสือสอบถามหรือเรียกบุคคลทีเกียวข้องกับการกระทาความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มาเพื่อใ
ห้ ถ้ อ ย ค า ส่ ง ค า ชี้ แ จ ง เ ป็ น ห นั ง สื อ ห รื อ ส่ ง เ อ ก ส า ร ข้ อ มู ล
                             ่ ่
หรือหลักฐานอื่นใดทีอยูในรูปแบบทีสามารถเข้าใจได้ ่
                            1                                                  .                                            2
                                                      ้               ่
เรียกข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์จากผูให้บริการเกียวกับการติดต่อสื่อสารผ่านระบบคอมพิวเตอ
                        ่ ่
ร์หรือจากบุคคลทีเกียวข้อง
                            1                                                  .                                            3
   ่
สั ง ใ ห้ ผู้ บ ริ ก า ร ส่ ง ม อ บ ข้ อ มู ล เ กี่ ย ว กั บ ผู้ ใ ช้ บ ริ ก า ร ที่ ต้ อ ง เ ก็ บ รั ก ษ า ต า ม ก ฎ ห ม า ย
        ่ ่                                                  ้
หรือทีอยูในความครอบครองหรือควบคุมของผูใช้บริการแก่เจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่

                     2. การใช้อานาจที่ต้องขออนุญาตศาลก่อน
                  2 . 1 ท า ส า เ น า ข้ อ มู ล ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์
                                                      ่ี        ั
ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์จากระบบคอมพิวเตอร์ทมเี หตุอนควรเชื่อว่าได้มการกระทาความผิดี
ต า ม พ ร ะ ร า ช บั ญ ญั ติ ว่ า ด้ ว ย ค ว า ม ผิ ด เ กี่ ย ว กั บ ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์
           ่ี              ั้       ่
ในกรณีทระบบคอมพิวเตอร์นนมิได้อยูในความครอบครองของเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่
                  2.2
   ่          ่                                                             ่ี
สังให้บุคคลซึงครอบครองหรือควบคุมข้อมูลคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ทใช้เก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์
                                       ั
ส่งมอบข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ดงกล่าวให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่
                  2.3         ตรวจสอบหรือ เข้า ถึง ระบบคอมพิว เตอร์ ข้ อ มู ล คอมพิว เตอร์
ข้ อ มู ล จราจรทางคอมพิ ว เตอร์ หรื อ อุ ป กรณ์ ท่ี ใ ช้ เ ก็ บ ข้ อ มู ล คอมพิ ว เตอร์ ข องบุ ค คลใด
                                         ่
อันเป็นหลักฐานหรืออาจใช้เป็นหลักฐานเกียวกับการกระทาความผิดหรือเพื่อสอบสวนหาตัวผูกระ               ้
ท า ค ว า ม ผิ ด แ ล ะ สั ่ ง ใ ห้ บุ ค ค ล นั ้ น ส่ ง ข้ อ มู ล ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์
                                ่           ่              ้
ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ทเี่ กียวข้องเท่าทีจาเป็นให้ดวยก็ได้
                                                                                                     3

                         2 . 4 ถ อ ด ร หั ส ลั บ ข อ ง ข้ อ มู ล ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ข อ ง บุ ค ค ล ใ ด
        ่
หรือ สัง ให้บุ ค คลที่เ กี่ย วข้อ งกับ การเข้า รหัส ลับ ของข้อ มูล คอมพิว เตอร์ ท าการถอดรหัส ลับ
                                               ่
หรือให้ความร่วมมือกับพนักงานเจ้าหน้าทีในการถอดรหัสลับดังกล่าว
                          2                                      .                                    5
                                           ่
ยึดหรืออายัดระบบคอมพิวเตอร์เท่าทีจาเป็นเฉพาะเพื่อประโยชน์ในการทราบรายละเอียดแห่งควา
            ้                                          ิ
มผิด และผูกระทาความผิดตามพระราชบัญญัตว่าด้วยความผิดเกียวกับคอมพิวเตอร์่
                         2                                      .                                     6
                  ่                                ่                    ่ี
ขอให้ศาลมีคาสังระงับการทาให้แพร่หลายซึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ทอาจกระทบกระเทือนต่อความมั ่
นคงแห่ ง ราชอ าณาจั ก รต ามที่ ก าหนดไว้ ใ นภาค 2 ลั ก ษ ณะ 1 หรื อ ลั ก ษ ณะ 1/1
แ ห่ ง ป ร ะ ม ว ล ก ฎ ห ม า ย อ า ญ า
       ่ ีั
หรือทีมลกษณะขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
                                                 ่                                    ่
                         2.7 ขอให้ ศ าลมีค าสัง ห้ า มจ าหน่ า ยหรือ เผยแพร่ ห รือ สัง ให้เ จ้า ของหรือ
                                         ้
ผู้ค รอบครองข้อ มูล คอมพิว เตอร์นันระงับการใช้ ทาลาย หรือ แก้ไขข้อ มูล คอมพิว เตอร์นันได้          ้
                    ่                                                       ่ ึ
หรือจะกาหนดเงือนไขในการใช้ มีไว้ในครอบครอง หรือเผยแพร่ชุดคาสังไม่พงประสงค์ดงกล่าวได้           ั
                                                           ่
                      ด้วยอานาจของพนักงานเจ้าหน้าทีและศาลดังกล่าวถือเป็ นความพยายามของอา
นาจรัฐ ในการป้ องกั น และปราบปรามผู้ ใ ช้ เ ทคโนโลยี ส ารสนเทศในทางที่ ไ ม่ ถู ก ไม่ ค วร
                                                         ่
แต่ในขณะเดียวกันก็ได้ก่อให้เกิดคาถามมากมายเกียวกับมาตรการตามกฎหมายดังกล่าวว่าเป็ นก
ารส่ ง ผลกระทบต่ อ สิท ธิ เ สรีภ าพในการแสดงออกผ่ า นสื่อ คอมพิ ว เตอร์ แ ละสื่ อ ออนไลน์
                                             ้ ึ                   ี
โดยเฉพาะเสรีภาพของการแสดงความรูสกทางการเมืองที่มความคิดเห็นแตกต่างจากอานาจรัฐ
พ ล เ มื อ ง มี สิ ท ธิ ใ น ก า ร แ ส ด ง อ อ ก ซึ่ ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น ห รื อ ก า ร ก ร ะ ท า ใ ด ๆ
ที่ แ ต ก ต่ า ง ห ล า ก ห ล า ย ไ ด้ ห รื อ ไ ม่
               ั                                     ้
พลเมืองได้รบหลักประกันสิทธิและเสรีภาพขันพื้นฐานในการแสดงความคิดเห็น การแสดงออก
และสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้เพียงใด

วัตถุประสงค์ของการศึกษา และขอบเขตของการศึกษา
                          ั
               จากสภาพป ญ หาดัง กล่ า วท าให้เ ราทุ ก คนควรท าความเข้า ใจ เรีย นรู้ ศึก ษา
แ ล ะ ใ ห้ ค ว า ม ส า คั ญ กั บ เ นื้ อ ห า ข อ ง ข้ อ มู ล ส า ร ส น เ ท ศ นั ้ น ว่ า
เราควรมีม าตรฐานในการแบ่ ง แยกเนื้ อ หาที่เ ป็ น อัน ตรายหรือ เป็ น เสรีภ าพในการแสดงออก
  ่               ั                                   ้
ซึงหากการศึกษาปญหาดังกล่าวจะส่งผลให้เกิดความรูเท่าทัน ไม่ตกเป็ นทาสของข้อมูลข่าวสาร
หรื อ กลายเป็ นกลไกในการใช้ อ านาจรั ฐ เพื่ อ ขจั ด ผู้ ท่ี มี ค วามคิ ด เห็ น แตกต่ า งจากตน
                    ่                                            ่
และเพื่อให้สามารถกลันกรองข้อมูลข่าวสารได้ว่าอะไรคือเนื้อหาทีเป็ นอันตรายหรือเสรีภาพในการ
แ ส ด ง อ อ ก               ล า ม ก อ น า จ า ร ห รื อ ศิ ล ป ะ
                                                                                                        4

ดั ง นี้ เ ร า จึ ง ห ลี ก เ ลี่ ย ง ไ ม่ ไ ด้ ที่ จ ะ ต้ อ ง ศึ ก ษ า ถึ ง ข อ บ เ ข ต ข อ ง เ ส รี ภ า พ
ห ลั ก ก า ร ข อ ง เ ส รี ภ า พ ใ น ก า ร แ ส ด ง อ อ ก กั บ บ ท บั ญ ญั ติ ข อ ง ก ฎ ห ม า ย ต่ า ง ๆ
  ่                                           ้         ่
ทีเข้ามาควบคุมกากับดูแลการกระทาทังหลายทีเป็นความผิดทางแพ่งและอาญา

                        ั
ประโยชน์ ที่คาดว่าจะได้รบ
                 ป ร ะ โ ย ช น์ ที่ ค า ด ว่ า จ ะ ไ ด้ รั บ จ า ก ก า ร ศึ ก ษ า ร า ย ง า น นี้
                                                                 ่          ่
นอกจากจะทาให้เราสามารถวิเคราะห์ได้ว่าข้อมูลสารสนเทศใดทีมเี นื้อหาทีเป็ นอันตราย (Harmful
content) หรือ เป็ น เสรีภาพในการแสดงออก (Free speech / Free expression)
                                         ั
สาหรับใช้เป็ นแนวทางในการป้องกันปญหาการกระทาความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์จากกลุ่มบุค
ค ล ที่ ฉ ว ย โ อ ก า ส ใ น ก ร ะ ท า ค ว า ม ผิ ด เ ผ ย แ พ ร่ เ นื้ อ ห า อั น ไ ม่ เ ห ม า ะ ส ม
แต่ในขณะเดียวกันก็ตองป้องกันมิให้มการใช้กฎหมายเข้าไปลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการแสดงควา
                      ้                ี
ม คิ ด เ ห็ น ห รื อ ก า ร แ ส ด ง อ อ ก ข อ ง พ ล เ มื อ ง
                                  ่
รวมถึงการยอมรับในการคิดเห็นทีแตกต่างหลากหลายของพลเมืองในสังคมประชาธิปไตย

                  ั
แนวคิ ด ทฤษฎี วิ วฒนาการกฎหมายของประเทศอังกฤษ และในต่างประเทศ
                   ป ร ะ เ ท ศ อั ง ก ฤ ษ มี ชื่ อ เ รี ย ก อ ย่ า ง เ ป็ น ท า ง ก า ร ว่ า
สหราชอาณาจัก รบริเ ตนใหญ่ แ ละไอร์แ ลนด์เ หนื อ (United Kingdom of Great Britain and
Northern Ireland) เป็ นประเทศที่ ใ ช้ ก ฎหมายแบบคอมมอนลอว์ (Common Law)
                          ั   ิ              ั
รัฐธรรมนู ญของประเทศมิได้บญญัตเป็ นลายลักษณ์อกษรโดยเฉพาะ (Unwritten Constitution)
   ั                      ่              ่
มีลกษณะเป็นหลักการปกครองทีกระจัดกระจายอยูตามกฎหมายต่างๆและคาพิพากษาตลอดจนธ
ร ร ม เ นี ย ม ป ฏิ บั ติ ที่ สื บ ท อ ด ต่ อ กั น ม า จ น ก ล า ย เ ป็ น จ า รี ต ป ร ะ เ พ ณี
            ่             ่              ั
มีความยืดหยุนและสามารถเปลียนแปลงได้ตามวิวฒนาการของยุคสมัย
                      ั
                  วิ วฒนาการของสิ ทธิ เสรีภาพในประเทศอังกฤษที่สาคัญ
                  1. สมัยแองโกล-แซกซอน (The Anglo-Saxon Period)
                                                                                                                       5

                               ี          ้
                     ในสมัยนี้มการแบ่งชนชันออกเป็ นเสรีชน (free man) กึ่งเสรีชน (partally free)
แ ล ะ ท า ส ( s l a v e ) มี ก า ร คุ้ ม ค ร อ ง สิ ท ธิ ข อ ง เ ส รี ช น โ ด ย อ า ศั ย เ ห ตุ ผ ล ว่ า
เสรีชนทุกคนมีสทธิทจะอยูอย่างสงบ ผูถูกรบกวนสิทธิดงกล่าวสามารถฟ้องร้องต่อศาลได้
              ิ ่ี ่              ้             ั
                     2. สมัยพระเจ้าจอห์น (King John)
                     ใ น ส มั ย นี้ ป ร ะ เ ท ศ อั ง ก ฤ ษ เ สี ย ดิ น แ ด น ห ล า ย แ ห่ ง
พ ร ะ เ จ้ า จ อ ห์ น มี เ รื่ อ ง บ า ด ห ม า ง กั บ พ ร ะ สั น ต ะ ป า ป า แ ห่ ง ก รุ ง โ ร ม
                       ่
ทรงทาสงครามกับประเทศฝรังเศสและเกิดการแย่งชิง อ านาจระหว่างกษัต ริย์กับพวกขุนนาง
ในที่สุ ดพระองค์ต้อ งยอมออกกฎหมายซึ่งลิดรอนอานาจของพระองค์เ องคือ แม็ค นาคาตาร์
( M a g n a C a r t a ห รื อ T h e G r e a t C h a r t e r o f
Liberties)เพื่อเป็นหลักประกันว่ากษัตริยจะต้องอยูภายใต้กฎหมายและไม่ปฏิบตการใดๆโดยไม่ม ี
                                       ์        ่                     ั ิ
ก ฎ ห ม า ย ใ ห้ อ า น า จ ถื อ ไ ด้ ว่ า เ ป็ น จุ ด เ ริ่ ม ต้ น ข อ ง รั ฐ ธ ร ร ม นู ญ อั ง ก ฤ ษ
    ั
ได้รบการยอมรับว่าเป็นแม่บทแห่งเสรีภาพ ดังนี้
                     ม า ต ร า 3 9 บุ ค ค ล จ ะ ถู ก จั บ กุ ม คุ ม ขั ง สู ญ เ สี ย ที่ ดิ น
หรื อ ถู กป ระ ก าศ ให้ เ ป็ น บุ ค คล นอ ก กฎ หม าย หรื อ ถู ก เน รเ ท ศ ห รื อ ถู ก ท าร้ า ย ไม่ ไ ด้
                    ั                     ่
เว้นเสียแต่ว่าจะได้รบการวินิจฉัยโดยบุคคลทีเสมอกับตนและตามกฎหมายของแผ่นดิน
                                ั
                     3. คริ สต์ศกราชที่1588-1679
                      โ ธ มั ส             ฮ อ บ ส์             ( T h o m a s                     H o b b s )
นักปรัชญาชาวอังกฤษกล่าวถึงสภาวะตามธรรมชาติของมนุ ษย์ไว้ในหนังสือ สัญญาประชาคม
( L e v i a t h a n ) โ ด ย ใ ห้ ค ว า ม เ ห็ น ว่ า ม นุ ษ ย์ ม ี ธ ร ร ม ช า ติ ท่ี เ ห็ น แ ก่ ตั ว แ ล ะ โ ห ด ร้ า ย
จึ ง มี สิ ท ธิ ต า ม ธ ร ร ม ช า ติ ที่ จ ะ รั ก ษ า ตั ว ร อ ด โ ด ย ก า ร ใ ช้ ก า ลั ง
ห รื อ อ า น า จ ข อ ง ตั ว เ ข้ า ต่ อ สู้ ห รื อ ต่ อ ต้ า น ม นุ ษ ย์ อื่ น ที่ ม า ล่ ว ง ล ะ เ มิ ด ต น
                                                                                                                     6

                                                                            ้
ดัง นั ้น เพื่อ การอยู่ ร่ ว มกัน อย่ า งสัน ติ มนุ ษ ย์จ ึง ยอมสละสิท ธิท ัง ปวงอัน มีอ ยู่ ต ามธรรมชาติ
         ู้           ี
ยกให้แก่ผปกครองโดยให้มอานาจควบคุม บังคับ ลงโทษ เพื่อรักษาความสงบสุขอย่างเต็มที่
                                ั
                     4. คริ สต์ศกราชที่ 1632-1704
                     จ อ ห์ น                 ล็ อ ค               ( J o h n                 L o c k e )
นักปรัชญาชาวอังกฤษเสนอความคิดเรื่องสภาวะธรรมชาติและสัญญาประชาคมไว้ในหนังสือเรื่อง
T h e S e c o n d T r e a t i e s o f G o v e r n m e n t อ ธิ บ า ย ว่ า ใ น ส ภ า ว ะ ต า ม ธ ร ร ม ช า ติ
                 ้ั               ั       ่ ่              ู้ ั
มนุ ษย์ทุกคนควรรูจกกฎหมายธรรมชาติอนเป็ นสิงทีสอนให้มนุ ษย์รจกเคารพความเสมอภาคและ
ค ว า ม เ ป็ น อิ ส ร ะ ต่ อ กั น รู้ ว่ า แ ต่ ล ะ ค น ไ ม่ ค ว ร จ ะ ล่ ว ง ล ะ เ มิ ด ต่ อ ชี วิ ต ร่ า ง ก า ย
                 ิ
เสรีภาพและทรัพย์สนของกันและกัน
                     5. สมัยพระเจ้าเจมส์ที่ 2
                                          ั
                     ในสมัยนี้เ กิดการปฏิวติอ ันรุ่งโรจน์ ของอังกฤษ (The Glorious Revolution)
ปี      ค       ริ       ส     ต์      ศั      ก       ร       า      ช       ที่             1       6      8       8
ถื อ เ ป็ น ก า ร ต่ อ สู้ เ พื่ อ เ รี ย ก ร้ อ ง สิ ท ธิ ข อ ง ป ร ะ ช า ช น ต่ อ ส ถ า บั น พ ร ะ ม ห า ก ษั ต ริ ย์
ซึงเป็ นไปด้วยความเรียบร้อยปราศจากความรุนแรง มีการจัดทาปฏิ ญญาว่าด้ วยสิ ทธิ พลเมือง
 ่
(The Declaration of Rights) และประกาศใช้พระราชบัญญัติว่าด้ วยสิ ทธิ (Bill of Rights)
ในปี 1689 รับรองสิทธิต่างๆของพลเมืองอังกฤษมีใจความสาคัญดังนี้ *
                     1                                                                                                .
             ์              ้
พระมหากษัตริยจะใช้อานาจยับยังหรือยกเว้นกฎหมายใดโดยไม่ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาไม่
ได้
                                ิ                                   ์
                     2. ราษฎรมีสทธิถวายฎีการ้องทุกข์ต่อพระมหากษัตริยได้โดยไม่ถูกจับกุม
                                ้                       ่                ้
                     3. การจัดตังศาลพิเศษต้องเป็นไปตามทีกฎหมายกาหนดเท่านัน
                                                                                                             7

                   4 .         ร า ษ ฎ ร ที่ เ ป็ น โ ป ร เ ต ส แ ต น ต์
มีสทธิทจะมีอาวุธไว้ป้องกันตัวเองตามความเหมาะสม
   ิ ่ี
                   5 . ก า ร เ ลื อ ก ตั ้ ง ส ม า ชิ ก รั ฐ ส ภ า ค ว ร เ ป็ น ไ ป อ ย่ า ง เ ส รี
         ่                                                   ่ ื
ข้อความทีอภิปรายในสภาไม่ควรถูกนาไปเป็นข้อกล่าวหาในศาลหรือในทีอ่นใด


            ่
แนวความคิดเรืองเสรีภาพและความเสมอภาคนี้ได้แพร่ขยายจากยุโรปไปสู่อาณานิคมของอังกฤษ
ใ น ท วี ป อ เ ม ริ ก า เ ห นื อ แ ล ะ ห ยั ่ ง ลึ ก ล ง ใ น จิ ต ใ จ ข อ ง ป ร ะ ช า ช น อ ม เ ริ กั น
                   ั ิ                                              ้
มีผลให้อาณานิคมปฏิวตแยกตัวออกจากการปกครองของอังกฤษ อาณานิคมได้แต่งตัง Thomas
Jefferson จั ด ท าค าประกาศอิ สรภาพ (The Declaration of Independence )
                             ่                              ้
และได้ประกาศเอกสารดังกล่าว เมือวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ.1776 มีขอความสาคัญดังนี้
               “เ ร า ถื อ ข้ อ เ ท็ จ จ ริ ง อั น เ ป็ น ที่ ป ร ะ จั ก ษ์ ใ น ตั ว เ อ ง แ ล้ ว ว่ า
ม นุ ษ ย์ ทุ ก ค น ถู ก ส ร้ า ง ส ร ร ค์ ขึ้ น ม า โ ด ย พ ร ะ ผู้ เ ป็ น เ จ้ า อ ย่ า ง เ ท่ า เ ที ย ม กั น
พระองค์ ไ ด้ ป ระทานสิ ทธิ บางประการที่ มิ อ าจถูก พรากไปได้ ได้ แ ก่ สิ ทธิ ในชี วิ ต
เสรี ภ าพและการแสวงหาความสุ ข เพื่ อ ที่ จ ะปกป้ องและคุ้ ม ครองสิ ทธิ เหล่ า นั ้ น
จึ ง ไ ด้ มี ก า ร จั ด ตั ้ ง รั ฐ บ า ล ที่ ช อ บ ธ ร ร ม โ ด ย ค ว า ม ยิ น ย อ ม ข อ ง ผู้ ถู ก ป ก ค ร อ ง
เมื่อใดก็ตามที่รฐบาลเป็ นผูทาลายจุดมุ่งหมายเหล่านี้ ประชาชนย่อมมี
                ั         ้
รองศาสตราจารย์อุดมศักดิ ์ สินธิพงษ์ ‚สิทธิมนุษยชน‛
                                                   ้
สิ ทธิ โดยชอบที่ จะเปลี่ยนแปลง หรือล้มเลิ กรัฐบาลนันเสี ยได้ และสถาปนารัฐบาลขึ้นใหม่
เพื่อให้ ดาเนิ นตามหลักการและมีอานาจสร้างสรรค์ความปลอดภัยและความผาสุขให้ เกิ ด
ขึ้นได้ ”
                                                                                                                 8

                Free speech คืออะไร ?
                เมื่อเราพูดถึงคาว่า Free speech เรามักจะเข้าใจเพียงด้านเดียวว่า หมายถึง
เสรีภาพในการพูด แสดงความคิดเห็น แต่หากได้ศึกษาโดยถ่องแท้แล้ว คาว่า Free speech
                           ้
มีค วามหมายกว้ า งกว่ า นั น โดยครอบคลุ ม ถึง เสรีภ าพในการแสดงออกในด้า นต่ า งๆ เช่ น
ทางการเมือง สังคม ความบันเทิง เพศ และศิลปะ
                Free speech จึงหมายถึง เสรีภาพในการพูด (Freedom of speech)
                                                      ่
เสรีภาพในการแสดงออก (Freedom of expression) ซึงความคิดเห็นใดๆ ของตนได้อย่างอิสระ
(Freely) โดยปราศจากการตรวจพิจ ารณา (Censorship) การถู ก จ ากัด ขอบเขต (Limitation)
              ้
หรือ การปิ ดกัน (Bar) ตลอดจนเสรีภาพที่จะแสวงหา (Seeking) รับ (Receiving) และเผยแพร่
                                                    ี
(Imparting) ข้อมูลข่าวสารและความคิดเห็นไม่ว่าโดยวิธใดๆ และโดยไม่คานึงถึงเขตแดน
                เ ส รี ภ า พ ใ น ก า ร พู ด ห รื อ ก า ร แ ส ด ง อ อ ก ซึ่ ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น ใ ด ๆ
             ั้ ้                  ่ี ั                    ้
ถือเป็นสิทธิขนพืนฐานของมนุษย์ทได้รบการรับรองหรือคุมครองตามกติกาสากล ดังนี้
                     1. ปฏิ ญญาสากลว่ า ด้ ว ยสิ ท ธิ มนุ ษ ยชนแห่ ง สหประชาชาติ (Universal
Declaration of Human Rights)
                        ข้                   อ                  .                               1                 9
บุ ค ค ล ทุ ก ค น ย่ อ ม มี ส ิ ท ธิ เ ส รี ภ า พ ท า ง ค ว า ม เ ห็ น แ ล ะ ก า ร แ ส ด ง อ อ ก ท า ง ค ว า ม คิ ด
                                                         ่
สิ ท ธิ น้ี รว มถึ ง เส รี ภ าพในการที่ จ ะยึ ด มั น ในคว าม คิ ด โดยปราศ จา กการแทรกสอ ด
                           ่
และเสรีภาพในการทีจะแสวงหา รับ แจกจ่ายข่าวสารและความคิดเห็นไม่ว่าโดยวิธใดหรือสื่อใดๆ               ี
โดยไม่จากัดเขตแดน
                        Article 19
                        Everyone has the right of freedom of opinion and expression ; this right
includes freedom to hold opinions without interference and the seek receive and impart
information and ideas through any media and regardless of frontiers
                        ป ฏิ ญ ญ า ส า ก ล ว่ า ด้ ว ย สิ ท ธิ ม นุ ษ ย ช น
                                                           ั้ ้
คือการประกาศเจตนารมณ์ในการรับรองสิทธิขนพืนฐานของมนุ ษย์และเป็ นเอกสารหลักด้านสิทธิ
มนุ ษยชนฉบับแรก ซึ่งที่ประชุมสมัญชาสหประชาชาติได้ให้การรับรองไว้เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม
2491 (1948) ตามมติท่ี 217 A (lll)
                         ั
                   2 อนุสญญาด้วยสิ ทธิ มนุษยชนแห่ งสหภาพยุโรป (European Convention on
Human Rights)
                   ข้ อ . 1 0 ( 1 ) บุ ค ค ล ทุ ก ค น ย่ อ ม มี ส ิ ท ธิ เ ส รี ภ า พ ใ น ก า ร แ ส ด ง อ อ ก
สิ ท ธิ นี้ ร ว ม ถึ ง เ ส รี ภ า พ ใ น ก า ร ยึ ด มั ่ น ใ น ค ว า ม คิ ด เ ห็ น รั บ
                                                                                        9

                                                                      ่ั
แจกจ่ายข่าวสารและความคิดเห็นโดยปราศจากการแทรกแซงจากเจ้าหน้าทีรฐโดยไม่จากัดเขตแด
น
                  Article 10 (1)
                  Everyone has the right of freedom of expression , this right shall
includes freedom to hold opinions and to receive and impart information and ideas
without interference by public authority and regardless of frontiers…

      ั                                       ี
อนุ สญญาด้วยสิทธิมนุ ษยชนแห่งสหภาพยุโรปนี้มความคล้ายคลึงกับ ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิม
นุ ษ ย ช น แ ห่ ง ส ห ป ร ะ ช า ช า ติ
                            ั
เนื่อ งจากสหภาพยุโรปได้รบเอาปฏิญ ญาสากลว่าด้ว ยสิทธิมนุ ษ ยชนของสหประชาชาติมาใช้
โดยมีจุ ด ที่น่ า สนใจคื อ การรับ รองเสรีภ าพในการแสดงออก ไม่ ว่ า จะผ่ า นสื่ อ ใดๆ เช่ น
                                   ่                       ั      ้        ้ ้
การส่งจดหมาย โทรศัพท์ โทรสาร สิงพิมพ์ อินเทอร์เน็ต ล้วนได้รบความคุมครองทังสิน
               3. รัฐธรรมนูญแห่งประเทศสหรัฐอเมริ กา (U.S. Constitution)
                              ิ                                  ่                 ้
                    บทบัญญัตท่ี 1 สภาจะไม่ออกกฎหมายใดๆ ทีเกี่ยวข้องกับการก่ อตังศาสนา
การห้ า ม การปฏิบ ัติท างศาสนา การลิด รอนเสรีภ าพในการแสดงออก การแจ้ง ข่ า วสาร
ห รื อ สิ ท ธิ เ ส รี ภ า พ ใ น ก า ร เ ข้ า ร่ ว ม ชุ ม นุ ม โ ด ย สั น ติ
                 ั
และเรียกร้องให้รฐขจัดความเดือดร้อนของประชาชน
                    First Amendment
                    Congress shall make no law respecting on establishment of religion ,
of prohibiting the free exercise thereof , or abridging the freedom of speech of the press
, or the right of the people peaceably to assemble to petition the Government for a
redress of grievances.

  ่                       ิั
ทีมาของการออกบทบัญญัตรบรองสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกดังกล่าวเนื่องจากประเทศสหรัฐอ
               ้                   ่                                      ่
มริกาต้องการคุมครองนักแสวงบุญทีอพยพเข้ามาในประเทศให้สามารถแสดงออกซึงความเชื่อทา
ง ศ า ส น า ไ ด้ อ ย่ า ง เ ส รี แ ล ะ ไ ม่ มี ก า ร เ ลื อ ก ป ฏิ บั ติ
             ั                                                   ิ
บทบัญญัติน้ียงคุ้มครองถึงการแสดงออกทางความคิดในการตีพมพ์ข้อมู ลข่าวสาร การชุมนุ ม
ก า ร แ ส ด ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น โ ต้ แ ย้ ง ห รื อ วิ พ า ก ษ์ วิ จ า ร ณ์ รั ฐ บ า ล
                     ิ ั                                                ิ
นอกจากนี้ในบทบัญญัตดงกล่าวยังแสดงเนื้อหาว่ามีเรื่องของวัฒนธรรมเข้ามามีอทธิพลในการบัญ
    ิ                                                          ี
ญัตกฎหมาย เช่น การคุ้มครองสมาคม KKK ซึ่งเป็ นกลุ่มที่มความคิดเห็นในการเหยียดสีผว       ิ
นอกจากนี้ ใ นบทบั ญ ญั ติ ท่ี 2 ยัง คุ้ ม ครองพลเมื อ งให้ ส ามารถครอบครองอาวุ ธ ปื น ได้
                                                                                                10

แ ล ะ ห า ก เ จ้ า ห น้ า ที่ รั ฐ ขั ด ข ว า ง ก า ร ใ ช้ อ า วุ ธ ปื น
         ้                      ้ ั         ่ั
พลเมืองนันสามารถใช้อาวุธปืนต่อสูกบเจ้าหน้าทีรฐได้
                4. บทบัญญัติอื่น ๆ ( Other Provisions )
                      4.1 รัฐธรรมนูญแห่งประเทศไอร์แลนด์ (Bunreacht Na Heireann (Eire)
                       ข้      อ      .             4   0          (         6      )            1
รัฐ รับ รองเสรีภ าพในการใช้ส ิท ธิภ ายใต้ ค วามสงบเรีย บร้อ ยและศีล ธรรมอัน ดีข องประชาชน
ดังต่อไปนี้
                                                          ่
                       (i) สิทธิของพลเมืองในการแสดงออกซึงความเชื่อและความคิดเห็นโดยเสรี
                       Article 40 (6) 1 The State guarantees liberty for the exercise of the
following rights , subject to public order and morality
                       (i) The right of the citizens to express freely their convictions and
opinions…
                  ข้ อ สั ง เกต สิ ท ธิ เ สรี ภ าพในการแสดงออกนี้ แม้ ร ั ฐ จะให้ ก ารรั บ รองไว้
แ ต่ ไ ม่ ใ ช่ ก า ร รั บ ร อ ง ใ ห้ พ ล เ มื อ ง ส า ม า ร ถ ใ ช้ สิ ท ธิ นี้ ไ ด้ อ ย่ า ง เ ส รี
                                   ิ ี
โดยมีการจากัดขอบเขตการใช้สทธิน้ให้สามารถกระทาได้ภายใต้ความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอั
นดีของประชาชน
                4.2 รัฐธรรมนูญแห่ งประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน (Constitution of the
People’s Republic of China)
                   ข้อ . 35 พลเมืองของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนมีเสรีภาพในการพูด
การแสดงออกทางความคิดเห็น การแจ้งข้อ มูลข่าวสาร การชุมนุ ม การรวมตัว กันเป็ นสมาคม
การเดินขบวน และการประท้วง
                   ข้              อ               .                        4             1
                                              ิ                 ิ     ั
พลเมืองของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนมีสทธิในการวิพากษ์ วจารณ์รฐบาลและเสนอแนะแน
วทางการทางานให้แก่หน่วยงานรัฐหรือเจ้าหน้าทีรฐ   ่ั
                   Article 35 Citizens of the People’s Republic of China enjoy freedom of
speech , of the press , of assembly , of association , of procession and of demonstration
                   Article 41 Citizens of the People’s Republic of China have the right to
criticize and make suggestions to any state organ functionary…

                ิ ั
หากนาบทบัญญัตดงกล่าวของกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนมาเปรีย
บ เ ที ย บ กั บ ก ฎ ห ม า ย รั ฐ ธ ร ร ม นู ญ แ ห่ ง ป ร ะ เ ท ศ ส ห รั ฐ อ เ ม ริ ก า
                                                                                     11

จ ะ เ ห็ น ไ ด้ ถึ ง วิ วั ฒ น า ก า ร ท า ง ก า ร เ มื อ ง ที่ แ ต ก ต่ า ง กั น
ระหว่างความคิดแบบประชาธิปไตยและสังคมนิยม
               4.3 รัฐธรรมนู ญแห่ งประเทศสิ งคโปร์ (Constitution of the Republic of
Singapore)
                   ข้อ. 14 (1)
                                             ิ
                   (ก) พลเมืองของประเทศมีสทธิเสรีภาพในการพูดและการแสดงออก
                                           ิ
                   (ข) พลเมืองของประเทศมีสทธิในการชุมนุมอย่างสันติและปราศจากอาวุธ
                                               ิ        ้
                   (ค) พลเมืองของประเทศมีสทธิในการจัดตังสมาคม
               Article 4.1
               (a) every citizens of Singapore has the right to freedom of speech and
expression ,
               (b) all citizens of Singapore have the right to assemble peaceably and
without arms , and
               (c) all citizen of Singapore have the right to form associations.
             ขอบเขตของเสรีภาพ (Limiting free speech)
             เมื่อเราพูดถึงสิทธิเ สรีภาพในการแสดงออกของพลเมือง จะมีการพูดถึงค าว่า
                                               ้          ้          ้
‚การตรวจสอบ‛ (Censorship) มักจะเกิดการต่อต้านขึนทันที แต่ถาหากมีการตังคาถามว่า
             ควรปล่อยให้มเี ว็บไซต์ลามกอนาจารโดยเสรีหรือไม่ ?
             เราจะได้รบคาตอบว่า ‚ไม่ควร‛
                      ั
                          ้
             และหากตังคาถามต่อไปว่า
                    ี
             ควรให้มการตรวจสอบเนื้อหาของเว็บไซต์ลามกอนาจารนี้หรือไม่ ?
                                                              ้
             เราจะได้รบคาตอบว่า ‚ควรให้มีการตรวจสอบเนื้ อหานัน‛
                        ั
             แ ส ด ง ใ ห้ เ ห็ น ว่ า ก า ร ต ร ว จ ส อ บ มี ค ว า ม จ า เ ป็ น
                            ้
เสรีภาพในการแสดงออกควรมีขอจากัดอย่างเหมาะสม

                                                   ่ ั
               การตรวจสอบเนื้อหาของข้อมูลสารสนเทศทีได้รบการรับรองไว้ในต่างประเทศมีด ั
งนี้
                      ั
               1. อนุสญญาด้วยสิ ทธิ มนุษยชนแห่งสหภาพยุโรป
                ข้      อ        .             1      0                (       2       )
การแสดงออกซึ่งเสรีภาพถือเป็ นหน้ าที่และความรับผิดชอบซึ่งอาจอยู่ภายใต้เงื่อนไข ข้อจากัด
                                                                                                  12

ห รื อ บ ท ล ง โ ท ษ ต า ม ก ฎ ห ม า ย ซึ่ ง มี ค ว า ม จ า เ ป็ น ต่ อ สั ง ค ม ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย
                        ่
โดยค านึ ง ถึ ง ความมั น ค งของชาติ ความเป็ นเอกราช ความปลอดภั ย ของสาธารณะ
        ่                                         ้
หลีกเลียงการจราจลและอาชญากรรม และเพื่อคุมครองสุขภาพ ศีลธรรม ชื่อเสียง สิทธิของบุคคล
การเปิดเผยข้อมูลลับ หรือเพื่อรักษาอานาจรัฐและความเป็นกลางของระบบศาลยุตธรรม           ิ
                    Article 10 (2)
                    The exercise of these freedoms , since it carries with it duties and
responsibilities , may be subject to such formalities , conditions , restrictions or penalties
as are prescribed by law and are necessary in a democratic society , in the interests
of national security , territorial integrity of public safety , for the prevention of disorder or
crime , for the protection of health or morals , for the protection of the reputation or the
rights of others , for preventing the disclosure of information received in confidence , or
for maintaining the authority and impartiality of the judiciary.
                 2. ปฏิ ญญาสากลว่าด้วยสิ ทธิ มนุษยชนแห่งสหประชาชาติ
                   ข้                อ                                  3                    0
ไม่อ าจตีค วามข้อ ความใดตามปฏิญ ญาสากลนี้ เ พื่อ น าไปใช้ใ นทางที่จ ะท าให้ร ัฐ กลุ่ ม บุ ค คล
ห รื อ บุ ค ค ล ใ ด มี สิ ท ธิ ที่ จ ะ เ ข้ า ไ ป เ กี่ ย ว ข้ อ ง กั บ กิ จ ก ร ร ม
                       ่
หรือการกระทาใดโดยมุงทาร้ายสิทธิเสรีภาพของผูอ่น ้ ื
                   Article 30 Nothing in this Declaration may be interpreted as implying
for any state , group or person any right to engage in any activity or to perform any act
aimed at the destruction of any of the rights and freedoms set forth herein.
                 3. รัฐธรรมนูญแห่งประเทศสหรัฐอเมริ กา
                                ่
                     แม้จะเป็ นทียอมรับกันว่ารัฐธรรมนูญแห่งประเทศสหรัฐอเมริกาเป็ นรัฐธรรมนูญที่
รั บ ร อ ง เ ส รี ภ า พ ใ ห้ แ ก่ ป ร ะ ช า ช น ม า ก ที่ สุ ด
ก็ ยั ง มี ก า ร จ า กั ด ข อ บ เ ข ต ก า ร ใ ช้ สิ ท ธิ เ ส รี ภ า พ ใ น ก า ร แ ส ด ง อ อ ก
แ ม้ จ ะ ไ ม่ ไ ด้ บั ญ ญั ติ ข้ อ บั ญ ญั ติ ไ ว้ โ ด ย ต ร ง
แต่เราสามารถพบการจากัดขอบเขตของเสรีภาพได้ในคาพิพากษาศาลฎีกาของประเทศสหรัฐอเม
ริ                                                 ก                                        า
   ่          ่                                                 ้
ซึงวินิจฉัยเกียวกับขอบเขตของเสรีภาพในการแสดงออกควรมีขอจากัดถ้าการแสดงออกเป็ นไปใน
       ่        ู้ ื     ั
ทางทีทาให้ผอ่นได้รบความเสียหาย เช่น
                                       ่
                     สื่อลามกอนาจารทีมเี นื้อหารุนแรง
                                                                         13

                  ่
            การหมินประมาท
                      ู้ ื
            การก่อให้ผอ่นเกิดความตระหนกตกใจ
            การปลุกระดมต่อต้าน
                        ่ ้ ั                       ั ิ    ่
            การขัดคาสังผูบงคับบัญชา การปฏิเสธการปฏิบตหน้าทีของกองทัพ
                         ั                                              ่
            นอกจากนี้ยงพบการตรวจสอบเนื้อหาข้อมูลสารสนเทศโดยคณะกรรมการกลันกร
                                  ้        ่
องถ้อยคาหยาบขณะออกอากาศ หรือใช้ถอยคาดูหมินพระเจ้า
                                                                                                                14

                   4. รัฐธรรมนูญแห่งประเทศไอร์แลนด์
                    ข้        อ         .                 4           0                 (        6        )
                          ิ
รัฐให้หลักประกันการใช้สทธิเสรีภาพภายใต้ความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนดัง
ต่อไปนี้
                    i. สิทธิของพลเมืองในการแสดงความเชื่อและความคิดเห็นได้อย่างเสรี
                    การศึ ก ษาเรื่อ งความคิ ด เห็ น สาธารณะซึ่ ง เป็ นเรื่อ งส าคั ญ ของชุ ม ชน
                                     ี
รัฐจะต้องแน่ ใจว่าองค์กรต่างๆ ที่มหน้าที่เกี่ยวกับความคิดเห็นสาธารณะ เช่น วิทยุ สื่อ สิงพิมพ์       ่
ภาพยนตร์ มี เ สรี ภ าพในการแสดงออก รวมถึ ง การวิ พ าก ษ์ ว ิ จ ารณ์ น โยบายของรั ฐ
ไม่นาเสรีภาพนี้มาทาลายความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรืออานาจรัฐ
                    ก า ร ตี พิ ม พ์ ห รื อ ค า ก ล่ า ว ที่ มี ลั ก ษ ณ ะ เ ป็ น ก า ร เ ห ยี ย ด ห ย า ม
                                                 ่ ิ
ปลุกระดมหรือไม่เหมาะสมถือเป็นการกระทาทีผดกฎหมายและต้องได้รบการลงโทษ            ั
                    Article 40 (6) 1
                    The State guarantees liberty for the exercise of the following rights ,
subject to public order and morality
                    (i) The right of the citizens to express freely their convictions and
opinions…
                    The education of public opinion being however , a matter of such
greave import to the common good , the State shall endeavour to ensure that organs of
public opinion , such as the radio , the press ,the cinema , while preserving their rightful
liberty of expression , including criticism of Government policy , shall be sued to
undermine public order or morality or the authority of the State.
                    The publication or utterance of blasphemous , seditious , or indecent
matter is an offence which shall be punishable in accordance with law.

                   5. รัฐธรรมนูญแห่งประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน
                         ข้อ . 28 รัฐ รัก ษาความสงบของประชาชนและปราบปรามการก่ อ กบฏ
แ ล ะ กิ จ ก า ร ที่ เ ป็ น อ า ช ญ า ก ร ร ม ที่ เ ป็ น อั น ต ร า ย ต่ อ ค ว า ม มั ่ น ค ง ข อ ง รั ฐ
การขัดขวางระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม และอาชญากรรมอื่นๆ ต้องได้รบการลงโทษจากรัฐ              ั
                         ข้               อ                   .                                 4                 0
ไ ม่ มี อ ง ค์ ก ร ห รื อ บุ ค ค ล ใ ด ล ะ เ มิ ด เ ส รี ภ า พ แ ล ะ สิ ท ธิ ส่ ว น บุ ค ค ล ข อ ง พ ล เ มื อ ง ไ ด้
                                                  ่
ยกเว้ น ในกรณี เ ป็ นเรื่อ งของความมัน คงของรัฐ หรือ การสอบสวนความผิ ด ทางอาญ า
                                                                                                       15

ค ว า ม มั ่ น ค ง ป ล อ ด ภั ย ข อ ง ป ร ะ ช า ช น
                                                   ่ ี
ให้องค์กรของรัฐสามารถตรวจพิจารณาข้อมูลข่าวสารทีมการติดต่อสื่อสารได้ตามกฎหมาย
                  Article 28 The State maintains public order and suppresses
treasonable and other criminal activities that endanger State security , it penalizes actions
that endanger public security and disrupt the socialist economy and other criminal
activities…
                  Article 40 No organization or individual may , on any ground , infringe
upon the freedom and privacy of citizens correspondence except in cases where , to
meet the needs of state security or of investigation into criminal offences , public security
or procuratorial organs are permitted to censor correspondence in accordance with
procedures prescribed by law.
                  6. รัฐธรรมนูญแห่งประเทศสิ งคโปร์
                    ข้อ. 14 (2) โดยอานาจแห่งกฎหมาย รัฐสภาอาจกาหนดให้
                    ก . ก า ร จ า กั ด สิ ท ธิ เ ส รี ภ า พ ต า ม ( 1 ) ( ก )
                                                            ่
กระท าได้ ห ากมีค วามจ าเป็ น โดยค านึ ง ถึง ความมัน คงของประเทศหรือ ของมิต รประเทศ
ความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน คุ้มครองเอกสิทธิ ์ของรัฐสภา การดูหมินศาล                  ่
                                       ่
การทาให้เสื่อมเสียชื่อเสียง หรือการยัวยุให้เกิดการกระทาความผิดใดๆ
                    ข. สิทธิตามข้อ (1) (ข) อาจถูกจากัดได้โดยคานึงถึงความมันคงของประเทศ   ่
หรือความสงบเรียบร้อยของประชาชน
                    ค. สิทธิตามข้อ (1) (ค) อาจถูกจากัดได้โดยคานึงถึงความมันคงของประเทศ     ่
หรือความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน
                    ( 3 ) มี ก า ร จ า กั ด สิ ท ธิ ใ น ก า ร จั ด ตั ้ ง ส ม า ค ม ต า ม ข้ อ ( 1 ) ( ค )
  ่
ซึงอาจถูกบังคับตามกฎหมายแรงงานหรือการศึกษาได้
                    Article 14 (2)
                    Parliament may by law impose
                    (a) on the right conferred by clause (1) (a) , such restrictions as it
considers necessary or expedient in the interest of the security of Singapore of any part
thereof , friendly relations with other countries , public order or morality and restrictions
designed to protect the privileges of Parliament or to provide against contempt of court ,
defamation or incitement to any offence ,
                                                                                                                       16

                    (b) on the right conferred by clause (1) (b), such restrictions as it
considers necessary or expedient in the interest of the security of Singapore of any part
thereof or public order , and
                    (c) on the right conferred by clause (1) (c) , such restrictions as it
considers necessary or expedient in the interest of the security or Singapore of any part
thereof , public order or morality
                    (3) Restrictions on the right to form associations conferred by clause
(1) (c) may also be imposed by any law relating to labour or education


เนื้ อหาที่เป็ นอันตราย (Harmful content)
                                              ่
                    เนื้อหาของข้อมูลสารสนเทศทีเป็นอันตรายสามารถแบ่ง ตามการแสดงออกได้เป็ น
4 ลักษณะ ดังนี้
                   1. การแสดงออกทางการเมือง (Political expression)
                   ใ น ป ร ะ เ ท ศ ฝ รั ่ ง เ ศ ส แ ล ะ เ ย อ ร มั น
มี ก า ร อ อ ก ก ฎ ห ม า ย ก า ร ป ฏิ เ ส ธ ก า ร ฆ่ า ล้ า ง เ ผ่ า พั น ธุ์
โ ด ย จ า กั ด ข อ บ เ ข ต ก า ร แ ส ด ง ซึ่ ง เ นื้ อ ห า ที่ ป ฏิ เ ส ธ ก า ร ฆ่ า ล้ า ง เ ผ่ า พั น ธุ์ ค น ยิ ว เ ช่ น
             ี      ิ
ห้ามมิให้มการตีพมพ์เนื้อหาว่าฮิตเลอร์เป็นคนดีต่อชาวยิว
                   ใ น ป ร ะ เ ท ศ ส า ธ า ร ณ รั ฐ ป ร ะ ช า ช น ช น จี น แ ล ะ สิ ง ค โ ป ร์
                                         ่              ่
มีการจากัดขอบเขตการแสดงออกซึงเนื้อหาทีกระทบกระเทือนต่อความมันคงของประเทศ                    ่
                2. การแสดงออกทางด้านเพศ (Sexual expression)
                การจากัดขอบเขตเนื้อหาการแสดงทางด้านเพศจะแตกต่างกันไปในแต่ละประเท
ศ ก า ร ค ว บ คุ ม สื่ อ ล า ม ก อ น า จ า ร บ า ง ป ร ะ เ ท ศ ห้ า ม
                                                 ี
บาประเทศกาหนดระดับการควบคุมสื่อลามกอนาจารให้มได้แต่ต้องมีเนื้อหาที่ไม่รุนแรงนักและต้อ
      ่
งไม่เกียวข้องกับเด็ก
                    3. การแสดงออกทางด้านการพาณิชย์ (Commercial expression)
                    การจากัดขอบเขตเนื้อหาการแสดงทางด้านการพาณิชย์จะกระทาผ่าน
                                     ่
                       ก. กฎระเบียบเกียวกับการโฆษณา
                       ข. การควบคุมการโฆษณาหรือการขายสินค้าบางประเภท
                                                                                                      17

              ก า ร โ ฆ ษ ณ า แ ล ะ บ ริ ก า ร ต่ า ง ๆ ถื อ เ ป็ น สิ่ ง ที่ ส า คั ญ ม า ก
โดยเฉพาะในประเทศที่ใ ช้ภ าษาอัง กฤษเป็ น ภาษาราชการ เช่ น ประเทศสหราชอาณาจัก ร
                                          ้ ้ื    ้    ็ ่         ่
มีการควบคุมการโฆษณาการขายยาไวอะกร้า ผูซอจะซือได้กต่อเมือมีใบสังยาจากแพทย์เท่านัน         ้
                                ่         ่     ู้ ื
                 4. การแสดงออกซึงเนื้อหาทีทาให้ผอ่นเสื่อมเสียชื่อเสียง (Defamation)
                  ข้ อ พิ จ ารณาของรัฐ เกี่ ย วกับ การแสดงออกซึ่ ง เนื้ อหาที่ เ ป็ นอัน ตราย
แบ่งได้เป็ น 2 ลักษณะ ดังนี้
                  1                                                                                     .
รั ฐ พิ จ ารณาแล้ ว เห็ น ว่ า เนื้ อหาข้ อ มู ล สารสนเทศนั ้ น มี ล ั ก ษณะเป็ นเนื้ อหาต้ อ งห้ า ม
และรัฐต้องเข้ามาควบคุม เช่น
                      - คากล่าวที่แสดงถึงความเกลียดชัง (Hate speech) เช่น การเหยียดสีผว               ิ
                                    ้
คาหยาบคาย เหยียดหยามเชือชาติ ศาสนา หรือกลุ่มบุคคล
                                ่ ่ี
                      - การยัวยุทก่อให้เกิดอาชญากรรม (Incitement to criminal behaviour) เช่น
                                                            ่
คากล่าวว่า การขโมยข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตเป็นเรืองดีและแนะนาวิธการขโมยข้อมูล      ี
                      - สื่ อ ล า ม ก อ น า จ า ร ที่ เ กี่ ย ว กั บ เ ด็ ก (Child      pomography)
ห รื อ ก า ร แ ส ด ง อ อ ก ท า ง เ พ ศ บ า ง ป ร ะ เ ภ ท เ ช่ น ค น ที่ มี จิ น ต น า ก า ร ท า ง เ พ ศ
                                                              ้
ได้เ ขีย นข้อ ความลงในอิน เทอร์เ น็ ต ว่า มีค วามตัง ใจที่จ ะน าตัว นัก ร้อ งหญิง วง Girls Aloud
ม า ข่ ม ขื น แ ล้ ว ฆ่ า หั น ศ พ แ ล้ ว ป ร ะ ก า ศ ข า ย ชิ้ น ส่ ว น ศ พ ท า ง อี เ บ ย์
                                                   ี                       ื        ่
ข้อความดังกล่าวแม้จะเป็นเพียงข้อความไม่มภาพประกอบ ก็ถอว่าเป็นเนื้อหาทีเป็นอันตรายแล้ว
                      - การแสดงออกถึ ง ความรุ น แรงหรือ พฤติก รรมที่ต่ อ ต้ า นสัง คม (Some
depictions of violence or other anti-social behaviour)
                      - ข้ อ มู ล ที่ อ ยู่ ใ น ร ะ ห ว่ า ง ก า ร พิ จ า ร ณ า ข อ ง ศ า ล เ ช่ น
ก า ร น า เ นื้ อ ห า ที่ อ ยู่ ใ น ร ะ ห ว่ า ง ก า ร พิ จ า ร ณ า ค ดี ม า ตี พิ ม พ์
          ู                       ั
ทาให้ค่ความในคดีอาจไม่ได้รบความเป็นธรรม
                                                                ิ
                      - การขายสินค้าหรือบริการที่ผดกฎหมาย เช่น ในประเทศสหราชอาณาจักร
มีการโฆษณาประกาศขายสินค้าประเภทอาวุธปืน ยาไวอะกร้าบนเว็บไซด์ทางอินเทอร์เน็ต
               2 . รั ฐ อ อ ก ก ฎ ห ม า ย ค ว บ คุ ม เ นื้ อ ห า ข อ ง ข้ อ มู ล ส า ร ส น เ ท ศ
       ี
แต่ไม่มผลบังคับใช้โดยตรง
              ข้ อ พิ จ ารณาดั ง กล่ า ว รั ฐ ไม่ ถื อ ว่ า เป็ นประเ ด็ น ส าคั ญ ที่ จ ะต้ อ งควบคุ ม
โดยให้ผได้รบความเสียหายใช้สทธิทางศาลฟ้องร้องผูทาให้เกิดความเสียหายได้ เช่น
       ู้ ั                 ิ                          ้
                                        ิ         ั
                  ก. การละเมิดทรัพย์สนทางปญญา (Infringes intellectual property)
                                                                                  18

                   ข. การละเมิดสิทธิส่วนบุคคลหรือความลับของบุคคล (Breach of privacy /
confidentiality)
                           ู้ ื
               ค. การทาให้ผอ่นเสื่อมเสียชื่อเสียง (Damages reputation of another)
               ง                                                                  .
                    ่ ู้                                                  ้
การโฆษณาบางประการทีผชมเห็นว่ามีเนื้อหาไม่เหมาะสมสามารถร้องเรียนไปยังผูควบคุมการออ
             ้
กอากาศโฆษณานันได้ (Complaints relating to broadcast content)
                                                                                                                  19

                    เสรีภาพในการแสดงออกบนอิ นเทอร์เน็ต
                                                                  ั
               การนาเสรีภาพในการแสดงออกทางความคิดเห็นมาปรับใช้กบสื่อ ออนไลน์สามาร
                           ่
ถทาให้เช่นเดียวกับสื่อโดยทัวไป แต่จะมีความยากลาบากกว่าในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย
เนื่องจาก
                             ่
                    1. ความยุงยากทางเทคโนโลยี
                       ั       ่                ่ี                                  ั
                     ปญหาทีเกิดในกรณีน้ีทพบเห็นได้บ่อยมักเกิดจากวิวฒนาการอันก้าวหน้าของเท
คโนโลยีส ารสนเทศที่พ ัฒ นาอย่ า งรวดเร็ว ท าให้เ กิด ช่ อ งว่ า งของการบัง คับ ใช้ก ฎหมาย เช่ น
ก า ร มี ภ า พ โ ป้ เ ป ลื อ ย ข อ ง เ ด็ ก ไ ว้ ใ น ค ร อ บ ค ร อ ง ถื อ ว่ า เ ป็ น ค ว า ม ผิ ด
  ้
ผูกระทาความผิดจะอาศัยช่องว่างของกฎหมายโดยการใช้เทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์ตกแต่งภาพ
ท        า         ใ      ห้       เ      กิ       ด         ภ         า       พ         ป        ล       อ         ม
                             ้
โดยนาภาพเปลือยของผูใหญ่มาตัดต่อกับใบหน้าของเด็กเพื่อกระตุ้นอารมณ์ทางเพศแก่พวกทีชอ                                 ่
บ มี ค ว า ม สุ ข ท า ง เ พ ศ กั บ เ ด็ ก
โดยผู้ ก ระท าคว ามผิ ด จะอ้ า งว่ า เป็ นภาพปลอ มไม่ ใ ช่ ภ าพโป้ เปลื อ ยของเด็ ก จริ ง ๆ
เ พื่ อ ป ฏิ เ ส ธ ค ว า ม รั บ ผิ ด ต า ม ก ฎ ห ม า ย
ท า ใ ห้ ม ี ค ว า ม พ ย า ย า ม บั ญ ญั ติ ก ฎ ห ม า ย เ พื่ อ ใ ห้ ค ร อ บ ค ลุ ม ถึ ง ก า ร ก ร ะ ท า ดั ง ก ล่ า ว
                                                                     ิ
โดยในประเทศสหราชอาณาจักรได้ออกพระราชบัญญัตคุ้มครองเด็ก ค.ศ.1978 (Protection of
                                      ิ
Children Act 1978) โดยบัญญัตให้การครอบครองภาพตัดต่อดังกล่าวมีความผิดทางกฎหมาย
                        ั
                    2. ปญหาข้ามชาติ (Crooss-border Problems)
              ก า ร สื่ อ ส า ร บ น อิ น เ ท อ ร์ เ น็ ต เ ป็ น ก า ร สื่ อ ส า ร แ บ บ ไ ร้ พ ร ม แ ด น
           ั
ทาให้เกิดปญหาว่ากฎหมายไม่สามารถตามไปควบคุมตรวจสอบเนื้อหาทีเป็ นอันตรายได้ทุกประเ่
                                    ั                                        ั
ทศ เนื่องจากในแต่ละประเทศต่างมีวฒนธรรมแตกต่างกัน ก่อให้เกิดปญหาหลายด้าน ดังนี้
                  2.1 กฎหมายของประเทศใดเป็นกฎหมายสูงสุดทีนามาใช้บงคับ      ่         ั

                 ้        ิ                    ่ ี
เนื่องจากคู่กรณีตองการใช้สทธิทางศาลในประเทศทีมแนวโน้มจะตัดสินคดีเป็ นประโยชน์ต่อรูปคดี
ของตน แม้จะนาหลักกฎหมายระหว่างประเทศคดีบุคคลและคดีเมืองมาใช้ในเรื่องเขตอานาจศาล
     ั    ั
ก็ยงเกิดปญหาการบังคับคดีตามคาพิพากษา เช่น
                   คดีของนาย Gutnick นักธุรกิจชาวออสเตรเลีย ฟ้องร้องนิตยสารDow Jones
  ่ ิ ้
ซึงตีพมพ์ขอความบนอินเทอร์เน็ตว่า นาย Gutnick มีพฤติกรรมทุจริตไม่น่าไว้วางใจ โดยนาย
Gutnick ข อ ใ ห้ ใ ช้ ก ฎ ห ม า ย ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ อ อ ส เ ต ร เ ลี ย บั ง คั บ
เพราะประชาชนในประเทศออสเตรเลีย สามารถอ่ า นข้อ ความดัง กล่ า วทาง อิน เทอร์เ น็ ต ได้
                                                                                                               20

ส่ ว น นิ ต ย ส า ร                                          Dow                     Jones
                                                        ่           ่          ิ
ต้องการให้นากฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกาทีเปิดกว้างเกียวกับการใช้สทธิเสรีภาพในการแส
ดงออกได้ ม ากกว่ า โดยอ้ า งเหตุ ผ ลว่ า นิ ต ยสาร Dow                     Jones   Upload
ข้อมูลดังกล่าวที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งศาลของประเทศสหราชอาณาจักรรับฟ้องไว้พจารณา  ิ
                          ิ ้                      ้ ่                           ่
โดยให้เหตุผลว่าการตีพมพ์ขอความไม่ได้จบสินทีการส่งข้อมูลลงในอินเทอร์เน็ตทีประเทศสหรัฐอเ
ม ริ ก า แ ต่ ผู้ อ่ า น ใ น ป ร ะ เ ท ศ อ อ ส เ ต ร เ ลี ย ส า ม า ร ถ เ ปิ ด อ่ า น ไ ด้
จึงสามารถใช้กฎหมายของประเทศออสเตรเลียบังคับใช้ได้ ผลคดีน้ีแม้ นาย Gutnick จะชนะคดี
แ ต่ ไ ม่ ส า ม า ร ถ บั ง คั บ ค ดี ไ ด้ เ นื่ อ ง จ า ก นิ ต ย ส า ร Dow           Jones
     ี        ิ
ไม่มทรัพย์สนอื่นใดในประเทศสหราชอาณาจักรเลย
                   2.2 การโฆษณา
                 ในประเทศสหราชอาณาจักรการโฆษณาเกี่ยวกับธุรกิจการเงินการธนาคารหรือก
ารพนั น ออนไลน์ ผู้โ ฆษณาต้ อ งมีใ บอนุ ญ าตจึง จะโฆษณาธุ ร กิจ ของตนบนอิน เทอร์เ น็ ต ได้
หรือการโฆษณาขายยาไวอะกร้าไม่สามารถกระทาได้
                 ใ น ข ณ ะ ที่ ป ร ะ เ ท ศ ส ห รั ฐ อ เ ม ริ ก า ส า ม า ร ถ โ ฆ ษ ณ า ธุ ร กิ จ ดั ง ก ล่ า ว ไ ด้
              ั
ท าให้เ กิด ป ญ หาแก่ ผู้ โ ฆษณาบนอิน เทอร์เ น็ ต ซึ่ง ผู้เ ข้า ชมสามารถเปิ ด ดูโ ฆษณาได้ท ว โลก           ั่
โฆษณาสินค้าประเภทหนึ่งอาจทาได้ในบางประเทศและอาจผิดกฎหมายได้เมื่อมีการเปิดดูโฆษณ
า นั ้ น ใ น ป ร ะ เ ท ศ ที่ มี ก ฎ ห ม า ย บั ญ ญั ติ ไ ว้ ว่ า เ ป็ น ค ว า ม ผิ ด
ก่ อ ใ ห้ เ กิ ด ค ว า ม ยุ่ ง ย า ก แ ก่ ผู้ โ ฆ ษ ณ า ที่ จ ะ ต้ อ ง ศึ ก ษ า ก ฎ ห ม า ย
                                             ้
ระเบียบข้อบังคับของแต่ละประเทศว่ามีขอจากัดเนื้อหาของการโฆษณาในเรืองใดบ้าง            ่

                   2.3 ความอ่อนไหวทางการเมืองและวัฒนธรรม
                   ประเด็นความอ่อนไหวทางการเมืองและวัฒนธรรมแสดงออกได้หลายทาง ดังนี้
                       ก. การแสดงออกทางเพศ
                  ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็ นประเทศที่ผลิตสื่อทางด้านเพศมากที่สุดในโลกถึง 89
เปอร์เ ซ็นต์ มีก ารใช้เงินถึง 2.84 ล้านดอลล่ าร์ต่ อ วินาที ในปี ค.ศ. 2006 ธุ รกิจ E-commerce
ถื อ เ ป็ น ธุ ร กิ จ ที่ มี ค ว า ม ส า คั ญ ม า ก
แต่ ก ารตี ค วามว่ า ภาพที่ม ีเ นื้ อ หาการแสดงออกทางเพศมีล ัก ษณะลามกอนาจารหรือ ไม่
จ ะ พิ จ า ร ณ า โ ด ย ใ ช้ ห ลั ก ว่ า ภ า พ นั ้ น มี ลั ก ษ ณ ะ ยั ่ว ยุ อ า ร ม ณ์ ท า ง เ พ ศ ห รื อ ไ ม่
     ั ้ ็ ้ึ     ั
แต่ทงนี้กขนอยู่กบศาลในแต่ละมลรัฐว่าจะใช้ดุลพินิจพิจารณาว่าภาพเหล่านันเป็ นภาพลามกอนาจ้
                                       ่
ารหรือไม่ตามกฎหมายของมลรัฐทีแตกต่างกันไป
                                                                                                               21

                  ประเทศสหราชอาณาจัก ร ตีค วามภาพที่ม ีล ัก ษณะลามกอนาจาร หมายถึง
ภาพโป้เปลือยใดๆ ทีมแนวโน้มทีทาให้เกิดการเสื่อมทรามหรือก่ออาชญากรรม
                      ่ ี        ่
                                               ี
                 ประเทศเดนมาร์ก ยอมรับให้มการเผยแพร่ภาพการสมสู่ระหว่างคนกับสัตว์ได้
                 ป ร ะ เ ท ศ ยู เ ค ร น แ ล ะ ป ร ะ เ ท ศ ส ห ร า ช อ า ณ า จั ก ร
ย อ ม รั บ ก า ร ตี พิ ม พ์ ภ า พ โ ป้ ใ น ห นั ง สื อ พิ ม พ์ ห น้ า 3 ไ ด้
แ ต่ ใ น ก ร ณี เ ดี ย ว กั น ห า ก ตี พิ ม พ์ ภ า พ โ ป้ ใ น ห นั ง สื อ พิ ม พ์ ใ น ป ร ะ เ ท ศ
      ิ                            ิ
ซาอุดอาระเบียแล้วไม่สามารถตีพมพ์ภาพดังกล่าวได้
                       ข. ทางวัฒนธรรม
                                   ่
                  ในประเทศฝรัง เศสและประเทศเยอรมัน รัฐ บาลมีค วามอ่ อ นไหวเรื่อ งนาซี
                                                               ้
มีการออกกฎหมายห้ามปฏิเสธการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ห้ามซือขายประมูลสินค้าเกียวกับนาซี        ่
                  ในประเทศจีน รัฐ บาลมีค วามอ่ อ นไหวมากเกี่ย วกับ ประเทศไต้ ห วัน ธิเ บต
และประชาธิปไตย
                                                          ่
                  ประเทศจอร์เจีย มีความอ่อนไหวเกียวกับประเทศรัสเซีย
                  ป ร ะ เ ท ศ ใ น ซี ก โ ล ก ต ะ วั น อ อ ก มี ค ว า ม อ่ อ น ไ ห ว กั บ เ รื่ อ ง ฟ รี เ ซ็ ก ส์
ภาพลามกอนาจาร แต่ในขณะเดียวกัน ประเทศในซีกโลกตะวันตกกลับเห็นเป็นเรืองธรรมดา               ่
                  ประเทศสหราชอาณาจักร มีความอ่อนไหวเกี่ยวกับเนื้อหาการแสดงทางด้านเพศ
  ่
ทีมเี นื้อหารุนแรง คาพูดที่แสดงความเกลียดชังระหว่างบุคคลหรือกลุ่มบุคคลอันเกิดจากเชือชาติ                 ้
ศาสนา สังคม และการทาให้เสื่อมเสียชื่อเสียงต่อบุคคลอื่น
                       ค. ความขัดแย้งภายในของแต่ละประเทศ
                       ง. อิทธิพลทางการเมือง
                                                          ั
                       อิ ท ธิพ ลทางการเมือ งมีผ ลต่ อ ป ญ หาเรื่อ งเขตอ านาจศาลระหว่ า งประเทศ
ซึ่ ง มั ก จ ะ มี ป ร ะ เ ด็ น ว่ า จ ะ ใ ช้ ก ฎ ห ม า ย ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ ใ ด เ ป็ น ก ฎ ห ม า ย สู ง สุ ด
ซึ่ ง ใ นป ัจ จุ บ ั น วั ฒ น ธ รร ม ขอ ง ปร ะ เ ทศ ส หรั ฐ อ เ ม ริ ก า ย่ อ ม มี อิ ท ธิ พ ล ต่ อ ปร ะ เท ศ อื่ น
เ นื่ อ ง จ า ก ป ร ะ เ ท ศ ส ห รั ฐ อ เ ม ริ ก า เ ป็ น ป ร ะ เ ท ศ ม ห า อ า น า จ
                                ่
แต่เมื่อเวลาผ่านไปในทีสุดแล้วประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งมีจานวนประชากรใช้ อนเทอร์เ                      ิ
น็ ต ม า ก ที่ สุ ด ใ น โ ล ก ใ น ปี 2 5 5 1 แ ล ะ มี แ น ว โ น้ ม ที่ จ ะ ข ย า ย ตั ว เ พิ่ ม ม า ก ขึ้ น
ต า ม อั ต ร า ก า ร ข ย า ย ตั ว ท า ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ที่ เ ติ บ โ ต ขึ้ น อ ย่ า ง ร ว ด เ ร็ ว
ประกอบกับรัฐบาลของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนมีนโยบายขยายเครือข่ายเทคโนโลยีสารส
น เ ท ศ มี เ ป้ า ห ม า ย ใ ห้ ก ร ะ จ า ย ทั ่ ว ถึ ง ทั ้ ง ป ร ะ เ ท ศ
                                                                                                               22

     ้                                           ิ
ดังนันประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนจึงน่ าจะเข้ามามีอทธิพลบนอินเทอร์เน็ตมากกว่าประเทศอื่
นๆ
                   กฎหมายไทยที่เกี่ยวข้อง
                   รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550
                    มาตรา 45 บุคคลย่อ มมีเ สรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพู ด การเขียน
การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธอ่น                  ีื
                    ก า ร จ า กั ด เ ส รี ภ า พ ต า ม ว ร ร ค ห นึ่ ง จ ะ ก ร ะ ท า มิ ไ ด้
เว้น แต่ โ ดยอาศัย อ านาจตามบทบัญ ญัติแ ห่ ง กฎหมายเฉพาะเพื่อ รัก ษาความมัน คงของรัฐ               ่
เ พื่ อ คุ้ ม ค ร อ ง สิ ท ธิ เ ส รี ภ า พ เ กี ย ร ติ ย ศ ชื่ อ เ สี ย ง
สิ ท ธิ ใ น ค ร อ บ ค รั ว ห รื อ ค ว า ม เ ป็ น อ ยู่ ส่ ว น ตั ว ข อ ง บุ ค ค ล อื่ น
เ พื่ อ รั ก ษ า ค ว า ม ส ง บ เ รี ย บ ร้ อ ย ห รื อ ศี ล ธ ร ร ม อั น ดี ข อ ง ป ร ะ ช า ช น
หรือเพื่อป้องกันหรือระงับความเสื่อมทรามทางจิตใจหรือสุขภาพของประชาชน
                          ่
                    การสังปิด... สื่อมวลชนอื่นเพื่อลิดรอนเสรีภาพตามนี้จะกระทามิได้
                    ก          า           ร            ห้           า          ม            .         .         .
                                                               ้
สื่อมวลชนอื่นเสนอข่าวสารหรือแสดงความคิดเห็น ทังหมดหรือบางส่วนหรือการแทรกแซงด้วยวิธ ี
ก า ร ใ ด ๆ เ พื่ อ ลิ ด ร อ น เ ส รี ภ า พ ต า ม นี้ จ ะ ก ร ะ ท า มิ ไ ด้
                                              ิ
เว้นแต่โดยอาศัยอานาจตามบทบัญญัตแห่งกฎหมายซึงได้ตราขึนตามวรรคสอง    ่        ้
                    การให้ น าข่ า วหรื อ บทความไปให้ เ จ้ า หน้ า ที่ ต รวจก่ อ นน าไปโฆษณาใน
สื่ อ ม ว ล ช น อื่ น จ ะ ก ร ะ ท า มิ ไ ด้
เ ว้ น แ ต่ จ ะ ก ร ะ ท า ใ น ร ะ ห ว่ า ง เ ว ล า ที่ ป ร ะ เ ท ศ อ ยู่ ใ น ภ า ว ะ ส ง ค ร า ม ห รื อ ก า ร ร บ
      ั้                                                         ิ
แต่ทงนี้จะต้องกระทาโดยอาศัยอานาจตามบทบัญญัตแห่งกฎหมายซึงได้ตราขึนตามวรรคสอง      ่         ้
                    ม             า             ต            ร              า                        5            6
                 ิ        ั
บุคคลย่อมมีสทธิได้รบทราบและเข้าถึงข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะในครอบครองของหน่ วยราชก
า ร ห น่ ว ย ง า น ข อ ง รั ฐ รั ฐ วิ ส า ห กิ จ ห รื อ ร า ช ก า ร ส่ ว น ท้ อ ง ถิ่ น
เ ว้ น แ ต่ ก า ร เ ปิ ด เ ผ ย ข้ อ มู ล ห รื อ ข่ า ว ส า ร นั ้ น จ ะ ก ร ะ ท บ ต่ อ ค ว า ม มั ่น ค ง ข อ ง รั ฐ
ค ว า ม ป ล อ ด ภั ย ข อ ง ป ร ะ ช า ช น
หรื อ ส่ ว นได้ เ สี ย อั น พึ ง ได้ ร ั บ ความคุ้ ม ครองของบุ ค คลอื่ น หรื อ เป็ นข้ อ มู ล ส่ ว นบุ ค คล
  ้          ่
ทังนี้ตามทีกฎหมายบัญญัติ
                   ประมวลกฎหมายอาญา
                                                                                                            23

                 ม า ต ร า 1 1 2 ผู้ ใ ด ห มิ่ น ป ร ะ ม า ท ดู ห มิ่ น
ห รื อ แ ส ด ง ค ว า ม อ า ฆ า ต ม า ด ร้ า ย พ ร ะ ม ห า ก ษั ต ริ ย์ พ ร ะ ร า ชิ นี รั ช ท า ย า ท
       ้                                                  ้
หรือผูสาเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจาคุกตังแต่สามปีถงสิบห้าปี    ึ
                มาตรา 116 ผู้ ใ ดกระท าให้ ป รากฏแก่ ประชาชนด้ ว ยว าจา หนั ง สื อ
        ีื
หรือวิธอ่นใดอันมิใช่เป็นการกระทาภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญหรือมิใ ช่เพื่อแสดงความ
คิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต
                         (1) เพื่อ ให้ เ กิ ด การเปลี่ ย นแปลงในกฎหมายแผ่ น ดิน หรือ รัฐ บาล
โดยใช้กาลังข่มขืนใจหรือใช้กาลังประทุษร้าย
                         (                                    2                                    )
                  ั่ ่                                 ่                   ่
เพื่อให้เกิดความปนปวนหรือกระด้างกระเดื่องในหมูประชาชนถึงขนาดทีจะก่อความไม่สงบขึนในร           ้
าชอาณาจักร หรือ
                         ( 3 ) เ พื่ อ ใ ห้ ป ร ะ ช า ช น ล่ ว ง ล ะ เ มิ ด ก ฎ ห ม า ย แ ผ่ น ดิ น
ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินเจ็ดปี
               มาตรา 123 ผู้ใดกระทาการใดๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อความ เอกสาร หรือสิงใดๆ
                                                                                ่
อันปกปิดไว้เป็นความลับสาหรับความปลอดภัยของประเทศ ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินสิบปี
                   มาตรา 124 ผูใดกระทาการใดๆ เพื่อให้ผอ่นล่วงรูหรือได้ไปซึงข้อความ เอกสาร
                                   ้                               ู้ ื     ้           ่
ห รื อ สิ่ ง ใ ด ๆ อั น ป ก ปิ ด ไ ว้ เ ป็ น ค ว า ม ลั ด ส า ห รั บ ค ว า ม ป ล อ ด ภั ย ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ
ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินสิบปี
                มาตรา 133 ผูใดหมินประมาท ดูหมินหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายราชาธิบดี
                                ้         ่               ่
ร า ชิ นี ร า ช ส า มี รั ฐ ท า ย า ท ห รื อ ป ร ะ มุ ข แ ห่ ง รั ฐ ต่ า ง ป ร ะ เ ท ศ
                       ้                                     ้                                   ั
ต้อ งระวางโทษจ าคุ ก ตัง แต่ ห นึ่ง ปี ถึงเจ็ดปี หรือ ปรับ ตัง แต่ ส องพัน บาทถึง หนึ่ งหมื่นสี่พน บาท
      ้ ้
หรือทังจาทังปรับ
                ม า ต ร า 1 3 4                          ผู้ ใ ด ห มิ่ น ป ร ะ ม า ท
     ่                                    ้                        ่ ั
ดูหมินหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายผูแทนรัฐต่างประเทศซึงได้รบแต่งตังให้มาสู่พระราชสานัก ้
                           ้                                     ้
ต้อ งระหว่ า งโทษจ าคุ ก ตัง แต่ ห กเดือ นถึง ห้า ปี หรือ ปรับ ตัง แต่ ห นึ่ ง พัน บาทถึง หนึ่ ง หมื่น บาท
       ้ ้
หรือทังจาทังปรับ
                   มาตรา 287 ผูใด   ้
                           (1)               เ พื่ อ ค ว า มป ร ะ ส งค์ แ ห่ ง กา ร ค้ า ห รื อ โ ดย ก า ร ค้ า
เ พื่ อ ก า ร จ่ า ย แ จ ก ห รื อ เ พื่ อ ก า ร แ ส ด ง อ ว ด แ ก่ ป ร ะ ช า ช น ท า ผ ลิ ต มี ไ ว้
                                                                                                                      24

นาเข้าหรือยังให้นาเข้าในราชอาณาจักร ส่งออกหรือยังให้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พาไป
หรือ ยัง ให้ พ าไปหรือ ท าให้ แ พร่ ห ลายโดยประการใดๆ ซึ่ง เอกสาร ภาพเขีย น ภาพพิม พ์
ภาพระบายสี สิ่งพิมพ์ รูปภาพ ภาพโฆษณา เครื่องหมาย รูปถ่าย ภาพยนตร์ แถบบันทึกเสียง
                          ่
แถบบันทึกภาพหรือสิงอื่นใดอันลามก
                              (2)                                                   ป ร ะ ก อ บ ก า ร ค้ า
หรื อ มี ส่ ว นหรื อ เข้ า เกี่ ย ว ข้ อ งในการค้ า เกี่ ย วกั บ วั ต ถุ ห รื อ สิ่ ง ของลามกดั ง กล่ า วแล้ ว
จ่ายแจกหรือแสดงอวดแก่ประชาชน หรือให้เช่าวัตถุหรือสิงของเช่นว่านัน  ่                   ้
                              (3)                          เ พื่ อ จ ะ ช่ ว ย ก า ร ท า ใ ห้ แ พ ร่ ห ล า ย
หรื อ การค้ า วั ต ถุ ห รื อ สิ่ ง ของลามกดั ง กล่ า วแล้ ว โฆษณาหรื อ ไขข่ า วโดยประการ ใดๆ
ว่ า มี บุ ค คลกระท าการอั น เป็ นความ ผิ ด ตามมาตรานี้ หรื อ โฆษณาหรื อ ไขข่ า วว่ า วั ต ถุ
ห รื อ สิ่ ง ข อ ง ล า ม ก ดั ง ก ล่ า ว แ ล้ ว จ ะ ห า ไ ด้ จ า ก บุ ค ค ล ใ ด ห รื อ โ ด ย วิ ธี ใ ด
ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทังจาทังปรับ           ้ ้
                      ม า ต ร า 326 ผู้ ใ ด ใ ส่ ค ว า ม ผู้ อื่ น ต่ อ บุ ค ค ล ที่ ส า ม
โ ด ย ป ร ะ ก า ร ที่ น่ า จ ะ ท า ใ ห้ ผู้ อื่ น นั ้ น เ สี ย ชื่ อ เ สี ย ง ถู ก ดู ห มิ่ น ห รื อ ถู ก เ ก ลี ย ด ชั ง
ผู้ นั ้ น ก ร ะ ท า ค ว า ม ผิ ด ฐ า น ห มิ่ น ป ร ะ ม า ท ต้ อ ง ร ะ ว า ง โ ท ษ จ า คุ ก ไ ม่ เ กิ น ห นึ่ ง ปี
                            ่
หรือปรับไม่เกินสองหมืนบาท หรือทังจาทังปรับ   ้ ้
                      มาตรา 328 ถ้าความผิดฐานหมินประมาทได้กระทาโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร
                                                           ่
                                                                    ่
ภาพวาด ภาพระบายสี ภาพยนตร์ ภาพหรือตัวอักษรทีทาให้ปรากฏไม่ว่าด้วยวิธใด ๆ แผ่นเสียง                ี
ห รื อ สิ่ ง บั น ทึ ก เ สี ย ง บั น ทึ ก ภ า พ ห รื อ บั น ทึ ก อั ก ษ ร ก ร ะ ท า โ ด ย ก า ร ก ร ะ จ า ย เ สี ย ง
ห รื อ ก า ร ก ร ะ จ า ย ภ า พ ห รื อ โ ด ย ก ร ะ ท า ก า ร ป่ า ว ป ร ะ ก า ศ ด้ ว ย วิ ธี อื่ น
  ้
ผูกระทาต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินสองปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท
                    ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิ ชย์
                    มาตรา                    420                     ผู้ ใ ด จ ง ใ จ ห รื อ ป ร ะ ม า ท เ ลิ น เ ล่ อ
ท าต่ อ บุ ค คลอื่ น โดยผิด กฎหมายให้ เ ขาเสีย หายถึ ง แก่ ชีว ิต ก็ ดี แก่ ร่ า งกายก็ ดี อนามัย ก็ ดี
เสรี ภ าพก็ ดี           ทรัพ ย์ ส ิ น หรื อ สิ ท ธิ อ ย่ า งหนึ่ ง อย่ า งใดก็ ดี ท่ า นว่ า ผู้ นั ้น ท าละเมิ ด
จาต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนัน         ้
               ม า ต ร า 421 ก า ร ใ ช้ ส ิ ท ธิ ซ่ึ ง มี แ ต่ จ ะ ใ ห้ เ กิ ด เ สี ย ห า ย แ ก่ บุ ค ค ล อื่ น นั ้ น
ท่านว่าเป็นการอันมิชอบด้วยกฎหมาย
                                                                                                                        25

                      มาตรา 423 ผูใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลาย ซึงข้อความอันฝ่าฝื น ต่อความจริง
                                           ้                                          ่
       ่                  ื                                                      ี
เป็ นทีเสียหายแก่ช่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่น ก็ดหรือเป็ นทีเสียหายแก่ทางทามาหาได้    ่
                                                                    ้ ั้
หรือทางเจริญของเขาโดย ประการอื่นก็ดี ท่านว่าผูนนจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เขาเพื่อ
ความเสีย หายอย่ า งใดๆ                                                         ้                                  ้
                                             อัน เกิด แต่ ก ารนั ้น แม้ท ัง เมื่อ ตนมิไ ด้รู้ว่ า ข้อ ความนั น ไม่ จ ริง
แต่หากควรจะรูได้    ้
                      ผู้ ใ ด ส่ ง ข่ า ว ส า ส์ น อั น ต น มิ ไ ด้ รู้ ว่ า เ ป็ น ค ว า ม ไ ม่ จ ริ ง ห า ก ว่ า ต น เ อ ง
ห รื อ ผู้ รั บ ข่ า ว ส า ส์ น นั ้ น มี ท า ง ไ ด้ เ สี ย โ ด ย ช อ บ ใ น ก า ร นั ้ น ด้ ว ย แ ล้ ว ท่ า น ว่ า
         ่                         ้              ู้ ั ้
เพียงทีส่งข่าวสาส์นเช่นนันหาทาให้ผนนต้องรับผิดใช้ค่าสินไหม ทดแทนไม่
                     พระราชบัญ ญัติว่าด้ วยการกระทาความผิ ดเกี่ ย วกับคอมพิ วเตอร์ พ.ศ.
2550
                   มาตรา             14                   ผู้ ใ ดกระท าคว ามผิ ด ที่ ร ะบุ ไ ว้ ด ั ง ต่ อ ไปนี้
ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทังจาทังปรับ  ้ ้
                          (1                                                                                  )
น าเข้ า สู่ ร ะบบคอมพิ ว เตอร์ ซ่ึ ง ข้ อ มู ล คอมพิ ว เตอร์ ป ลอมไม่ ว่ า ทั ้ง หมดหรื อ บางส่ ว น
                        ั                               ่
หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อนเป็นเท็จ โดยประการทีน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผอ่นหรือประชาชน    ู้ ื
                          (2) น าเข้า สู่ร ะบบคอมพิว เตอร์ซ่ึง ข้ อ มูล คอมพิว เตอร์อ ันเป็ น เท็จ
                 ่                                    ่
โดยประการทีน่าจะเกิดความเสียหายต่อความมันคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแ
ก่ประชาชน
                           (3) น าเข้า สู่ ร ะบบคอมพิว เตอร์ซ่ึง ข้อ มูล คอมพิว เตอร์ใ ด                     ๆ
                    ่           ่                                           ่
อันเป็นความผิดเกียวกับความมันคงแห่งราชอาณาจักรหรือความผิดเกียวกับการก่อการร้ายตามป
ระมวลกฎหมายอาญา
                          (4)     น าเข้า สู่ ร ะบบคอมพิว เตอร์ซ่ึง ข้อ มูล คอมพิว เตอร์ใ ด                  ๆ
  ่ ีั                                           ั้
ทีมลกษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นนประชาชนทัวไปอาจเข้าถึงได้     ่
                          (5                                                                                  )
                      ่                             ้
เผยแพร่หรือส่งต่อซึงข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรูอยู่แล้วว่าเป็ นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตาม (1) (2) (3)
หรือ (4)
                   ม า ต ร า                                                                           1 6
  ้                                     ่ี           ่                     ่ึ
ผูใดนาเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ทประชาชนทัวไปอาจเข้าถึงได้ซงข้อมูลคอมพิวเตอร์ทปรากฏเป็ น             ่ี
ภาพของผู้ อ่ ื น               และภาพนั ้ น เป็ นภาพที่ เ กิ ด จากการสร้ า งขึ้ น                   ตั ด ต่ อ
เติ ม ห รื อ ดั ด แป ล ง ด้ ว ยวิ ธ ี ก าร ทา งอิ เ ล็ ก ทร อ นิ กส์ ห รื อ วิ ธ ี ก าร อื่ น ใด       ทั ้ง นี้
                                                                                                                        26

            ่                  ้                      ่                      ั
โดยประการทีน่าจะทาให้ผู้อ่ ืนนันเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิน ถูกเกลียดชัง หรือได้รบความอับอาย
                                                        ่        ้ ้
ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมืนบาท หรือทังจาทังปรับ
              ถ้าการกระทาตามวรรคหนึ่ง เป็นการนาเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยสุจริต
          ี
กระทาไม่มความผิดความ
                         มาตรา                      18                  ภ า ย ใ ต้ บั ง คั บ ม า ต ร า                   19
                                                                   ่ี        ั
เพื่อประโยชน์ในการสืบสวนและสอบสวนในกรณีทมเี หตุอนควรเชื่อได้ว่ามีการกระทาความผิดตา
มพระราชบัญ ญัติน้ี                   ให้พ นั ก งานเจ้า หน้ า ที่ม ีอ านาจอย่ า งหนึ่ ง อย่ า งใด              ดัง ต่ อ ไปนี้
             ่
เฉพาะทีจาเป็ นเพื่อประโยชน์ในการใช้เป็ นหลักฐานเกี่ยวกับการกระทาความผิดและหาตัวผูกระ                                   ้
ทาความผิด
                                   (1                                                                                      )
                                               ่ ่
มีหนังสือสอบถามหรือเรียกบุคคลทีเกียวข้องกับการกระทาความผิดตามพระราชบัญญัตน้ีมาเพื่อใ                           ิ
ห้ ถ้ อ ยค า                   ส่ ง ค าชี้ แ จงเป็ นหนั ง สื อ                  หรื อ ส่ ง เอกสาร                  ข้ อ มู ล
                            ่ ่
หรือหลักฐานอื่นใดทีอยูในรูปแบบทีสามารถเข้าใจได้ ่
                                   (2                                                                                      )
                                                      ้               ่
เรียกข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์จากผูให้บริการเกียวกับการติดต่อสื่อสารผ่านระบบคอมพิวเตอ
ร์หรือจากบุคคลอื่นทีเกียวข้อง่ ่
                                   (3                                                                                      )
   ่
สั ง ให้ ผู้ ใ ห้ บ ริ ก ารส่ ง มอบข้ อ มู ล เกี่ ย วกั บ ผู้ ใ ช้ บ ริ ก ารที่ ต้ อ งเก็ บ ตามมาตรา                     ๒๖
         ่ ่                                                  ้
หรือทีอยูในความครอบครองหรือควบคุมของผูให้บริการให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่
                                   (4) ทาสาเนาข้อ มูล คอมพิว เตอร์ ข้อ มูล จราจรทางคอมพิว เตอร์
จากระบบคอมพิว เตอร์ท่ีม ีเ หตุ อ ัน ควรเชื่อ ได้ว่ า มีก ารกระท าความผิด ตามพระราชบัญ ญัติน้ี
               ่ี                      ั้               ่
ในกรณีทระบบคอมพิวเตอร์นนยังมิได้อยูในความครอบครองของพนักงานเจ้าหน้าที่
                                   (5)            ่
                                              สัง ให้บุ ค คลซึ่ง ครอบครองหรือ ควบคุ ม ข้อ มูล คอมพิว เตอร์
ห รื อ อุ ป ก ร ณ์ ที่ ใ ช้ เ ก็ บ ข้ อ มู ล ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์                    ส่ ง ม อ บ ข้ อ มู ล ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์
                    ั
หรืออุปกรณ์ดงกล่าวให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่
                                   (6) ตรวจสอบหรือ เข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมูลคอมพิว เตอร์
ข้ อ มู ล จราจรทางคอมพิ ว เตอร์ ห รื อ อุ ป กรณ์ ท่ี ใ ช้ เ ก็ บ ข้ อ มู ล คอมพิ ว เตอร์ ข องบุ ค คลใด
อั น เ ป็ น ห ลั ก ฐ า น ห รื อ อ า จ ใ ช้ เ ป็ น ห ลั ก ฐ า น เ กี่ ย ว กั บ ก า ร ก ร ะ ท า ค ว า ม ผิ ด
                                 ้                          ่              ้
หรือเพื่อสืบสวนหาตัวผูกระทาความผิดและสังให้บุคคลนันส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ขอมูลจราจรทาง                      ้
                       ่ ่                ่
คอมพิวเตอร์ ทีเกียวข้องเท่าทีจาเป็นให้ดวยก็ได้            ้
                                                                                                                         27

                          (7)           ถอดรหั ส ลั บ ของข้ อ มู ล คอมพิ ว เตอร์ ข องบุ ค คลใด
       ่
หรือ สังให้บุคคลที่เ กี่ยวข้อ งกับการเข้ารหัส ลับของข้อ มูล คอมพิว เตอร์ ทาการถอดรหัส ลับ
                                          ่
หรือให้ความร่วมมือกับพนักงานเจ้าหน้าทีในการถอดรหัสลับดังกล่าว
                          (8                                                                  )
                                      ่
ยึดหรืออายัดระบบคอมพิวเตอร์เท่าทีจาเป็นเฉพาะเพื่อประโยชน์ในการทราบรายละเอียดแห่งควา
           ้
มผิดและผูกระทาความผิดตามพระราชบัญญัตน้ี        ิ
                           มาตรา 19 การใช้อานาจของพนักงานเจ้าหน้ าทีตามมาตรา 18 (4) (5) (6) (7)
                                                                                     ่
แ ล ะ                                                                                                              (8 )
                                   ่ ่ื                  ่                       ่
ให้พนักงานเจ้าหน้าทียนคาร้องต่อศาลทีมเี ขตอานาจเพื่อมีคาสังอนุ ญาตให้พนักงานเจ้าหน้าทีดาเ                              ่
นิ น ก า ร ต า ม ค า ร้ อ ง                                                                                    ทั ้ ง นี้
                                 ั
คาร้องต้องระบุเหตุอนควรเชื่อได้ว่าบุคคลใดกระทาหรือกาลังจะกระทาการอย่างหนึ่งอย่างใดอันเ
                                                               ี
ป็ นความผิดตามพระราชบัญญัติน้ี เหตุท่ต้องใช้อานาจ ลักษณะของการกระทาความผิด
ร า ย ล ะ เ อี ย ด เ กี่ ย ว กั บ อุ ป ก ร ณ์ ที่ ใ ช้ ใ น ก า ร ก ร ะ ท า ค ว า ม ผิ ด แ ล ะ ผู้ ก ร ะ ท า ค ว า ม ผิ ด
เ ท่ า ที่ ส า ม า ร ถ จ ะ ร ะ บุ ไ ด้
ประกอบคาร้องด้วยในการพิจารณาคาร้องให้ศาลพิจารณาคาร้องดังกล่าวโดยเร็ว
                                              ่
                           เมื่ อ ศาลมี ค าสัง อนุ ญ าตแล้ ว             ก่ อ นด าเนิ น การตามค าสั ง ของศาล่
                                      ่                    ั          ่
ให้พนักงานเจ้าหน้าทีส่งสาเนาบันทึกเหตุอนควรเชื่อทีทาให้ต้องใช้อานาจตามมาตรา 18 (4) (5)
(6) (7) และ (8) มอบให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองระบบคอมพิวเตอร์นันไว้เป็ นหลักฐาน                       ้
แต่ ถ้ า ไม่ ม ี เ จ้ า ของหรื อ ผู้ ค รอบครองเครื่ อ งคอมพิ ว เตอร์ อ ยู่                          ณ              ที่ นั ้ น
                                    ่                        ้                     ้
ให้พนักงานเจ้าหน้าทีส่งมอบสาเนาบันทึกนันให้แก่เจ้าของหรือผูครอบครองดังกล่าวในทันทีทกระ                              ่ี
ทาได้
                                                    ่ ู้
                           ให้พนักงานเจ้าหน้าทีผเป็ นหัวหน้าในการดาเนินการตามมาตรา 18 (4) (5) (6)
(7 )                                                           และ                                                  (8 )
ส่งสาเนาบันทึกรายละเอียดการดาเนินการและเหตุผลแห่งการดาเนินการให้ศาลทีมเี ขตอานาจภา                       ่
       ่ ิ            ่
ยในสีสบแปดชัวโมงนับแต่เวลาลงมือดาเนินการเพื่อเป็นหลักฐาน
                           การท าส าเนาข้ อ มู ล คอมพิ ว เตอร์ ต ามมาตรา                              18                 (4)
ให้ก ระท าได้เ ฉพาะเมื่อ มีเ หตุ อ ัน ควรเชื่อ ได้ว่ า มีก ารกระท าความผิด ตามพระราชบัญ ญัติน้ี
                                                                               ้
และต้องไม่เป็ นอุปสรรคในการดาเนินกิจการของเจ้าของหรือผูครอบครองข้อมูลคอมพิวเตอร์นนเ                                       ั้
กินความจาเป็น
                           ก า ร ยึ ด ห รื อ อ า ยั ด ต า ม ม า ต ร า                    148                             (8 )
นอกจากจะต้องส่งมอบสาเนาหนังสือแสดงการยึดหรืออายัดมอบให้เจ้าของหรือผูครอบครองระบ                        ้
                        ั้                                              ่ ่
บคอมพิวเตอร์นนไว้เป็ นหลักฐานแล้วพนักงานเจ้าหน้าทีจะสังยึดหรืออายัดไว้เกินสามสิบวันมิได้
                                                                                                              28

ใ น ก ร ณี จ า เ ป็ น ที่ ต้ อ ง ยึ ด ห รื อ อ า ยั ด ไ ว้ น า น ก ว่ า นั ้ น
ใ ห้ ยื่ น ค า ร้ อ ง ต่ อ ศ า ล ที่ มี เ ข ต อ า น า จ เ พื่ อ ข อ ข ย า ย เ ว ล า ยึ ด ห รื อ อ า ยั ด ไ ด้
                                               ้                         ้
แต่ ศ าลจะอนุ ญ าตให้ ข ยายเวลาครัง เดีย วหรือ หลายครัง รวมกัน ได้ อี ก ไม่ เ กิ น หกสิ บ วัน
เ มื่ อ ห ม ด ค ว า ม จ า เ ป็ น ที่ จ ะ ยึ ด ห รื อ อ า ยั ด ห รื อ ค ร บ ก า ห น ด เ ว ล า ดั ง ก ล่ า ว แ ล้ ว
                      ่ ้                                 ่ี ึ
พนักงานเจ้าหน้าทีตองส่งคืนระบบคอมพิวเตอร์ทยดหรือถอนการอายัดโดยพลัน

                                                           ่
         หนังสือแสดงการยึดหรืออายัดตามวรรคห้าให้เป็นไปตามทีกาหนดในกฎกระทรวง
                      ม า ต ร า                                                                              2 0
              ่ี                                          ิ
ในกรณีทการกระทาความผิดตามพระราชบัญญัตน้ีเป็ นการทาให้แพร่หลายซึงข้อมูลคอมพิวเตอร์          ่
  ่                                      ่
ทีอาจกระทบกระเทือนต่อความมันคงแห่งราชอาณาจักรตามที่กาหนดไว้ในภาคสอง ลักษณะ 1
ห รื อ ลั ก ษ ณ ะ                          1 /1                       แ ห่ ง ป ร ะ ม ว ล ก ฎ ห ม า ย อ า ญ า
ห รื อ ที่ มี ล ั ก ษ ณ ะ ขั ด ต่ อ ค ว า ม ส ง บ เ รี ย บ ร้ อ ย ห รื อ ศี ล ธ ร ร ม อั น ดี ข อ ง ป ร ะ ช า ช น
                       ่          ั
พนักงานเจ้าหน้าทีโดยได้รบความเห็นชอบจากรัฐมนตรีอาจยื่นคาร้องพร้อมแสดงพยานหลักฐาน
            ่                       ี ่                                 ่
ต่อศาลทีมเี ขตอานาจขอให้มคาสังระงับการทาให้แพร่หลายซึงข้อมูลคอมพิวเตอร์นนได้                     ั้

                  ี          ่
        ในกรณีท่ศาลมีคาสังให้ระงับการทาให้แพร่หลายซึ่งข้อ มูลคอมพิวเตอร์ต ามวรรคหนึ่ง
ใ ห้ พ นั ก ง า น เ จ้ า ห น้ า ที่ ท า ก า ร ร ะ งั บ ก า ร ท า ใ ห้ แ พ ร่ ห ล า ย นั ้ น เ อ ง
      ่ ู้                                     ่
หรือสังให้ผให้บริการระงับการทาให้แพร่หลายซึงข้อมูลคอมพิวเตอร์นนก็ได้ั้
                มาตรา 21 ในกรณีทพนักงานเจ้าหน้าทีพบว่า
                                     ่ี              ่
                          ่ ึ                 ่ ้
ข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดมีคาสังไม่พงประสงค์รวมอยูดวย พนักงาน
          ่   ่               ่                     ี ่
เจ้าหน้าทีอาจยืนคาร้องต่อศาลทีมเี ขตอานาจเพื่อขอให้มคาสังห้าม
                           ่                ้                         ั้
จาหน่าย หรือเผยแพร่ หรือสังให้เจ้าของ หรือผูครอบครองข้อมูลคอมพิวเตอร์นน ระงับการใช้
                                        ั้             ่
ทาลาย หรือแก้ไขข้อมูลคอมพิวเตอร์นนได้ หรือจะกาหนดเงือนไขในการใช้ มีไว้ในครอบครอง
                   ่ ึ             ั
หรือเผยแพร่ชุดคาสังไม่พงประสงค์ดงกล่าวก็ได้



         วิ เคราะห์เปรียบเทียบกฎหมายไทยกับกฎหมายประเทศสหราชอาณาจักร
และต่างประเทศ
                                                                                                             29


                                                                         ั้ ้
           สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกทางความคิดถือเป็ นสิทธิขนพืนฐานทีแต่ละประเทศให้การรั ่
บ ร อ ง แ ต่ เ มื่ อ พิ จ า ร ณ า ใ น ร า ย ล ะ เ อี ย ด แ ล้ ว
                                                               ้      ั
ขอบเขตของเสรีภาพในการแสดงออกทางความคิดจะขึนอยู่กบวัฒนธรรมทางการเมืองของแต่ละ
                   ้        ่
ประเทศ และมีขอจากัดทีแตกต่างกัน
                     ค า ว่ า เ ส รี ภ า พ ใ น ก า ร แ ส ด ง อ อ ก
ได้ ถู ก หยิบ ยกขึ้น มาเป็ น ประเด็น ในการวิ พ ากษ์ ว ิจ ารณ์ ก ารท างานของหน่ ว ยงานรัฐ เสมอ
                                                                                   ่
มีการกล่าวหาว่าเป็ นการละเมิดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกหรือไม่ ซึงในประเทศต่างๆ ทัวโลก                      ่
มี ก า ร พู ด ถึ ง เ ส รี ภ า พ ใ น ก า ร แ ส ด ง อ อ ก ว่ า ค ว ร มี ข อ บ เ ข ต เ พี ย ง ใ ด
โดยขอบเขตของเสรีภาพในการแสดงออกของพลเมืองในแต่ละประเทศย่ อมแตกต่างกันไปตามวั
ฒนธรรมทางการเมืองของประเทศนัน            ้
                     ประเด็นการตรวจสอบเนื้อ หาข้อ มู ล สารสนเทศของประเทศสหราชอาณาจักร
         ้
รวมทังประเทศในซีกโลกตะวันตกมีความแตกต่างจากประเทศในซีกโลกตะวันออกในด้านวิธคดที่                             ี ิ
ส ะ ท้ อ น ไ ด้ จ า ก วั ฒ น ธ ร ร ม ข อ ง ช น ช า ติ แ ล ะ อิ ท ธิ พ ล ท า ง ก า ร เ มื อ ง
โ ด ย ป ร ะ เ ท ศ ใ น ซี ก โ ล ก ต ะ วั น ต ก ใ ห้ ค ว า ม ส า คั ญ ต่ อ สิ ท ธิ เ ส รี ภ า พ ข อ ง พ ล เ มื อ ง
                ่                                   ้
แต่ในขณะทีประเทศในซีกโลกตะวันตกรวมทังประเทศไทยให้ความสาคัญกับความมันคงของราช                       ่
อ า ณ า จั ก ร ค ว า ม ส ง บ เ รี ย บ ร้ อ ย แ ล ะ ศี ล ธ ร ร ม อั น ดี ข อ ง ป ร ะ ช า ช น อ ย่ า ง ม า ก
หลายกรณี ท่ีป ระเทศไทยเห็น ว่ า เป็ น เรื่อ งเสื่อ มเสีย และเสีย หายต่ อ สัง คม เ ช่ น ฟรีเ ซ็ ก ส์
การล้อเลียนบุคคลสาคัญ หรือศาสนา แต่ทางประเทศในซีกโลกตะวันตกมองว่าเป็ นเรื่องธรรมดา
ห รื อ ใ น ป ร ะ เ ท ศ ส า ธ า ร ณ รั ฐ ป ร ะ ช า ช น จี น                           ก ร ณี น า ย โ ห ล ว เ ย่
ฝ่ า ฝื น ค า สั ่ ง ท า ง ก า ร แ อ บ ถ่ า ย ภ า พ ย น ต ร์ เ รื่ อ ง S p r i n g F e v e r
ซึ่ ง มี เ นื้ อ ห า เ กี่ ย ว กั บ รั ก ร่ ว ม เ พ ศ ที่ ร้ อ น แ ร ง
                              ั
และส่ ง เข้า ชิง รางวัล ได้ร บ การเสนอชื่อ เข้า ชิง รางวัล ในเทศกาลหนั ง นานาชาติท่ีเ มือ งคานส์
              ่
ประเทศฝรังเศส ถือเป็นตัวอย่างของความแตกต่างทางวัฒนธรรมของชนชาติทชดเจน                        ่ี ั
                     ส า ห รั บ ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย แ ล้ ว
                     ่
ถือเป็นประเทศทีได้ออกเสียงสนับสนุนในการประกาศเจตนารมณ์ในการรับรองสิทธิขนพืนฐานขอ                  ั้ ้
งมนุ ษ ย์ แ ละร่ ว มลงนามรับ รองปฏิ ญ ญาสากลว่ า ด้ ว ยสิ ท ธิม นุ ษ ยชนแห่ ง สหประชาชาติ
มีการประกาศว่าปฏิญญาสูงสุดของสามัญชนได้แก่ความต้องการให้มนุ ษย์มชวตอยู่ในโลกด้วยอิส       ี ีิ
รภาพในการพูดและความเชื่อถือและอิสรภาพจากความหวาดกลัวและความต้องการ ....
                     เสรีภาพในการแสดงออกจึงเป็ นหลักการที่เป็ น ที่ยอมรับในสังคมประชาธิปไตย
รั ฐ ต้ อ งยอมให้ ม ี ก ารแสดงความคิ ด เห็ น ของทั ้ง สองฝ่ า ยที่ เ ห็ น ด้ ว ยและไม่ เ ห็ น ด้ ว ย
ไม่ควรใช้มาตรฐานส่วนตัวของใครมาเป็ นมาตรฐานวัดว่า ข้อมูลสารสนเทศใดที่ควรถูกปิ ดกัน                              ้
                                                                                                                   30

ข้ อ มู ล ส า ร ส น เ ท ศ ใ ด ไ ม่ ค ว ร ถู ก ปิ ด กั ้ น ต า ม อ า เ ภ อ ใ จ
ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ
                                  ิ
                       การใช้สทธิเสรีภาพในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็นไม่ว่าจะอยู่ในสังคมแบบใด
                                      ่
ถื อ ว่ า เป็ น ที่ ย อมรับ โดยทัว ไป ไม่ ว่ า จะเป็ น ประเทศในซีก โลกตะวัน ตก หรือ ตะวัน ออก
มีหลักว่าการจากัดขอบเขตของเสรีภาพในการแสดงออกของพลเมืองต้องกระทาไปภายใต้กรอบข
อ                   ง               ก            ฎ               ห               ม             า               ย
                            ้                      ้ ่ ั               ่
ความจาเป็นในการมีขอจากัดบางประการขึนอยูกบเหตุผลทีใช้ในการจากัดขอบเขตของการใช้เสรี
ภ า พ ใ น ก า ร แ ส ด ง อ อ ก อ า จ เ ป็ น ก า ร จ า กั ด ข อ บ เ ข ต เ ส รี ภ า พ โ ด ย ท า ง อ้ อ ม
มิ ไ ด้ ใ ช้ ก ฎ ห ม า ย ม า บั ง คั บ โ ด ย ต ร ง
           ิี
อาจใช้วธให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบเนื้อหาข้อมูลสารสนเทศนันผ่านการร้องเรียนไป      ้
ยั ง ห น่ ว ย ง า น ห รื อ อ ง ค์ ก ร ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง
เ ป็ น วิ ธี ก า ร ใ ช้ ม า ต ร ก า ร ท า ง สั ง ค ม ม า ก ก ว่ า ใ ช้ ม า ต ร ก า ร ท า ง ก ฎ ห ม า ย บั ง คั บ
                              ่
บางประเทศมีก ารกลัน กรองข้อ มูล ทางอิน เทอร์เ น็ ต แบบแนบเนี ยนโดยที่ป ระชาชนไม่ท ราบ
โ ด ย ม า ก มั ก เ กิ ด ขึ้ น กั บ ป ร ะ เ ท ศ ใ น ซี ก โ ล ก ต ะ วั น ต ก
ดั ง นี้ ก า ร ปิ ด กั ้ น ค ว า ม คิ ด เ ห็ น ห รื อ ก า ร แ ส ด ง อ อ ก ใ ด ๆ
                                ่
ควรผ่านกระบวนการกลันกรองตามหลักการอย่างละเอียดและรอบคอบภายใต้กรอบของกฎหมาย
โ ด ย เ ค ร่ ง ค รั ด ไ ม่ ค ว ร ร ะ งั บ ก า ร ท า เ ผ ย ห ล า ย ซึ่ ง ข้ อ มู ล ข่ า ว ส า ร ใ ด ๆ
                                         ้ ึ ่
ตามกระแสสังคมหรืออาศัยความรูสกชัวขณะ หรือมาตรฐานส่วนตัวของใคร
                     ในประเทศสหราชอาณาจักรมิได้ให้อานาจเจ้าพนักงานของรัฐในการระงับการทา
ให้ แ พร่ ห ลายซึ่ง ข้ อ มู ล คอมพิว เตอร์ ท่ี ม ีเ นื้ อ หาที่เ ป็ น อัน ตรายหรือ เนื้ อ หาที่ ไ ม่ เ หมาะสม
คงมีเ พีย งสมาคมของนัก ธุ ร กิจ ที่เ ข้า มาควบคุ ม ตรวจสอบเนื้ อ หาของข้อ มูล สารสนเทศ เช่ น
ส ม า ค ม ธุ ร กิ จ ส า ย ด่ ว น                                                                       ( Hotline)
ใ ห้ ป ร ะ ช า ช น ส า ม า ร ถ ร้ อ ง เ รี ย น เ นื้ อ ห า ที่ ไ ม่ เ ห ม า ะ ส ม เ ข้ า ม า ที่ ส ม า ค ม นั ้ น
               ่                 ้
โดยเนื้อหาทีเป็ นอันตรายนันประเทศสหราชอาณาจักรมีหลักพิจารณาว่าเนื้อหานันต้องเป็ นเนื้อห             ้
า ที่ น่ า จ ะ เ กิ ด ค ว า ม เ สี ย ห า ย ไ ด้ จ ริ ง
                                                 ่ ี                           ิ
ถือว่ามีความแตกต่างจากประเทศไทยทีมการออกพระราชบัญญัตว่าด้วยการกระทาความผิดเกี่ยว
กั บ ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ พ . ศ . 2 5 5 0 ซึ่ ง มี ผ ล ใ ช้ บั ง คั บ เ มื่ อ วั น ที่ 1 8 ก ร ก ฎ า ค ม 2 5 5 0
ซึ่ ง หลั ง จากที่ พ ระราชบั ญ ญั ติ ด ั ง กล่ า วบั ง คั บ ใช้ ก่ อ ให้ เ กิ ด การคั ด ค้ า นหลายรู ป แบบ
เกิด ประเด็น ว่ า รัฐ ใช้ ก ฎหมายดัง กล่ า วลิด รอนสิท ธิเ สรีภ าพในการแสดงออกของพลเมือ ง
                                             ั ั ่ ั
โดยเฉพาะในสถานการณ์การเมืองปจจุบนทีสงคมไทยเกิดความขัดแย้งทางความคิดอย่างรุนแรง
ก า ร บั ง คั บ ใ ช้ พ ร ะ ร า ช บั ญ ญั ติ ว่ า ด้ ว ย ก า ร ก ร ะ ท า ค ว า ม ผิ ด เ กี่ ย ว กั บ ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์
ใ น ช่ ว ง เ ว ล า แ ห่ ง ค ว า ม ขั ด แ ย้ ง
                                                                                                                        31

จึงง่ายต่อการถูกกล่าวหาว่าเป็นการใช้อานาจรัฐลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของพลเมือง
                                                     ิ
                     เมื่อพิจาณาถึงบทบัญญัตในมาตรา 20 ของพระราชบัญญัตดงกล่าวแล้ว เห็นว่า        ิ ั
                                                   ่
การใช้อานาจระงับการทาให้แพร่หลายซึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ทอาจกระทบกระเทือนต่อความมันค่ี                                     ่
ง แ ห่ ง ร า ช อ า ณ า จั ก ร ค ว า ม ส ง บ เ รี ย บ ร้ อ ย ห รื อ ศี ล ธ ร ร ม อั น ดี ข อ ง ป ร ะ ช า ช น
              ่
เป็ นค าสั ง ที่ ก ระทบกระเทื อ นสิ ท ธิ เ สรี ภ าพในการแสดงอ อกขอ งพล เมื อ งโดยต รง
เ ป็ น ก า ร จ า กั ด ข อ บ เ ข ต ข อ ง เ ส รี ภ า พ ใ น ก า ร แ ส ด ง อ อ ก ท า ง ค ว า ม คิ ด
มี ล ั ก ษ ณ ะ เ ป็ น ก า ร ไ ต่ ส ว น เ พี ย ง ฝ่ า ย เ ดี ย ว โ ด ย ผู้ ย่ ื น ค า ข อ คื อ พ นั ก ง า น เ จ้ า ห น้ า ที่
โดยความเห็ น ชอบของรัฐ มนตรีว่ า การกระทรวงเทคโนโลยีส ารสนเทศและการสื่ อ สาร
  ่                                                      ่
ยืนคาร้องพร้อมแสดงพยานหลักฐานต่อศาลทีมเี ขตอานาจขอให้ศาลมีคาสังระงับการทาให้แพร่หล            ่
า ย ซึ่ ง ข้ อ มู ล ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ นั ้ น
                                     ้ ั                              ่
โดยมิได้เปิดโอกาสให้บุคคลผูได้รบความเสียหายจากคาสังระงับการทาให้แพร่หลายซึงข้อมูลคอม                       ่
พิ ว เ ต อ ร์ นั ้ น เ ข้ า ต่ อ สู้ ห รื อ ชี้ แ จ ง ข้ อ เ ท็ จ จ ริ ง ก่ อ น
เ นื่ อ ง จ า ก ก ฎ ห ม า ย ดั ง ก ล่ า ว มี บ ท บั ญ ญั ติ เ กี่ ย ว ข้ อ ง กั บ ก า ร ป ฏิ บ ั ติ ง า น ข อ ง ศ า ล
ซึ่ ง อ า จ ก่ อ ใ ห้ เ กิ ด ข้ อ ขั ด ข้ อ ง ใ น ก า ร ป ฏิ บั ติ ง า น ต า ม ก ฎ ห ม า ย
                                   ั      ี
สานักงานศาลยุติธรรมได้จดให้มการประชุมของผู้แทนศาลอาญา ผู้แทนศาลอาญากรุงเทพใต้
ผู้ แ ท น ศ า ล อ า ญ า ธ น บุ รี ผู้ แ ท น ศ า ล จั ง ห วั ด น น ท บุ รี ผู้ แ ท น ศ า ล แ ข ว ง ป ทุ ม วั น
ผู้ แ ทนศาลแขวงพระนครใต้ วัน ที่ 19 พฤศจิก ายน 2550 ถึ ง วัน ที่ 20 ธัน วาคม 2550
เ พื่ อ ด า เ นิ น ก า ร แ ก้ ไ ข ป ั ญ ห า ข้ อ ขั ด ข้ อ ง ดั ง ก ล่ า ว
                                                 ั
โดยสรุปแนวทางดาเนินการและแก้ไขปญหาทีเกียวข้องกับศาล ดังนี้ ่ ่
                          ้ ิ                      ่
                     1. ผูพพากษาคนเดียวสามารถทาคาสังตาม มาตรา 19 ถึงมาตรา 21 ได้ หรือไม่
แนวทาง
                     ค า สั ่ ง ข อ ง ผู้ พิ พ า ก ษ า ต า ม ม า ต ร า 1 9 ถึ ง ม า ต ร า 2 1
เ ป็ น ค า สั ง ใ น ชั ้ น ก ร ะ บ ว น ก า ร ต ร ว จ ส อ บ เ จ้ า ห น้ า ที่ ข อ ง รั ฐ ก่ อ น มี ก า ร ยื่ น ฟ้ อ ง ค ดี
              ่
          ่ ้                                                 ่
มิใช่คาสังในชันพิจารณาพิพากษาคดี ถือว่าเป็นคาสังไต่สวนคาร้องตามพระธรรมนูญศาลยุตธรรม                               ิ
ม า ต ร า 2 5 ( 1 ) จึ ง เ ป็ น อ า น า จ ข อ ง ผู้ พิ พ า ก ษ า ค น เ ดี ย ว
                                   ่
อย่างไรก็ตามเนื่องจากคาสังของศาลอาจมีผลกระทบต่อบุคคลภายนอกซึงมิใช่ผต้องสงสัยว่ากระ          ่      ู้
ท า ค ว า ม ผิ ด แ ล ะ อ า จ ก ร ะ ท บ ต่ อ สิ ท ธิ เ ส รี ภ า พ ข อ ง ป ร ะ ช า ช น
ผู้ พิ พ า ก ษ า ที่ ไ ด้ รั บ ม อ บ ห ม า ย ใ ห้ พิ จ า ร ณ า ค า ร้ อ ง ดั ง ก ล่ า ว
ค ว ร มี ป ร ะ ส บ ก า ร ณ์ ใ น ก า ร พิ จ า ร ณ า พิ พ า ก ษ า ค ดี
แ ล ะ มี ค ว า ม รู้ เ กี่ ย ว กั บ ร ะ บ บ ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ เ ป็ น อ ย่ า ง ดี
                   ่                       ู้ ิ             ้ ิ
และก่อนมีคาสังควรปรึกษาอธิบดีผพพากษาหรือผูพพากษาหัวหน้าศาล แล้วแต่กรณี
                                                                                                               32

                                 ่ี                   ่ ้
                     2. กรณีทพนักงานเจ้าหน้าทีตองเข้าไปในเคหสถานเพื่อใช้อานาจตาม มาตรา 19
ถึ ง ม า ต ร า 2 1 แ ล ะ ศ า ล เ ห็ น ค ว ร อ นุ ญ า ต ต า ม ค า ร้ อ ง
                        ่            ่
พนักงานเจ้าหน้าทีจะต้องยืนคาร้องขอหมายค้นอีกฉบับหนึ่งด้วยหรือไม่
แนวทาง
                     รัฐ ธรรมนู ญ แห่ ง ราชอาณาจัก รไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 33 บัญ ญั ติ ว่ า
‚บุ ค คลย่ อ มมีเ สรีภ าพในเคหสถาน บุ ค คลย่ อ มได้ ร ับ ความคุ้ ม ครองในการที่จ ะอยู่ อ าศัย
แ ล ะ ค ร อ บ ค ร อ ง เ ค ห ส ถ า น โ ด ย ป ก ติ สุ ข
ก า ร เ ข้ า ไ ป ใ น เ ค ห ส ถ า น โ ด ย ป ร า ศ จ า ก ค ว า ม ยิ น ย อ ม ข อ ง ผู้ ค ร อ บ ค ร อ ง
หรือ การตรวจค้นเคหสถานหรือในที่รโหฐาน จะกระทามิได้ เว้นแต่ มคาสังหรือหมายของศาล     ี ่
ห รื อ มี เ ห ตุ อ ย่ า ง อื่ น ต า ม ที่ ก ฎ ห ม า ย บั ญ ญั ติ
‚การที่พนักงานเจ้าหน้ าที่จะเข้าไปในเคหสถานเพื่อดาเนินการตาม มาตรา 19 ถึง มาตรา 21
ต า ม พ ร ะ ร า ช บั ญ ญั ติ ว่ า ด้ ว ย ค ว า ม ผิ ด เ กี่ ย ว กั บ ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ พ . ศ . 2 5 5 0
จึ ง ต้ อ ง มี ค า สั ่ ง ห รื อ ห ม า ย ข อ ง ศ า ล ค า สั ่ ง ข อ ง ศ า ล ห ม า ย ถึ ง
ค า สั ่ ง ด้ ว ย ว า จ า ห รื อ ค า สั ่ ง เ ป็ น ล า ย ลั ก ษ ณ์ ก็ ไ ด้
                                       ่     ่                    ั     ่       ่
ส่วนหมายของศาลเป็ นคาสังศาลทีเป็นลายลักษณ์อกษรสังเจ้าหน้าทีดาเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด
เช่น หมายค้น หมายจับ หมายบังคับคดีเป็นต้น
                      ส่ ว น ก า ร ค้ น ใ น เ ค ห ส ถ า น ห รื อ ใ น ที่ ร โ ห ฐ า น นั ้ น
                                           ่
เป็ นการเข้าไปเพื่อพบและยึดสิงของ ซึ่งจะเป็ นพยานหลักฐานหรือกรณีอ่นใด ตามที่ระบุไว้ใน    ื
                                                                    ี ิ
มาตรา 69 และ มาตรา 92 ตามประมวลกฎหมายวิธพจารณาความอาญา จึงต้องมีหมายของศาล
คือหมายค้น
                     ดั ง นั ้ น ก่ อ น ศ า ล มี ค า สั ่ ง ต า ม ม า ต ร า 1 9 ถึ ง ม า ต ร า 2 1
ศาลควรไต่สวนให้ได้ความปรากฏชัดว่าการใช้อานาจของพนักงานเจ้าหน้าทีในการดาเนินการตา           ่
        ่             ้
มคาสังของศาลนัน จะต้องมีการเข้าไปในเคหสถานหรือสถานประกอบการของบุคคลใดหรือไม่
                               ่                                      ี
หากพนักงานเจ้าหน้าทีสามารถดาเนินการได้โดยไม่มการเข้าไปในสถานทีดงกล่าวศาลอาจมีคาสั ่    ่ ั
ง         อ       นุ       ญ             า     ต     ต              า     ม   ฟ้       อ         ง     ไ         ด้
                                    ่ ้                   ่ ั
แต่หากพนักงานเจ้าหน้าทีตองเข้าไปในสถานทีดงกล่าวตามเพื่อดาเนินการตามทีพระราชบัญญัติ             ่
ว่ า ด้ ว ย ค ว า ม ผิ ด เ กี่ ย ว กั บ ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ พ . ศ . 2 5 5 0 ก า ห น ด ไ ว้
           ู้ ่ ื                               ั                           ่
ควรให้ผยนคาร้องระบุมาในคาร้องให้ชดเจนว่าพนักงานเจ้าหน้าทีต้องเข้าไปในเคหสถานหรือสถา
                                                              ่
นประกอบการเพื่อดาเนินใด และศาลควรมีคาสังอนุ ญาตให้เข้าไปและดาเนินการตามคาร้องได้
โ ด ย ไ ม่ จ า ต้ อ ง ใ ห้ ผู้ ยื่ น ค า ร้ อ ง ข อ ห ม า ย ค้ น ใ น ส ถ า น ที่ ดั ง ก ล่ า ว อี ก ฉ บั บ ห นึ่ ง
                                                                ่
อย่างไรก็ตามหากกรณีเป็ นการเข้าไปพบและยึดสิงของซึ่งจะเป็ นพยานหลักฐาน หรือกรณีอ่นใด                         ื
ต า ม ที่ ก า ห น ด ไ ว้ ใ น                                                ม า ต ร า                      6 9
                                                                                                                33

ซึ่ ง ถื อ ว่ า เ ป็ น ก า ร ค้ น ต า ม ป ร ะ ม ว ล ก ฎ ห ม า ย วิ ธี พิ จ า ร ณ า ค ว า ม อ า ญ า ด้ ว ย
                                                 ั้
ศาลต้ อ งน าหลัก เกณฑ์แ ละบทบัญ ญัติท ง หมดที่เ กี่ย วด้ว ยกับ การออกหมายค้น มาใช้บ ัง คับ
แ ล ะ ค ว ร ต้ อ ง อ อ ก ห ม า ย ค้ น อี ก ฉ บั บ ห นึ่ ง ต่ า ง ห า ก
                      ิ ่ี                  ่
เพราะบทบัญญัตทให้อานาจศาลมีคาสังอนุ ญาตตามคาร้องเป็ นไปตามพระราชบัญญัตว่าด้วยควา              ิ
ม ผิ ด เ กี่ ย ว กั บ ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ พ . ศ . 2 5 5 0
แต่ในส่วนของการออกหมายค้นเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธพจารณาความอาญา       ี ิ
                       3 . ค า สั ่ ง ต า ม ม า ต ร า 1 9 ถึ ง 2 1
                             ่        ั                      ่
ศาลควรไต่สวนบุคคลทีอาจได้รบผลกระทบจากคาสังของศาลก่อนมีคาสังหรือไม่                   ่
แนวทาง
                           ่
                       คาสังตามมาตรา 19 ถึง 21 อาจมีผลกระทบต่อประชาชนและบุคคลภายนอก
เ ช่ น                       ผู้ ใ ห้ บ ริ ก า ร เ ป็ น ต้ น
                       ้ ื              ้
ศาลควรไต่สวนผูย่นคาร้องให้ได้ขอมูลชัดเจนเกี่ยวกับบุคคลหรือหน่ วยงานทีอาจได้รบผลกระทบ        ่        ั
                                                               ่
ดั ง ก ล่ า ว ก่ อ น มี ค า สั ่ง ห า ก ป ร า ก ฏ ว่ า ค า สั ง ข อ ง ศ า ล ไ ม่ มี ค ว า ม จ า เ ป็ น เ ร่ ง ด่ ว น
แ ล ะ ค า สั ่ง ดั ง ก ล่ า ว อ า จ มี ผ ล ก ร ะ ท บ ใ น เ ชิ ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ต่ อ บุ ค ค ล ภ า ย น อ ก
หรือ อาจมีผ ลกระทบต่ อ สิท ธิเ สรีภ าพของบุ ค คลซึ่ง มิใ ช่ ผู้ต้ อ งสงสัย ว่ า เป็ น ผู้ก ระท าความผิด
ศ า ล ค ว ร จั ด ใ ห้ มี ก า ร ไ ต่ ส ว น เ ต็ ม รู ป แ บ บ
โดยให้ โ อกาสบุ ค คลภายนอกได้ ช้ี แ จ งต่ อ ศาลเกี่ ย วกั บ ผลกระทบที่ จ ะเกิ ด ขึ้ น ต่ อ ศาล
                                                   ่
เพื่อ ให้ ไ ด้ ข้อ มู ล ประกอบการพิจ ารณาสัง ค าร้อ งและการก าหนดเงื่อ นไขที่เ หมาะสม เช่ น
อ นุ ญ า ต ใ ห้ เ ข้ า ถึ ง ต ร ว จ ส อ บ ยึ ด อ า ยั ด ร ะ บ บ
หรือระงับการเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์เพียงบางส่วน หรือภายในระยะเวลาทีศาลกาหนด เป็นต้น      ่
                            ่                         ่
               4. ก่อนมีคาสังให้ระงับการทาให้แพร่หลายซึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ ตามมาตรา 20
  ้
นัน ศาลมีหลักเกณฑ์ในการพิจาณาอย่างไร
แนวทาง

                 ่                                       ิ
         โดยทัวไปอานาจของศาลในกระบวนการยุตธรรมทางอาญาในการตรวจสอบการปฏิบตห                                ั ิ
น้ า ที่ ข อ ง เ จ้ า ห น้ า ที่ ฝ่ า ย บ ริ ห า ร ก่ อ น ก า ร ฟ้ อ ง ค ดี นั ้ น
เ ป็ น ไ ป เ พื่ อ ก า ร คุ้ ม ค ร อ ง สิ ท ธิ แ ล ะ เ ส รี ภ า พ ข อ ง ป ร ะ ช า ช น
ป้องกันมิให้เจ้าหน้ าที่ใช้อานาจโดยมิชอบหรือเกินขอบเขต ศาลต้องคานึง ถึงประโยชน์ ของรัฐ
    ่    ั ้                                                  ั
ทีจะได้ตวผูกระทาความผิดมาเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์กบผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาช
น แ ล ะ ผู้ ต้ อ ง ห า โ ด ย ใ ห้ ค ว า ม ส า คั ญ ต่ อ ก า ร คุ้ ม ค ร อ ง สิ ท ธิ เ ส รี ภ า พ เ ป็ น ห ลั ก
ซึงแตกต่างจากการใช้อานาจของฝ่ายบริหารทีต้องการได้ตวผูกระทาความผิดมาเข้าสู่กระบวนกา
  ่                                               ่               ั ้
                                                                                                                34

ร โ ด ย เ น้ น ก า ร ป้ อ ง ป ร า ม แ ล ะ ค ว บ คุ ม อ า ช ญ า ก ร ร ม เ ป็ น ห ลั ก
                                ่                                 ึ ่
คาร้องขอของเจ้าหน้าทีและการใช้อานาจศาลตามปกติจงเกียวข้องและเป็ นไปเพื่อนาตัวผูกระทาค                      ้
วามผิดมาเข้าสู่กระบวนการ เช่น การออกหมายค้น หมายจับ เป็นต้น
                      ส่ ว นมาตรา 20 แห่ ง พระราชบัญ ญัติว่ า ด้ว ยความผิด เกี่ย วกับ คอมพิว เตอร์
พ            .              ศ     .          2           5          5           0                    นั ้         น
                              ่                          ่
กาหนดให้ศาลมีคาสังระงับการทาให้แพร่หลายซึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ทมลกษณะตามทีกฎหมายบั     ่ี ี ั            ่
ญ                                                        ญั                                                       ติ
                                   ่ึ
คาร้องของพนักงานเจ้าหน้าทีจงมิได้เป็ นไปเพื่อประโยชน์ในการนาตัวผูกระทาความผิดมาเข้าสู่ก ้
ร ะ บ ว น ก า ร ยุ ติ ธ ร ร ม ท า ง อ า ญ า โ ด ย ที่ ก า ร ติ ด ต่ อ สื่ อ ส า ร ก า ร แ ล ก เ ป ลี่ ย น ข้ อ มู ล
ก า ร เ ข้ า ถึ ง แ ล ะ รั บ รู้ ถึ ง ข้ อ มู ล ข่ า ว ส า ร ต่ า ง ๆ ใ น ร ะ บ บ อิ น เ ท อ ร์ เ น็ ต
เ ป็ น สิ ท ธิ เ ส รี ภ า พ ข อ ง ป ร ะ ช า ช น ที่ บั ญ ญั ติ รั บ ร อ ง ไ ว้ ใ น ม า ต ร า 3 6
ข อ ง รั ฐ ธ ร ร ม นู ญ แ ห่ ง ร า ช อ า ณ า จั ก ร ไ ท ย พ . ศ . 2 5 5 0
                          ่
การที่ ศ าลมี ค าสั ง ระงั บ การท าให้ แ พร่ ห ลายซึ่ ง ข้ อ มู ล คอมพิ ว เตอร์ บางลั ก ษณะ เช่ น
ก า ร ปิ ด กั ้ น ก า ร เ ข้ า ถึ ง ข้ อ มู ล นั ้ น
             ่
เป็ นค าสั ง ที่ ม ี ผ ลกระทบต่ อ สิ ท ธิ ส่ ว นบุ ค คลและสิ ท ธิ ร ับ รู้ ข้ อ มู ล ของประชาชนโดยตรง
ศ า ล จึ ง ค ว ร ใ ช้ อ า น า จ ต า ม ม า ต ร า 2 0 อ ย่ า ง เ ค ร่ ง ค รั ด แ ล ะ จ า กั ด อ ย่ า ง ม า ก
เ พื่ อ มิ ใ ห้ ป ร ะ ช า ช น ถู ก ล ะ เ มิ ด สิ ท ธิ เ ส รี ภ า พ โ ด ย ค า สั ่ง ศ า ล ม า ก เ กิ น ส ม ค ว ร
ศาลควรพิจารณาเปรียบเทียบน้ าหนักหรือประโยชน์ในการคุ้มครองความปลอดภัยของประเทศ
ค ว า ม ส ง บ สุ ข แ ล ะ ศี ล ธ ร ร ม อั น ดี ข อ ง ค น ใ น สั ง ค ม
กับการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยคาสังศาล              ่
                      ใ น ก ร ณี ยื่ น ค า ร้ อ ง ต า ม ม า ต ร า 2 0
                                                                          ่
ศาลควรไต่สวนให้ได้ความตามปรากฏชัดเกี่ยวกับผลกระทบทีน่าจะเกิดขึนกับผูเกี่ยวข้องและประ      ้     ้
ช า ช น แ ล ะ รู ป แ บ บ วิ ธี ก า ร ท า ใ ห้ แ พ ร่ ห ล า ย ซึ่ ง ข้ อ มู ล ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ เ ช่ น
        ่                                                                                   ่
การสัง ให้ ผู้ ดู แ ลระบบน าข้ อ มู ล ที่ไ ม่ เ หมาะสมออกจากระบบ การสัง ระงับ การให้ บ ริก าร
                                                                            ่
หรื อ เผยแพร่ ข้ อ มู ล เฉพาะส่ ว นที่ ไ ม่ เ หมาะสมแทนค าสั ง การระงับ การเข้ า ถึ ง เป็ นต้ น
                       ่                                      ิี      ่
เพื่อให้ศาลมีคาสังระงับการทาให้แพร่หลายโดยใช้วธการทีเหมาะสม รวมทังกาหนดเงื่อนไขอื่นๆ          ้
เ ช่ น ก า ห น ด ร ะ ย ะ เ ว ล า ที่ ค า สั ่ ง มี ผ ล แ ล ะ สิ้ น สุ ด
  ้
ทังนี้เพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อบุคคลอื่นโดยไม่จาเป็น
                   5. ข้อพิจารณาของศาลก่อนมีคาสัง่ ตามมาตรา 19 ถึง 21
แนวทาง
              1                                                                      .
                            ี                     ่                ่
การใช้อานาจของศาลควรเป็ นวิธการและทางเลือกสุดท้ายทีพนักงานเจ้าหน้าทีจาเป็ นต้องร้องขอ
                                                                                            35

                     ่                           ีื                  ่
หากพนักงานเจ้าหน้าทีอาจดาเนินการด้วยวิธอ่นเพื่อบรรลุผลตามทีกฎหมายบัญญัตได้โดยไม่ต้อิ
                                               ่
งขออนุญาตศาล ศาลควรพิจารณาออกคาสังในแนวทางไม่อนุญาตเป็นหลัก
               2                                                                              .
     ่                                                         ่       ่
คาสังควรมีผลกระทบต่อบุคคลภายนอกหรือประชาชนน้อยทีสุดเท่าทีสามารถจะกระทาได้
               3. ศาลควรก าหนดเงื่อ นไขเกี่ย วกับ การใช้ อ านาจของพนั ก งานเจ้า หน้ า ที่
           ่ ่                                          ่          ้
ระยะเวลาทีคาสังมีผล และกาหนดระยะเวลาหรือเงือนไขการสินผลของคาสังอย่างชัดเจน ่
               4                                                                              .
ศาลควรก าหนดให้ เ จ้า หน้ า ที่ม ีห น้ า ที่ก ากับ ดู แ ลและรายงานผลการด าเนิ น การเป็ น ระยะๆ
                       ่                                         ่       ่
เพื่อพิจารณาแก้ไข เปลียนแปลง ยกเลิกคาสัง่ หรือกาหนดเงือนไขเพิมเติมตามความเหมาะสม

                ตัวอย่างเว็บไซต์และURLที่มีเนื้ อหาที่เป็ นอันตรายของประเทศไทย
                             ่ ีั          ่
                 1. เนื้อหาทีมลกษณะดูหมินศาสนา
                 http://islamfromhell.blogspot.com
                 http://www.islamfromhell.co.cc
             ั้                      ้              ่
เว็บไซต์ทงสองนี้ศาลให้เหตุผลว่ามีขอความอันดูหมินศาสนาอิสลามอย่างร้ายแรงก่อให้เกิดความ
แ ต ก แ ย ก อ ย่ า ง รุ น แ ร ง ขึ้ น ใ น สั ง ค ม ไ ด้
           ั
เห็นได้ชดว่าการกระทาดังกล่าวเป็ นการนาเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ปลอมหรือข้อมูลอันเป็ นเท็จโด
ย ป ร ะ ก า ร ที่ น่ า จ ะ เ กิ ด ค ว า ม เ สี ย ห า ย แ ก่ ศ า ส น า อิ ส ล า ม
ซึ่ง เป็ น ศาสนาที่ป ระชาชนจ านวนมากของประเทศเคารพนั บ ถือ และการกระท าดัง กล่ า ว
                                                           ี ี ั
ถือ ได้ว่าเป็ นการทาให้แ พร่ห ลายซึ่งข้อ มูล คอมพิว เตอร์ท่มล กษณะขัดต่ อ ความสงบเรียบร้อ ย
หรือ ศีล ธรรมอัน ดีข องประชาชน ตามพระราชบัญ ญัติว่ า ด้ว ยความผิด เกี่ย วกับ คอมพิว เตอร์
พ.ศ.2550 มาตรา 14 (1) ประกอบ มาตรา 20 วรรคหนึ่ง


                             ่ ีั
                2. เนื้อหาทีมลกษณะขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน
                http://www.smileokey.com
                http://www.cytotec99.com/
                http://www.clinicmeechai.com
                http://cytotec.iscool.net/
                http://cytoec.50webs.com
                http://girl2lady.orgfree.com
                http://yasodcytotec.blogspot.com
                                                                                                  36

                  http://dryupa.topcifies.com/index.html
                            ั         ้                  ่ึ        ่ ีั
                  เว็บไซต์ดงกล่าวมีขอมูลคอมพิวเตอร์ซงข้อมูลทีมลกษณะเป็ นอันตรายส่งเสริมให้
มี ก า ร ท า แ ท้ ง ด้ ว ย ต น เ อ ง มี ลั ก ษ ณ ะ ขั ด ต่ อ ศี ล ธ ร ร ม อั น ดี ข อ ง ป ร ะ ช า ช น
แ ล ะ ข้ อ มู ล ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ นั ้ น ป ร ะ ช า ช น ทั ่ ว ไ ป อ า จ เ ข้ า ถึ ง ไ ด้
                                        ิ
อันเป็ นความผิดตามพระราชบัญญัตว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14
(1)
                             ่ ั
                 3. เนื้อหาทีลกษณะลามกอนาจาร
                 http://www.simonscansgirls.com/
                 http://www.pornterror.com/
                 http://www.karupshotties.com/
                 http://www.xtramps.com/
                 http://www..moviesguy.com//
                 http://www.freshteen.biz/juggienn/BZNbgbrw21.htm
                 http://www.pokeherstars.com/bangienn/bangpass/BPmocmorgan3.htm
                 http://www.jizzonline.com
                 http://www.paychoclips.com
                 http://www.onlyjizz.com

                เ ว็ บ ไ ซ ต์ แ ล ะ U R L ( U n i f o r m R e s o u r c e L o c a t o r
            ้                  ่ี
)ดังกล่าวมีขอมูลคอมพิวเตอร์ทมเี นื้อหาและภาพลามกอนาจาร เป็ นตัวอย่างภาพยนตร์ในรูปแบบ
วี        ซี          ดี                แ      ล           ะ          ดี        วี        ดี
        ้
รวมทัง ภาพแสดงโชว์ต ัว อย่ า งในลัก ษณะลามกอนาจารเพื่อ การบอกรับ เข้า ไปเป็ น สมาชิก
โ ด ย วิ ธี ช า ร ะ เ งิ น ท า ง บั ต ร เ ค ร ดิ ต ห รื อ ท า ง ธ น า ค า ร
ส่ ง ผ ล ก ร ะ ท บ ต่ อ เ ด็ ก แ ล ะ เ ย า ว ช น ที่ เ ข้ า เ ยี่ ย ม ช ม เ ว็ บ ไ ซ ต์ ไ ด้
อันเป็ นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14
(4)
                             ่                            ่
                 4. เนื้อหาทีอาจกระทบกระเทือนต่อความมันคงแห่งราชอาณาจักร
                 http://www.unvlog .es/0/tag/Mizja1234.html
                 http://www.k-rex.org/tutorial//video/EVA8EEzDKaw
                 http://www.step12.com/recovery-videos/video/EVA8EEzDKaw
                 http://www.youtube.com/watch?v=UDhr11Cqrxc
                                                                                                                   37

                http://www.groovy-ayouts.com/cartoon/video/Bhumibol/EV8EEzDKaw/Free-
Harry-Nicolaides
                http://www.kurdcips.com/kurdtube/video/EVA8EEzDKaw/Free-Harry-
Nicolaides.html

                                                       ั                     ่
                    เว็บไซต์และ URLดังกล่าวมีลกษณะเป็ นการดูหมินพระมหากษัตริย์ พระราชินี
                                       ่                 ่
และรัชทายาท อันเป็นความผิดเกียวกับความมันคงแห่งราชอาณาจักร ทีกาหนดไว้ ในมาตรา 112  ่
ภ า ค 2 ลั ก ษ ณ ะ 1 แ ห่ ง ป ร ะ ม ว ล ก ฎ ห ม า ย อ า ญ า
                                             ั                                  ั
จึงเป็นการนาเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์ดงกล่าวเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อนเป็ นความผิดตามพระราช
บั ญ ญั ติ ว่ า ด้ ว ย ค ว า ม ผิ ด เ กี่ ย ว กั บ ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ พ . ศ . 2 5 5 0 ม า ต ร า 1 4 ( 3 )
                                  ่                         ่ี
และเป็นการทาให้แพร่หลายซึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ทอาจกระทบกระเทือนต่อความมันคงแห่งราชอ             ่
าณาจักร
                                                                    ่ ี
                    ในส่วนขององค์กรเอกชนในประเทศไทยทีมส่วนร่วมในการกลันกรองของเนื้อหา        ่
ข้ อ มู ล ส า ร ส น เ ท ศ เ ช่ น ค ว า ม ร่ ว ม มื อ กั น ร ะ ห ว่ า ง ส ถ า นี โ ท ร ทั ศ น์ ต่ า ง ๆ เ ช่ น
ส ถ า นี วิ ท ยุ โ ท ร ทั ศ น์ ไ ท ย ที วี สี ช่ อ ง 3 ส ถ า นี วิ ท ยุ โ ท ร ทั ศ น์ ก อ ง ทั พ บ อ ก ช่ อ ง 5
ส ถ า นี วิ ท ยุ โ ท ร ทั ศ น์ สี ช่ อ ง 7 โ ม เ ดิ ร์ น ไ น น์ ที วี แ ล ะ ที วี ไ ท ย
                                                                           ู้
ในการจัดระดับความเหมาะสมของรายการโทรทัศน์ไทยเพื่อให้ผชมสามารถเลือกดูได้ว่ารายการใ
    ่ ี
ดทีมความเหมาะสมต่อตัวเองและบุคคลรอบข้าง เช่น กาหนดอายุของผูชมทีเหมาะสมกับรายการ    ้ ่

แนวทางแก้ปัญหา (Potential Regulatory Solutions)
                   1.                          รั ฐ จ ะ ต้ อ ง ไ ม่ บั ง คั บ ใ ช้ ก ฎ ห ม า ย กั บ สื่ อ ต่ า ง ช า ติ
                                        ่                                 ้
โดยจะควบคุมเนื้อหาของสื่อ ทีอยู่ในประเทศของตนเท่านัน (Disapply regulation to foreign
content)                                                                ่
                    ซึ่ ง วิ ธ ี ก ารนี้ ต้ อ งอาศั ย ความเชื่ อ มัน ในระบบกฎหมายของประเทศอื่ น
แ ล ะ ท า ใ ห้ มี แ น ว ท า ง ที่ เ ป็ น อั น ห นึ่ ง อั น เ ดี ย ว กั น เ ช่ น สื่ อ ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ห น
                                     ้          ้
ก็ให้ใช้กฎหมายของประเทศนันโดยทังสองประเทศต้องมีกฎหมายทีมเี นื้อหาเป็ นไปในแนวทางเดี  ่
ยวกัน
                    2. ใช้นโยบายแทนการบังคับใช้กฎหมาย (Implement non-enforcement policy)
เ ช่ น น โ ย บ า ย ข อ ง ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ห ลั ก ท รั พ ย์ ร ะ ห ว่ า ง ป ร ะ เ ท ศ
ห รื อ ก า ร ใ ห้ ค า เ ตื อ น แ ก่ ป ร ะ ช า ช น ก่ อ น ที่ จ ะ มี ก า ร ท า สั ญ ญ า ท า ง ธุ ร กิ จ
การใช้ว ิธ ีก ารตัง เป้าหมายในทางลบแทนการบัง คับใช้ก ฎหมาย (Negative targeting) เช่น
                  ้
               ่          ี                           ่ั
การปฏิเสธทีจะไม่ให้มการทาธุรกิจใดๆ ในประเทศทีรฐไม่สนับสนุน
                                                                                                                    38


                                                                   ่
                     3. การบังคับใช้หลักกฎหมายของประเทศทีเป็ นต้นกาเนิด (Regulate on ‘country
of origin‛ basis)
                         ี ั             ี ่ี                                       ่ี ี
                     วิธดงกล่าวเป็ นวิธทสหภาพยุโรปนามาใช้และถือเป็ นวิธ ีทมประสิทธิภาพมากที่สุ
ด คื อ ค า สั ่ ง ว่ า ด้ ว ย ธุ ร ก ร ร ม ท า ง อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส์ แ ห่ ง ส ห ภ า พ ยุ โ ร ป
ซึ่ง มีผ ลบัง คับ ใช้ แ ละมีพ ัฒ นาการมากที่สุ ด โดยการสร้า งเขตอ านาจศาลเพีย งเขตเดีย ว
ร ว ม ทั ้ ง ใ ช้ ก ฎ เ ก ณ ฑ์ ก า ร อ อ ก ใ บ อ นุ ญ า ต ก า ร อ นุ มั ติ ห ลั ก เ ก ณ ฑ์ ก า ร ท า ธุ ร กิ จ
การให้ ป ระเทศสมาชิ ก ออกกฎหมายควบคุ ม ธุ ร กรรมทางพาณิ ช ย์ ท่ี ป ระเทศนั ้น ตั ง อยู่                  ้
                                          ื
หรือ หากเกิดข้อ พิพ าทระหว่างผู้ซ้อ ผู้ขาย ให้ใ ช้กฎหมายของประเทศที่ผู้บริโภคมีภูมล าเนา               ิ
                                                    ่
โดยหลัก เกณฑ์ น้ี ต้ อ งอาศัย ความเชื่อ มัน ในหลัก การบัง คับ ใช้ ก ฎหมายของประเทศนั ้น
แ ล ะ ต้ อ ง มี ก า ร ป ร ะ ส า น ห ลั ก ก ฎ ห ม า ย ป ร ะ เ ท ศ เ ป็ น อั น ห นึ่ ง อั น เ ดี ย ว กั น เ ช่ น
การทาข้อตกลงสองฝ่ายหรือหลายฝ่ายในการใช้กฎหมายตามมาตรฐานของประเทศตนหรือประเ
      ่
ทศทีเข้าไปทาธุรกิจ
                           ้                                           ิ
                      4. ผูให้บริการแก่บุคคลอื่นในการเข้าสู่อนเทอร์เน็ต หรือให้สามารถติดต่อถึงกั น
ห รื อ ผู้ ใ ห้ บ ริ ก า ร เ ก็ บ รั ก ษ า ข้ อ มู ล ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ เ พื่ อ ป ร ะ โ ย ช น์ ข อ ง บุ ค ค ล อื่ น
                                ่                                             ั่
ต้องมีส่วนร่วมในการกลันกรองเนื้อหาข้อมูลสารสนเทศเพื่อให้มนใจว่าการเสพข้อมูลสารสนเทศนั ้
น จ ะ ไ ด้ รั บ ป ร ะ ส บ ก า ร ณ์ ใ น เ ชิ ง บ ว ก
ห า ก เ ว็ บ ไ ซ ต์ ใ ด มี เ นื้ อ ห า ไ ม่ เ ห ม า ะ ส ม เ รื่ อ ง เ พ ศ ห รื อ มี ล ั ก ษ ณ ะ ก้ า ว ร้ า ว รุ น แ ร ง
อ า จ ต้ อ ง ก า ห น ด ใ ห้ เ ว็ บ ไ ซ ต์ นั ้ น มี เ นื้ อ ห า ส า ห รั บ ผู้ ใ ห ญ่
เ พื่ อ ใ ห้ ผู้ ใ ช้ ส า ม า ร ถ เ ลื อ ก ดู ห รื อ ไ ม่ ดู เ นื้ อ ห า ดั ง ก ล่ า ว
โ ด ย ผู้ ใ ห้ บ ริ ก า ร เ ห ล่ า นี้ จ า เ ป็ น ต้ อ ง ศึ ก ษ า ก ฎ ห ม า ย ข อ ง แ ต่ ล ะ ป ร ะ เ ท ศ
                                                                          ่
ว่าในแต่ละประเทศมีขอบเขตของเสรีภาพในการแสดงออกซึงความคิดเห็นของข้อมูลสารสนเทศนั ้
                                                                                        ่
นอย่างไรบ้าง หากไม่แน่ ใจควรถอดเนื้อหาที่เข้าข่ายว่าเป็ นเนื้อหาทีเป็ นอันตรายนันออกไปเสีย              ้
เ พ ร า ะ ผู้ ใ ห้ บ ริ ก า ร ส่ ว น ใ ห ญ่ มั ก ส น ใ จ เ ฉ พ า ะ เ รื่ อ ง ธุ ร กิ จ ก า ร ท า ก า ไ ร
                       ั          ั            ั                             ้ ้
หากเกรงว่าจะมีปญหาก็มกจะแก้ไขปญหาโดยการลบเนื้อหานันทิงไปแทนเพื่อจะได้ทาธุรกิจต่อไ
ปได้อย่างราบรืน    ่
                   5                                                                               .
รัฐ ต้ อ งเปิ ด โอกาสให้ พ ลเมือ งรู้ ข้ อ มู ล และเหตุ ผ ลรอบด้ า นเพื่อ ประโยชน์ ใ นการตัด สิน ใจ
การปิ ดกั ้น ข้ อ มู ล สารสนเทศใดต้ อ งกระท าภายใต้ ก รอบของกฎหมายโดยเคร่ ง ครั ด
รัฐ หรื อ ศาลไม่ อ าจใช้ บ รรทั ด ฐานของตนเองเป็ นมาตรฐานวั ด ว่ า ข้ อ มู ล ใดควรปิ ด กั ้น
ข้ อ มู ล ใ ด ไ ม่ ค ว ร ปิ ด กั ้ น
                                                                                                                     39

                                ิ
และไม่ใช้อานาจตามพระราชบัญญัตว่าด้วยการกระทาความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550
       ่                           ่ ่
เป็นเครืองมือทางการเมืองในการทาลายฝายทีไม่เห็นด้วย
                     6.
                               ี
ศาลควรเปิดโอกาสให้มการไต่สวนเต็มรูปแบบโดยให้บุคคลภายนอกได้ชแจงต่อศาลเกี่ยวกับผลก           ้ี
                                                                                                             ่
ร ะ ท บ ที่ จ ะ เ กิ ด ขึ้ น เ พื่ อ ใ ห้ ไ ด้ ข้ อ มู ล บ า ง ป ร ะ ก า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร พิ จ า ร ณ า สั ง ค า ร้ อ ง
และการก าหนดเงื่อ นไขที่เ หมาะสม เช่ น อนุ ญ าตให้ เ ข้ า ถึง ตรวจสอบ ยึด อายัด ระบบ
หรือระงับการเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์เพียงบางส่วน หรือภายในระยะเวลาทีศาลกาหนด                   ่

สรุป
                                                                   ิ
                    ในสังคมประชาธิปไตย พลเมืองย่อมมีสทธิเสรีภาพในการแสดงออกด้านการเมือง
สั ง ค ม ก า ร พ า ณิ ช ย์ ศ า ส น า ศิ ล ป ะ โ ด ย อิ ส ร ะ
ไม่ต กอยู่ภ ายใต้ ค วามหวาดกลัว หรือ ความต้อ งการใดๆ และไม่ ต้อ งถู ก ตรวจพิจ ารณาก่ อ น
แต่ ก ารใช้เ สรีภ าพบนอิน เทอร์เ น็ ต ซึ่ง เปิ ด โอกาสให้พ ลเมือ งแสดงความคิด เห็น ได้อ ย่า งเสรี
บ า ง ค รั ้ ง เ กิ ด ก า ร ใ ช้ เ ส รี ภ า พ ที่ เ กิ น ข อ บ เ ข ต
วิธ ีก ารก ากับ ดู แ ลจึง เป็ น วิธ ีท่ีเ หมาะสมที่ค วรน ามาใช้ ใ นการจ ากัด ขอบเขตของ เสรีภ าพ
ใ น ก า ร ต ร ว จ ส อ บ เ นื้ อ ห า ใ ด ๆ ย่ อ ม ส่ ง ผ ล ก ร ะ ท บ ต่ อ สิ ท ธิ เ ส รี ภ า พ ข อ ง พ ล เ มื อ ง
                                                             ่ ั
การจากัดขอบเขตของเสรีภาพจึงต้องมีหลักการทีแน่ ชดและตีความอย่างแคบโดยคานึงถึง สิทธิเส
รี        ภ         า            พ      ข         อ        ง         พ       ล           เ       มื        อ          ง
โดยรัฐต้องย่อมให้มการแสดงออกซึ่งความคิดเห็นของทุกฝ่ายไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย
                             ี
ส นั บ ส นุ น ใ ห้ พ ล เ มื อ ง ใ ช้ สิ ท ธิ ใ น ก า ร แ ส ว ง ห า ข้ อ มู ล รั บ รู้ ข้ อ มู ล แ จ ก จ่ า ย ข้ อ มู ล
                ้
หรือเผยแพร่ขอมูลได้อย่างรอบด้านเพื่อประโยชน์ในการตัดสินใจทากิจการใดๆ ตามทีคดเห็นนัน                      ่ ิ        ้
                           ่
มิฉ ะนั ้น การมีค าสัง ให้ร ะงับ การท าให้ แ พร่ ห ลายซึ่ง ข้อ มู ล คอมพิว เตอร์ ท่ีม ีเ นื้ อ หาอัน ตราย
ตามพระราชบัญ ญัติว่ าด้ว ยการกระทาความผิดเกี่ยวกับคอมพิว เตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 20
จ ะ ก ล า ย เ ป็ น ก า ร แ ก้ ป ั ญ ห า ที่ ป ล า ย เ ห ตุ
ท า ใ ห้ ป ร ะ ช า ช น ข า ด โ อ ก า ส ใ น ก า ร ตั ด สิ น ใ จ ว่ า ค ว า ม จ ริ ง เ ป็ น อ ย่ า ง ไ ร
และท าให้ เ กิ ด ความรู้ ส ึ ก ขัด แย้ ง และสงสัย ลัก ษณะการใช้ อ านาจรัฐ ว่ า เว็ บ ไซต์ น้ี ถู ก ปิ ด
                               ั                         ี
แต่ ใ นขณะเดียวกันก็ยงมีอีก หลายเว็บไซต์ท่ม ีเ นื้อ หาลักษณะอย่างเดียวกัน แต่ กลับไม่ถู กปิ ด
        ่              ้                            ั้
การสังปิดเว็บไซต์ดวยเหตุผลว่าเว็บไซต์นนมีเนื้อหากระทบกระเทือนต่อความมันคงแห่งราชอาณ              ่
าจัก ร ขัดต่ อ ความสงบเรียบร้อ ยหรือ ศีล ธรรมอันดีของประชาชน ซึ่ง มีค วามหมายกว้า งมาก
                  ่
และมีเหตุผลทีค่อนข้างเอื้อต่ อการนาไปใช้เพื่อประโยชน์ของบุคคลหรือกลุ่ มบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
                         ่                                                 ้
เพราะว่าไม่ว่าจะอยูในสังคมใดหากมีการพยายามในการปิดกันเสรีภาพในการแสดงออกมากเท่าใ
                                                                                                          40

ด ก็จะเกิดการพยายามฝ่าฝื นไปใช้หนทางอื่น แม้จะมีการสังปิ ดกันเว็บไซต์ท่มเนื้อหาอันตราย
                                                                       ่      ้                ี ี
         ั
แต่ยงมีความพยายามติดต่อสื่อสารผ่านทางช่องทางอื่น เช่น E- mial list ซึงมีประสิทธิภาพมาก     ่
แ ล ะ รั ฐ เ ข้ า ไ ป ต ร ว จ ส อ บ ปิ ด กั ้ น ไ ด้ ย า ก ที่ สุ ด อ ยู่ ดี
       ้                                         ่
ดังนันรัฐต้องเปิดกว้างและยอมให้พลเมืองชังน้าหนักด้วยวิจารญาณของตนเลือกทีจะเสพข้อมู ลสา             ่
                 ่
รสนเทศใดทีเป็นประโยชน์แก่ตน และหากข้อมูลสารสนเทศใดมีเนื้อหาก้าวร้าวรุนแรง ผิดหลักการ
และเป็ นอั น ตรายต่ อ บุ ค คลหรื อ สั ง คมโดยรวม ย่ อ มแสดงผลลบได้ โ ดยเนื้ อหานั ้น เอง
                       ่
การตรวจสอบกลัน กรองเนื้ อ หาจึง ต้ อ งอาศัย กระบวนการไตร่ต รองอย่ า งละเอีย ดรอบคอบ
ซึงประเด็นการจากัดขอบเขตของเสรีภาพในการแสดงออกถือเป็ นประเด็นทีสร้างปญหาให้แก่ประ
  ่                                                                                      ่           ั
เ ท ศ ไ ท ย ต ล อ ด จ น ป ร ะ เ ท ศ ใ น ซี ก โ ล ก ต ะ วั น อ อ ก
ที่ มี มุ ม ม อ ง แ ล ะ วิ ธี คิ ด แ ต ก ต่ า ง จ า ก ป ร ะ เ ท ศ ใ น ซี ก โ ล ก ต ะ วั น ต ก
ต ล อ ด จ น ป ร ะ เ ด็ น ค ว า ม อ่ อ น ไ ห ว ท า ง วั ฒ น ธ ร ร ม แ ล ะ ก า ร เ มื อ ง ที่ แ ต ก ต่ า ง กั น
           ิ                               ้
ศาลยุตธรรมจึงควรมีส่วนร่วมในการคุมครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกซึงความคิดเห็นของพล      ่
เ มื อ ง ไ ด้ โ ด ย อิ ส ร ะ มิ ใ ห้ ป ร ะ ช า ช น ถู ก ล ะ เ มิ ด สิ ท ธิ เ ส รี ภ า พ ม า ก เ กิ น ส ม ค ว ร
                                                                         ่
เลือ กใช้ว ิธ ีร ะงับ การเผยแพร่ข้อ มูล ที่ไ ม่เ หมาะสมแทนค าสังระงับการเข้าถึงเว็บไซต์ทง หมด            ั้
ก า ห น ด ก ร อ บ ร ะ ย ะ เ ว ล า ก า ร บั ง คั บ ใ ช้ ค า สั ่ ง ร ะ งั บ ก า ร เ ผ ย แ พ ร่ ข้ อ มู ล
เงื่ อ นไขเกี่ ย วกั บ การใช้ อ านาจของพนั ก งานเจ้ า หน้ า ที่ โดยเฉพาะประเด็ น ป ญ หาว่ า            ั
เ นื้ อ ห า ข้ อ มู ล ส า ร ส น เ ท ศ ใ ด
             ่                               ิ                                    ่
มีเนื้อหาทีเป็นอันตรายหรือเป็นการใช้สทธิเสรีภาพในการแสดงออกซึงความคิดเห็นของบุคคลหรื
อไม่ ศาลควรใช้อ านาจของศาลเป็ น ทางเลือ กสุ ดท้ายที่พนักงานเจ้าหน้ าที่จาเป็ นต้อ งร้อ งขอ
อั น เ ป็ น ก า ร จ า กั ด ข อ บ เ ข ต ก า ร ใ ช้ อ า น า จ ศ า ล อ ย่ า ง เ ค ร่ ง ค รั ด
               ่                                                                ่
เพื่อหลีกเลียงความเสียหายต่อบุคคลภายนอกหรือประชาชนให้น้อยทีสุดเท่าทีจะพึงกระทาได้            ่
                     41




HARMFUL CONTENT
       &
  FREE SPEECH



       6-21   2552
42

				
DOCUMENT INFO
Shared By:
Categories:
Tags:
Stats:
views:6
posted:10/21/2011
language:Thai
pages:43